ปีใหม่ 2015 กับ 15 นิสัยเสียที่ผมสาบานว่าจะเลิก

คำเตือน: โพสท์นี้อ่านแล้วอาจจะแสบๆคันๆ บ้างแต่ทั้งหมดนี้ด้วยเจตนาดีครับ

สิ่งที่ผมโปรดปรานเกี่ยวกับปีใหม่คือ ความรู้สึกของการเริ่มต้นที่จุดสตาร์ทใหม่เอี่ยม คือวันที่ผมได้พูดกับตัวเองอย่างกล้าหาญเพื่อเริ่มต้นทำสิ่งที่ยอดเยี่ยม และเลิกทำสิ่งที่ไม่ได้เรื่อง และนี่คือ 15 พฤติกรรมที่ผมอยากะลด รวมไปถึงทุกคนได้ ละ เลิก เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ที่มีค่าที่สุดกับตัวคุณเอง

1. เลิก Selfie
โลกใบนี้ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกการเคลื่อนไหวของคุณว่า จะทานข้าวกับอะไร, ที่ร้านไหน, เที่ยวที่ไหนหรือเพิ่งช้อปปิ้งกระเป๋าใบใหม่มา ฯลฯ ผมมั่นใจว่าเวลา News Feed เหล่านี้แทรกขึ้นมาในเฟส คุณคงเคยแอบคิดว่า, “ยายนี่อีกแล้ว”
ใจเขาใจเราครับ คุณไม่ชอบคนส่วนใหญ่ก็คงไม่ต่างจากคุณ แสร้งทำตัวลึกลับบ้างผมว่าดูเก๋กว่ากันเยอะ

2. เลิกเปรียบเทียบ

พวกเราส่วนใหญ่ใช้เวลาเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นมากเกินไป ยิ่งในยุค FB กับ IG ที่แต่ละคนกระหน่ำอัพเดทอีโก้อย่างบ้าคลั่ง จำไว้ว่าผลลัพธ์เดียวของการเปรียบเทียบคือ ความรู้สึกต่ำต้อย ซึ่งเท่าที่สังเกตใครที่มักโพสท์เพื่ออวดสิ่งที่เค้ามี ( กลับไปอ่านข้อ 1 ) โดยจิตใต้สำนึกแล้วมักมี “อะไรบางอย่าง” ที่ยังไม่เติมเต็ม คุณจึงไม่จำเป็นต้องไปวิตกกับพฤติกรรมจำอวดเหล่านี้ด้วยประการทั้งปวง

3. เลิกกังวลว่าคนอื่นจะคิดถึงคุณอย่างไร

เชื่อไม๊ครับว่าต่อให้คุณทำตามได้ทุกอย่างที่ “พวกเขา” ต้องการ พวกเขาก็ยังคง “หาทาง” ตำหนิคุณได้อยู่ดี เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ในสิ่งที่คุณทำ แต่อยู่ที่มุมมองที่พวกเขามองโลกใบนี้ ดังนั้นทำในสิ่งที่คุณรักและปราถนาที่จะทำอย่างมั่นใจไม่ดีกว่าหรือ ?

4. เลิกผลัดผ่อน

ข้อนี้พูดยากครับ เพราะผมเชื่อว่าทุกคนมีปัญหาเดียวกันนั่นคือ ฉันรู้ว่าต้องควบคุมอาหาร, ต้องออกกำลังกาย, ต้องเลิกเป็นหนี้ แต่ทุกครั้งที่จะทำกลับมีเสียงจอร์จแทรกขึ้นมาว่า แต่เดี๋ยวก่อน !! (ซึ่งแปลว่ายังไม่ทำตอนนี้)

ผมขอพูดประโยคเดียวครับ ถ้าคุณเลิกผลัดวันประกันพรุ่งได้ชีวิตจะทะยานขึ้นอีกสิบเท่าตัว ถ้าไม่เชื่อลองดูได้

5. เลิกสงสัย

เคยมีไม๊ครับที่ไอเดียหรือความรู้สึกบางอย่างมันย้อนกลับมาหาคุณอยู่เรื่อยๆ สิ่งนั้นแหละเป็นการส่งสัญญาณว่า, “ต้องลงมือทำโดยทันที” ผมจำได้ว่าตอนลดน้ำหนักครั้งแรก ไอ้เจ้าความรู้สึกว่าต้องคุมอาหารจะโผล่มาเกือบทุกครั้งเวลากินข้าว ซึ่งหลังจากได้ลงมือจริงจังความรู้สึกเหล่านั้นก็หายไป

ผมชอบคำพูดนี้ครับ, “ไอเดียเงินล้านเกิดจากสิ่งเล็กๆที่ดูเหมือนไม่มีค่า บุคคลที่เห็นค่าซึ่งมีเพียงหนึ่งในล้านเช่นกันจะได้รับคุณค่านั้นไป”

