วิธีเลิกนิสัยตามใจปาก…ผลวิจัยจากเอ็มไอทีจะช่วยคุณเปลี่ยนนิสัยในหนึ่งสัปดาห์

ทำไมฉันยังกินตามใจปาก ?
ทำไมฉันถึงขี้เกียจออกกำลังกาย ?

ถ้าใครตอบคำถามด้านบนได้
จะสามารถหยุดนิสัยที่ทำให้อ้วนและลดน้ำหนักได้

เพราะโรคขี้เกียจหรืออาการตามใจปากไม่ได้มีมาแต่กำเนิด
แต่เป็นกลไกป้องกันสมองไม่ให้ทำงานหนักเกินไป

แต่ถ้าใครสามารถเข้าใจถึงกลไกดังกล่าว
จนสามารถหยุดนิสัยที่ไม่ดีทั้งหลายได้
เราคงมีชีวิตที่ดีขึ้นอีกพันเปอร์เซ็นต์
กลายเป็นคนรูปร่างฟิตปั๋ง จะหยิบจับอะไรก็สำเร็จไปทั้งหมด

นิสัยที่ไม่ดีมาจากไหน ?

คำตอบสำหรับคำถามนี้ “หนู”จะมาเฉลยให้ฟัง

นักวิจัยจาก MIT ได้ทำการทดลองตรวจจับคลื่นสมอง
โดยนำหนูที่ติดตั้งเครื่องวัด ไปวางในรางรูปตัวทีที่มีประตูกั้นไว้
และวางช็อกโกแล็ตไว้ที่ปลายอีกด้านหนึ่ง

เมื่อมีเสียงคลิ๊กและประตูเปิดออก หนูจะเริ่มดมกลิ่นช็อกโกแล็ตไปตามรางจนมาถึงทางแยก
ซึ่งถ้าหนูเลี้ยวซ้ายจะได้กินช็อกโกแล็ต
แต่ถ้าเลี้ยวขวาจะไม่ได้อะไร

หลังติดตามพัฒนาการของหนูอยู่หลายสัปดาห์พบว่า
ช่วงสองสามวันแรก สมองของหนูจะทำงานอย่างหนักเพื่อควานหาช็อกโกแล็ต

แต่หลายสัปดาห์ผ่านไปจนหนูเริ่มชินกับเส้นทาง
นักวิจัยพบว่า สมองของหนูที่ทำหน้าที่ประมวลผลเริ่มทำงานลดลง
แต่เนื้อเยื่อที่ชื่อ Basal Ganglia กลับเริ่มมีบทบาทแทน

เพราะโดยธรรมชาติเนื้อเยื่อส่วนนี้ จะทำงานแทนที่สมองส่วนหลัก
เพื่อบันทึกชุดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำ
โดยเน้นเฉพาะเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความพึงพอใจ
(ถ้าเป็นชุดเหตุการณ์ที่ร่างกายไม่ชอบ จะไม่ถูกบันทึกไว้)
และจะพัฒนาไปเป็นนิสัยที่ฝังลึกต่อไป

โดยชุดเหตุการณ์นี้จะถูกเรียกออกมาใช้
เมื่อถูกกระตุ้นด้วยรูปแบบเฉพาะบางอย่าง

ยกตัวอย่างเช่น คุณมักรู้สึกเบื่อ ตอนเวลาประมาณ 14.30 น.ของทุกวัน (ความเบื่อคือ ตัวกระตุ้น)
คุณจึงลุกออกจากโต๊ะไปซื้อชานมมุก (ชุดการกระทำที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ)
โดยมีความรู้สึกพึงใจจากมุกที่นุ่มนิ่มหอมหวาน เป็นรางวัลตอบแทน

หรือถ้าย้อนกลับไปดูการทดลองด้านบน
เมื่อหนูได้ยินเสียงคลิ๊กของประตูที่เปิดออก (ตัวกระตุ้น)
มันรีบวิ่งไปตามรางแล้วเลี้ยวซ้าย (ชุดการกระทำ หลังจากทำมาจนชิน)
โดยมีความรู้สึกอิ่มเอมใจ (เพราะได้กินช็อกโกแล็ต) เป็นรางวัลตอบแทน

ลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลง

คำถามที่เรามักสงสัยมาตลอดคือ
ถ้ามีนิสัยบางอย่างที่อยากเปลี่ยนแปลง
จะต้องทำอย่างไร ?

ผมจะแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนดังนี้ครับ

ข้อที่หนึ่ง ให้ระบุนิสัยที่ต้องการเปลี่ยนแปลง

เขียนออกมาเลยครับว่า นิสัยอะไรที่อยากเปลี่ยน
เดี๋ยวจะนำไปใช้ต่อในขั้นตอนถัดไป
จะได้ลงมือคิดไปพร้อมกัน

ผมจะยกตัวอย่างไว้พอเป็นแนวทางครับ

จะเล่น Facebook ให้น้อยลง
จะเลิกกินตามใจปาก (ข้อนี้คอร์ส SlimDelivery ช่วยได้)
จะเลิกกินขนมช่วงบ่าย
จะเลิกขี้เกียจออกกำลังกาย
จะเลิกผลัดวันประกันพรุ่ง

ข้อที่สอง เปลี่ยนวิธีการตอบแทน

ในการสร้างความเปลี่ยนแปลง คุณต้องระบุออกมาด้วยว่า
ความพึงพอใจที่ได้จากพฤติกรรมเดิมที่ไม่ดีนั้น คืออะไร
จากนั้นให้่แทนที่ด้วยพฤติกรรมใหม่
โดยยังคงไว้ซึ่งความรู้สึกพึงพอใจเช่นเดิม

ยกตัวอย่าง…

คุณชอบเดินไปกินขนมแถวโต๊ะเพื่อนซี้ตอนบ่ายสาม
ซึ่งคุณอยากเลิกนานแล้วเพราะไม่อยากกินจุบกินจิบ
แต่ยังทำไม่ได้

วิธีคือให้คุณเขียนออกมาเลยว่า คุณจะรู้สึกอย่างไรบ้าง
จากการเดินไปหาเพื่อน

ได้เดินยืดเส้นยืดสายยามบ่าย (ผ่อนคลาย)
ได้อัพเดทข่าวฮ็อทกับเพื่อนสนิท (สนุกสนาน)
ได้กินขนมที่เพื่อนๆ นำมาแชร์กัน (อิ่มท้อง)

ทีนี้มาดูวิธีแก้ไข

จากตัวอย่างด้านบน
ถ้าผมจะถอดพฤติกรรมเดิมออก แล้วแทนที่ด้วยการให้เดินไปหยิบนมถั่วเหลือง
ก่อนไปรวมกลุ่มกับเพื่อน

ผลที่ออกมาคือ คุณยังได้เดินยืดเส้นยืดสาย (เหมือนเดิม)
ได้กินนมที่มีประโยชน์ (อิ่มท้อง…เหมือนเดิม)
ได้พักเมาท์มอยกับเพื่อน (เหมือนเดิม)

ข้อที่สาม ระบุตัวกระตุ้นให้ชัดเจน

เพราะตัวกระตุ้นจะเปิดชุดนิสัยที่เคยถูกบันทึกไว้ออกมา
เราจึงจำเป็นต้องเฝ้าสังเกตุรูปแบบเฉพาะ ก่อนเหตุการณ์ดังกล่าว
เพื่อจะได้เข้าใจ และจะได้ไม่เผลอทำพฤติกรรมแบบเดิมอีก

ซึ่งตัวกระตุ้นที่เรากำลังพูดถึงเกิดได้ทั้งจาก…

สถานที่: อาทิ ผ่านร้านนี้แล้วต้องเข้าไปซื้อพาย ได้กลิ่นขนมปังจึงต้องแวะไปอุดหนุน
เวลา: อาทิ อารมณ์เบื่อในช่วงบ่าย
อารมณ์: อาทิ ชอบกินช็อกโกแล็ตตอนหงุดหงิด
บุคคล: อาทิ เจอหน้าเพื่อนคนนี้จะต้องชวนไปกิน

ข้อที่สี่ จัดลำดับชุดการกระทำใหม่

ถึงตรงนี้คุณควรรู้ชัดแล้วว่า
พฤติกรรมที่ต้องการเปลี่ยน มีลำดับการเกิดขึ้นอย่างไร

จากนั้นให้คุณเขียนเรียงลำดับ
โดยระบุถึงพฤติกรรมใหม่ที่จะไปแทนที่พฤติกรรมเดิม

ยกตัวอย่างเช่น…
เมื่อฉันรู้สึกเบื่อในช่วงบ่าย (คุณเห็นแล้วว่าความเบื่อคือตัวกระตุ้น)
ฉันจะเดินไปหยิบน้ำเต้าหู้ (เปลี่ยนชุดการกระทำ)
ก่อนเข้าไปรวมกลุ่มกับเพื่อน
โดยไม่แตะขนมหวานอีกต่อไป

ไม่ยากเกินไปใช่ไม๊ครับ

สำหรับใครที่อยากลดน้ำหนัก
แต่ยังไม่แน่ใจว่า จะเข้าคอร์สกับสลิมเดลิเวอรี่ดีหรือเปล่า

ผมจึงอยากแนะนำว่า
การเข้าคอร์สเป็นการสร้างตัวกระตุ้นชั้นดี
เพื่อให้คุณยังมุ่งมั่นลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง

จากระบบเดลิเวอรี่ที่ส่งฟรีให้คุณทุกวัน
พร้อมด้วยระบบติดตามผลจากเจ้าหน้าที่
คุณจึงไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เหมือนการทำเองที่บ้าน

อย่าลืมนะครับว่า…
ความต่อเนื่อง
คือกุญแจสู่ความสำเร็จ

แล้วพบกันครับ
คุณนก

หนังสืออ้างอิง The Power of Habit โดย Charles Duhigg หรือชื่อภาษไทย “สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยนิสัยแค่ 1% โดยสำนักพิมพ์ We learn