6 วิธีสกัดความอยาก (อาหาร) ก่อนติดนิสัยกินจุกจิกไม่รู้ตัว

เอ๊ะ!! กินก็ครบ 3 มื้อ จัดผักผลไม้มาอย่างเต็ม แต่ทำไม๊ ทำไมท้องถึงร้องจ๊อกๆ บ่อยจัง ความอยาก (อาหาร) มาแรง จนพลั้งมือคว้านั่นนี่มากินไม่หยุดปาก กลายเป็นคนกินจุกกินจิกไปซะยังงั้น จะว่าหิวก็ไม่แน่ใจ หรือจะมโนไปเองก็ไม่น่าใช่ . มาดามตินเชื่อค่ะว่า หลายคนมีอาการแบบที่ว่านี้ คือ โหยหิวระหว่างวันบ่อย ทั้งที่ ไม่ได้คุมอาหารอะไรมากมายเลย แต่ดันเผลอเข้าใจผิดคิดว่า ตัวเองหิว ทั้งที่ความ จริงอาจเป็นเพราะพฤติกรรมบางอย่างที่กระตุ้นให้ร่างกายอยาก (อาหาร) ขึ้นมาก็เท่านั้น . ลองมาสำรวจดูสิว่า มีพฤติกรรมอะไรบ้างที่ส่อให้เกิดความหิวขึ้นได้ง่ายๆ ทั้งที่เราอาจ ไม่ได้หิวจริงๆ เลย แล้วเราจะปรับพฤติกรรมนั้นยังไง ลองมาดูค่ะ . 1.หิวบ่อย…คือสัญญาณของอาการขาดน้ำ เรามักจะเข้าใจผิดว่า อาการ “หิว” และ “กระหาย” นั้นคือคนละส่วนกัน ถ้าหิวก็ ต้องนึกถึง “อาหาร” ไว้ก่อน แต่ถ้ากระหายเมื่อไหร่ “เครื่องดื่ม” ต้องมาที่หนึ่งในใจเสมอ แต่สาวๆ รู้มั้ยคะว่า ไอ้ความรู้สึกทั้ง 2

วิธีกำราบ “กินตามอารมณ์” โดยไม่ต้องคุมอาหารและออกกำลังกายเลย

มาดามตินมีเพื่อนสาวคนหนึ่งค่ะ นางเป็นประเภทที่ว่า อารมณ์ไหน กินได้ไม่มีเว้นจริงๆ จะฉายเดี่ยว หรือเกี่ยวก๊วนแก๊ง ก็ฟินอินได้เรื่อยๆ อืมม… ลองนึกๆ ดูแล้ว มาดามว่า บางทีตัวการสำคัญที่ทำให้เราไดเอทพลาด อาจจะมีอะไรมากกว่าเรื่องการคุมอาหาร . กับการออกกำลังกายก็ได้นะคะ จริงอยู่ที่หุ่นจะสลิมได้ต้องโฟกัส 2 อย่างไปด้วยกัน แต่…อย่าลืมนะว่า อะไรที่ทำให้เราอยากกินนั่นกินนี่ ทั้งที่ไม่ได้หิวเลยสักนิด!! ก็อารมณ์ของสาวๆ ไงคะ มาเมื่อไหร่ ไม่ต้องหาเหตุผลหรอก ถึงกำลังไดเอทอยู่ก็เถอะ . นี่แหละคีย์เวิร์ดเลยละ ถ้าจัดการอารมณ์ตรงนี้ได้นะ พลิกหุ่นให้แซ่บจะกลายเป็นเรื่อง ขี้ปะติ๋วไปเลย เอาละ ถ้าไม่อยาก “ลงพุง” เพราะ “อารมณ์” พากินไม่ยั้งละก็ ลองมาดูว่ามีตัวการอะไรบ้างที่ถ่วงความสวยแบบสุดๆ แล้วไปจัดการกับปัญหาพร้อมกันนะคะ

7 วิธีคุมอาหารโดยไม่รู้สึกหิว

พลาดทั้งๆ ที่รู้ บางทีก็ยังกลับลำได้ทัน แต่ถ้าพลาดแบบไม่รู้ตัวเลยเนี่ยสิ ลดหุ่น กี่ 10 ที ผลที่ได้ก็มีแต่จะพลิกล็อคถล่มทลาย อยากไปแบบสวยๆ มาดามตินว่า อย่าฝังโปรแกรมทางจิตไว้เลยว่า “ชั้นจะไดเอทเพื่ออัพหุ่นสลิมให้ไวเว่อร์นะ” . เพราะนั่นมีแต่เพิ่มแรงกดดันมหาศาล จะกินอะไรแต่ละที คุณเอ้ย!! คำนวณแคลอรี่ ไปซะหมด ข้าวนี่…กินนับเม็ดได้เลย สุดท้ายความเครียดพุ่งปรี๊ด ตบะแตกส่งท้าย จบข่าวในที่สุด!! รีเซ็ตโปรแกรมใหม่เลยซะเถอะว่า . คราวนี้ “ชั้นต้องกินน้อยลงแล้วละ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น” สำหรับมือใหม่ จะคุมอาหาร ทันทีคงไม่ดีแน่ เอาเป็นว่า มาดูทริคต่อไปนี้กันดีกว่าค่ะว่าจะช่วยให้สาวๆ กินน้อยลง โดยไม่รู้สึกหิวได้ยังไง . 1. ทุกครั้งจำไว้ เริ่มที่น้ำเปล่า 1 แก้ว . กว่าจะถึงมื้ออาหาร สาวๆ คงใช้พลังงานกันไปบ้างแล้วเนอะ ยังงี้อย่าเพิ่งพุ่งที่ไปโต๊ะ อาหารก่อนนะคะ ดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนสักครึ่งชั่วโมง จะช่วยให้กินอาหารได้ช้าลงและ อิ่มไวขึ้นด้วย น้ำ…ไม่ได้มีดีแค่ดับกระหายคลายร้อนเท่านั้นนะ . แต่ยังช่วยดับโหยและเพิ่มพลังงานอีกด้วย

