น้องลูกนก vs. น้องเนย อิทธิมนต์ สุดยอดนักลดน้ำหนักแห่งปี

ช่วงนี้กำลังเข้าใกล้ปีใหม่ครับ
New Year Resolution ยอดฮิตตลอดกาลคงหนีไม่พ้น “การลดน้ำหนัก”

ช่วงนี้กำลังเข้าใกล้ปีใหม่
New Year Resolution ยอดฮิตตลอดกาลคงหนีไม่พ้น “การลดน้ำหนัก”

วันนี้ผมมีวิธีลดน้ำหนักจากสองดาวดังประจำบอร์ดพันทิป ซึ่งตอนนี้โกอินเตอร์ไปออกทีวีแล้ว

คนแรกน้องเนย อิทธิมนต์ลดน้ำหนักได้ 73 กิโลใน 8 เดือน
คนที่สองน้องลูกนกลดได้ 63 กิโลใน 7 เดือน
ผลที่ได้คือพระเอกกับนางเอกของเราในวันนี้

นึกภาพตามว่าลดน้ำหนัก 60, 70 กิโลเนี่ยเหมือน “ผ่า” เอาคนๆนึงออกจากตัวน้องเค้าเลยว่าไม๊
อย่าเรียกว่าแปลกครับ ผมเรียกว่ามหัศจรรย์

น้องทั้งสองคนเริ่มต้นจากบอร์ดพันทิป โดยเข้ามาโพสอัพเดท timeline ภาพการลดน้ำหนัก
วิธีที่ทั้งคู่ทำเหมือนกันคือ การควบคุมอาหารและออกกำลังกายโดยไม่ใช้ยาลดน้ำหนัก

ในบล็อกของผมหลายๆครั้ง ผมพยายามหาโอกาสสร้างความเข้าใจกับผู้อ่านในเรื่องการลด ละ เลิก ยาลดน้ำหนัก
แต่การพูดอยู่คนเดียวอาจฟังไม่ค่อยขึ้น
วันนี้ผมมีพยานปากเอกเพิ่มอีกสองปาก ก็หวังว่าอาจช่วยเปลี่ยนใจใครที่กำลังคิดใช้ยาลดน้ำหนักได้บ้างไม่มากก็น้อย

ถามว่าเคล็ดลับการลดน้ำหนักที่ทั้งสองคนใช้มีแค่นี้เองหรือ
ใช่ครับมีแค่สองข้อนี้แหละ จะไปอ่านหนังสือเล่มไหนหรือBlog ไหน สุดท้ายวิธีลดความอ้วนก็สรุปออกมาได้สองข้อนั่นคือ …
การควบคุมอาหารกับการออกกำลังกาย
แต่ยังมีอีกข้อครับ ที่ทำให้น้องทั้งสองคนเอาชนะแรงเฉื่อยในการลดน้ำหนักและสร้างความแตกต่างในชีวิตได้นั่นคือ …

วินาทีเปลี่ยนชีวิต

วินาทีเปลี่ยนชีวิตคือ Moment สำคัญที่จะทำให้การลดน้ำหนักของคุณ “ได้เรื่อง” หรือ “ไม่ได้เรื่อง” สำคัญยิ่งกว่าวิธีการลดน้ำหนักด้วยซ้ำ

ใครที่ชอบอ่านประสบการณ์การลดน้ำหนักคงสังเกตเห็นว่าทุกคนจะมี Story หรือแรงบันดาลใจส่วนตัวในการลุกขึ้นเปลี่ยนแปลงสิ่งที่คุ้นเคยมาทั้งชีวิต
น้องลูกนกมีสองเรื่อง คือ อยากใส่ชุดปริญญาสวยๆเอาใจที่บ้าน กับ การลดน้ำหนักแก้บนถ้าได้จับมือกับนิชคุณตอนมาเมืองไทย