รู้มั้ย?? แค่ติดกระจกในห้องอาหาร ก็เสกสวยแถมอัพหุ่นให้สลิมขึ้นได้ง่ายๆ แล้ว

สาวๆ อย่างเรา…เห็นกระจกทีไร เป็นต้องหยุดภารกิจทุกอย่าง แล้วขอส่องความ งามความเรียบร้อยกันสักแป๊บ แต่ถ้าเอาจริงๆ แล้ว ข้อดีของกระจกน่ะ ไม่ได้มีแค่นั้นนะคะ ถ้านำมาประยุกต์ใช้ให้เป็นแล้วละก็ ขอบอกว่า . สกัดความอยาก (อาหาร) พร้อมเร่งหุ่นให้สลิมได้นะเออ มาดามตินไม่ได้มาเล่นๆ นะคะ กระจกเนี่ยแหละที่จะสะท้อนสิ่งที่สาวๆ กำลังกินอยู่ว่า สมควรที่จะกินต่อไป หรือไม่ หรือจะกินนานแค่ไหน เชื่อมั้ยละ วิธีนี้สามารถเบรคอาหารสุดโปรด . ตัวการทำให้อ้วนและทำลายสุขภาพได้อย่างชะงัดเลยละ อารมณ์ประมาณว่า เงยหน้าจะเอ๋!! กับกระจกปุ๊บ ไอ้ความฟินที่กำลังเคี้ยวตุ้ยๆ อยู่นั้น ก็กร่อยลง ทันทีเลย ยิ่งเห็นสภาพตัวเองในกระจกด้วยแล้ว เอ่อ… จิตใต้สำนึกก็ยิ่งสั่งการ . ให้รีบวางและหยุดกินทันที แหม!! ใครเห็นยังงั้นจะไปกินลงได้ละเนอะ ยิ่งกำลัง ได้เอทอยู่แล้ว สติก็ยิ่งหาทางเตือนให้รับผิดชอบในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น หากกิน แบบไม่บันยะบันยัง . สาวๆ อาจจะบอกว่า “ยังงี้ก็อึดอัดแถมกดดันกันพอดีสิ จะกินอะไรแต่ละทีไม่ต้อง นอยด์แล้วนอยด์อีกหรือไง” มาดามว่านะ ใหม่ๆ มันก็คงต้องมีกันบ้างแหละ ของยังไม่เคยชินยังไงก็ต้องให้เวลากับมันสักพัก แต่มาดามเชื่อนะว่า . ถ้าเราเต็มใจจะใช้ “กระจก” เป็นเครื่องมือช่วยเตือนสติและคุมพฤติกรรมการกินละก็ ยังไงซะมันก็ได้ผลอยู่แล้วละ . ประโยชน์ของกระจกไม่ได้ช่วยแค่ ลด ละ เลิกนิสัยการกินเท่านั้นนะ แต่มันยังช่วย ให้เราสามารถเลือกกินอาหารอย่างฉลาดมากขึ้นด้วยค่ะ พูดง่ายๆ

5 วิธี enjoy กับค็อกเทลโดยไม่รู้สึกผิดแถมน้ำหนักไม่พุ่ง

ขอมือขวาหน่อย!! ใครเป็นเหมือนมาดามมั่ง? ทีตอนอยากมันส์ละก็ หาคนชวน ไปดริ๊งดรั๊งค์ด้วย ไม่มีหรอก ดูตอนนี้สิ หลายงานตบเท้าพาเหรดกันเข้ามาเลยเชียว แหม!! กำลังไดเอทอยู่แท้ๆ ชวนกันจั๊งง . ส่ายหน้าครั้งสองครั้งยังพอไหว แต่จะให้โบกลางานสำคัญเลยเนี่ย คงจะไม่เหมาะ เท่าไหร่ เอ้า!! ไปก็ไป ไปพอเป็นพิธีก็พอเนอะ ว่าแล้วก็ไปแบบนอยด์ๆ คุมจัด ก็เรียกหาแต่น้ำเปล่า ถ้าได้แรงเชียร์จากแก๊งเพื่อนสาวหน่อย ก็ฟินจิบค็อกเทลมันซะเลย . มารู้ตัวอีกที โอ้วว!! หมดไปหลายแก้ว รีฟิลไปหลายทีแล้ว ทั้งแรงเม้าท์แอนด์แรง เชียร์ เอ่อ…รู้สึกผิดขึ้นมาเฉยเลย . จะให้คุมสถานการณ์แบบนี้น่ะหรือ? ยากค่ะ ถึงทำได้จริง ก็พาให้ตัวเองและคนรอบข้าง หมดสนุกกันพอดี เอาละ มาดามว่า ถ้ามันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ น่ะ ก็เข้าหามันซะเลยสิค่ะ แต่…ต้องมีกึ๋นสักหน่อยนะ ถึงจะ enjoy กับงานโดยยังคงความสลิมไว้อยู่ . มาเลยค่ะ มาดามเสิร์ฟวิธีไว้รอคุณผู้อ่านอยู่แล้ว . 1.ออกตัวด้วยเครื่องดื่มฟองฟู่ๆ จู่ๆ จะให้หยิบค็อกเทลมาดื่มเลยเนี่ย พาเคลิ้มจนหยุดฟินไม่ได้มาหลายรายแล้วนะคะ ถ้าไม่ฮาร์คอร์พอละก็ มาดามแนะนำให้สาวๆ มุ่งหน้าไปที่เครื่องดื่มที่มีฟองฟู่ๆ ดีกว่านะ อ๊ะ!! ไม่ใช่เบียร์หรือแชมเปญหรอกนะ แต่เป็นน้ำโซดาสักแก้วหรือน้ำแร่อัดแก๊สต่างหากเล่า . ดื่มสิ่งนี้ก่อนอย่างอื่น รู้มั้ยคะว่า ช่วยคุมความอยากได้อย่างดีเลยละ อาหารบนโต๊ะ ที่ชวนยั่วน้ำลายทั้งหลายแหล่น่ะ

CBL… คุมคาร์บอยู่หมัดผอมไวโดยไม่โยโย่

มโนว่ามีหุ่นแซ่บๆ จนฟินกันไปข้างนึง แต่ก็ต้องมีอันว้ายกรี๊ดทุกทีสิน่า เมื่อความจริง ดันฟ้องอยู่ที่หน้ากระจก!! คิดจะลดน้ำหนักน่ะหรือ ลองมาหมดแล้วละแต่ก็ตบะแตก แหกโค้งไม่เป็นท่า เฮ้อ!! อยากจะสลิมเหมือนนางอื่นบ้าง ทำไมถึงหินขนาดนี่นะ . ขอบอก…แรงฮึดน่ะมาเป็นระลอก แต่ถ้าถูกกดดันหนักๆ เมื่อไหร่ละก็ สวมวิญญาณ เป็นสาวสตรอง หักดิบมันซะเลย มื้อเย็นน่ะหรือ อดได้อดเลย ส่วนมื้ออื่นกินเหมือน แมวดมได้ยิ่งเวิร์ค คาร์บเนี่ยเลี่ยงสุดชีวิตเลย . เน้นอาหารสายเฮลธ์ตี้เข้าไว้ จัดผักผลไม้มาเยอะๆ งานนี้มาดามตินฟันธงได้เลยว่า ไม่ถึงอาทิตย์หรอกค่ะล้มพับไม่เป็นท่า ก็แหม!! แทนที่จะไดเอทแบบสวยๆ มัวแต่มาสายไดอดแบบนี้ ลมก็จับ ความเครียดก็พุ่งปรี๊ดน่ะสิคะ จุดนี่แหละโค้งอันตรายสุดๆ . ตบะแตกเมื่อไหร่ กินไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมกันเลย สุดท้ายก็โยโย่หนักกว่าเดิม คาร์บน่ะทำให้อ้วนก็จริงอยู่ แต่ถ้าถึงขั้นไม่ยอมแตะเลย ผลที่ได้ก็ไม่ต่างกับอัดคาร์บ จนพุงกางหรอกค่ะ เอาเป็นว่าแค่สาวๆ กินคาร์บให้ถูกเวลา ถูกหลัก . ด้วยสูตร CBL หรือ Carb Back-Loading แค่เนี่ยหุ่นสลิมก็เอาอยู่แล้วละ เจ้า CBL ที่ว่ามันเป็นการกินคาร์บโดยดูเวลาการทำงานของระดับอินซูลินที่อยู่ในเซลล์ กล้ามเนื้อกับเซลล์ไขมันเป็นหลักค่ะ พูดให้เก็ทง่ายๆ ก็คือ ถ้ามีน้ำตาลอยู่ในเซลล์ไขมันเยอะ . ร่างกายจะเก็บสะสมไขมันไว้มาก เป็นที่มาของความอ้วน แต่ถ้ามีน้ำตาลอยู่ในเซลล์กล้ามเนื้อแทน เราจะพลังในการเบิร์นมากขึ้นค่ะ . ถ้าดูกันที่เวลาแล้วละก็ ตอนเช้าๆ เนี่ย