ของน้องเนยนี่หนักหน่อย
หลังมื้ออาหารตามปกติอันได้แก่ ข้าว 4 ถ้วย, ข้าวหน้าปลาดิบ, สเต็กหมู, ทาโกยากิและราเมง หลังจบมื้ออาหารและกลับถึงบ้าน น้องเนยหายใจไม่ออก

พูดให้สั้นคือกำลังจะตาย

หลังจากตั้งสติสักพักและอาการเริ่มดีขึ้น จึงคิดได้ว่าชีวิตเราจะมีความสุขไปวันๆจากการตามใจปากแค่นั้นเองหรือ ฉันชอบสายตาคนรอบข้างที่มองฉันแบบนั้นจริงๆหรือ วันนั้นแหละน้องเนยจึงเริ่มต้นลดน้ำหนัก

ถามว่าทำไมคุณต้องมี “วินาทีเปลี่ยนชีวิต” ?
เพราะในระหว่างที่คุณต้องลงมือหักดิบความเคยชินที่เคยชินมาตั้งแต่เกิด ตอนที่คุณกำลังเหนื่อยขาสั่นระริกบนลู่วิ่ง, ตอนที่ต้องห้ามตัวเองไม่ให้ลงมาต้มมาม่าตอนห้าทุ่มหรือตอนปฏิเสธกลุ่มเพื่อนขาเมาท์ว่าไม่ไปกินพิซซ่าด้วย ฯลฯ ช่วงเวลานี้แหละที่จะตัดสินว่าคุณ “ลดได้” หรือแค่ “ได้ลด”

อาการไฟลุกท่วมตอนวันแรกที่ลดน้ำหนัก แฮปปี้ที่ได้ออกไปซื้อชุดกับรองเท้าใหม่หรือสมัครคอร์สฟิตเนสสารพัดสารพัน ใครๆก็เป็นกันทั้งนั้นครับ

ผมเชื่อว่าการที่ทั้งสองคนสามารถลดน้ำหนักได้ราวปาฏิหาริย์ในเวลาครึ่งปี สิ่งแรกที่ต้องมีเหมือนกันคือภาพวินาทีเปลี่ยนชีวิตที่ถูกฝังลงไปในจิตใต้สำนึกได้ลึกเพียงพอ
ถามว่า อะไรที่กระตุ้นให้น้องเนยออกไปว่ายน้ำทุกวันๆ ละ 2 ชั่วโมง
อะไรที่บังคับให้น้องลูกนกสิงอยู่ในฟิตเนสวันละ 7 ชั่วโมงในช่วงปิดเทอม
ประเด็นนี้แหละน่าสนใจ

ถามว่าในช่วงลดน้ำหนักมีเพื่อนๆชวนน้องทั้งสองคนไปเดินห้างหรือชวนไปต่างจังหวัดบ้างหรือเปล่า มีแน่ครับ
แต่ทำไมทั้งสองคนกลับปฏิเสธแต่เลือกทรมานตัวเองด้วยการออกกำลังกาย
วินาทีเปลี่ยนชีวิตนี่แหละคือ “อะไรๆ” ที่ผมว่า

คำถามสุดท้ายก่อนจบ

วันนี้คุณมี “เหตุผลดีๆ” ที่จะลดน้ำหนักหรือยัง คงไม่ต้องถึงขนาดใกล้ตายเหมือนน้องเนย แต่ “ต้องมี” ครับผมยืนยัน

ถ้ายังคิดไม่ออก อาจตัดรูปหญิงในดวงใจมาติดไว้บนหน้า Desktop หรืออัดเสียงปรามาสจากคนรอบข้างโหลดลงมือถือฟังซ้ำไปซ้ำมา
เวลาจะหยิบช็อกโกแล็ตเข้าปาก “จิตใต้สำนึก” จะได้ติดเบรกมือคุณทัน

เริ่มได้เลยครับ เริ่มค้นหาวินาทีเปลี่ยนชีวิตของคุณ ใช่แล้วครับ “ตอนนี้แหละ”