6. เลิกทำตัวแปลกแยก

จัดสรรเฉพาะสิ่งที่ยอดเยี่ยมให้กับโลกใบนี้ สิ่งที่ดีที่สุดจะย้อนมาหาคุณเช่นกัน ชื่อเสียงจางหาย, ความเอื้ออาทรคงอยู่นิรันดร์

7. เลิกเศร้า

เวลามีเรื่องไม่ได้ดังใจเข้ามาในชีวิต ผมจะถามคำถามกับตัวเองว่า, “ฉันจะสามารถทำอะไรในตอนนี้ให้ดีขึ้นมาบ้าง” ซึ่งถ้าผมมีสติมากพอจะรู้เลยว่า การคิดวนถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น (อดีต) ทำไมฉันถึงไม่พูดแบบนั้น (อดีต) ทำไมฉันจึงไม่ง้อเค้า (อดีต) ทำไมฉันถึงไม่ด่ามันกลับ (อดีต) ซึ่งการถามคำถามด้านบนจะทำให้ผมออกจาก (อดีต) และเปลี่ยนความสนใจมองหาทางเลือกให้กับตัวเองซึ่งเข้าท่ากว่ากันเยอะ

อย่างเช่นเพิ่งจับได้ว่าแฟนนอกใจ ปีใหม่นี้ฉันจะไม่คิดวนกับ (อดีต) แต่จะมองหาทางเลือกที่ดีกว่าให้กับตัวเอง อย่างเช่น ฉันจะลดน้ำหนักอย่างจริงจังและบอกเลยว่าต้องสำเร็จแน่เพราะทุกครั้งเวลาขี้เกียจฉันจะนึกถึงหน้าเธอเวลาไปเดินกับคนอื่น (อนาคต) ฉันจะออกกำลังกายเพื่อใส่เสื้อไซส์ S ได้สักที (อนาคต)

8. เลิกขัดขาตัวเอง

กลุ่มความคิดที่วิ่งวนเวียนอยู่ภายใน ทั้งเรื่องของคุณเอง, คนที่คุณรัก, สิ่งที่คุณอยากมีหรือไม่อยากได้ จะกำหนดเส้นทางเดินในอนาคตของคุณ ใช้สติตริตรองให้แน่ใจว่าศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดไม่ได้สิงอยู่ในหัวของคุณ

9. เลิกรู้สึกผิด

แรงปราถนาของมนุษย์ไม่เคยเหมือนเดิมเมื่อประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น สิ่งที่คุณอยากได้ในวันนี้จะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเมื่อตอนอายุ 3 ปี (ขนม), 10 ปี (จักรยาน), 18 ปี (เที่ยวผับ), 25 ปี (คนรู้ใจ) หรือ 31 ปี (แต่งงาน) เพราะการจมจ่อมอยู่กับอดีตมีแต่สร้างความทุกข์และจะไม่เคยพาคุณออกไปไหนได้ไกลเลย

10. เลิกคิดต้องมีเงินแล้วมีความสุข

ถ้ารวยฉันจะมีบ้านหลังใหญ่ (แล้วมีความสุข) ถ้าฉันถูกหวยจะไปเที่ยวรอบโลก (แล้วมีความสุข) ถ้าซื้อรถใหม่ฉันจะขับเที่ยวทุกอาทิตย์ (แล้วมีความสุข)
ถ้าผมจะให้คุณมองใหม่ว่า

ฉันจะมีความสุขในวันนี้ (ไม่ว่าจะอยู่ห้องเช่าหรือบ้านหลังใหญ่)
ฉันจะมีความสุขในวันนี้ (ไม่ว่าจะแค่เดินเล่นในสวนหรือได้เที่ยวรอบโลก)
ฉันจะมีความสุขในวันนี้ (ไม่ว่าจะดูทีวีอยู่บ้านหรือได้ขับรถเที่ยวทุกอาทิตย์)
เพราะระดับความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัตถุใดบนโลกใบนี้ แต่ขึ้นอยู่กับระดับที่คุณจะ “อนุญาต” ให้ความสุขมีขึ้นมากน้อยแค่ไหน อนุญาต 10% คุณจะมีความสุข 10% ถ้าอนุญาต 100% คุณจะมีความสุข 100%

ที่น่าสนใจที่สุดคือ อาญาสิทธินี้ทุกคนมีอยู่เท่าเทียมกันไม่ว่ารวยหรือจน รู้แบบนี้แล้วจะมานั่งอมทุกข์ให้ขาดทุนชีวิตอยู่ทำไม

11. เลิกรู้สึกต้องถูกบังคับ

ชีวิตนี้เป็นของคุณ มีเพียงคุณคนเดียวที่จะต้องรับผิดชอบ การที่คุณยังซึมเศร้า, อ้วนฉุ, จับจด, เป็นหนี้, รายได้ไม่พอ, กินแบบขาดสติ, ชอบนินทา, ติดละคร ทั้งหมดนี้มีสาเหตุมาจากคนเพียงคนเดียวนั่นคือ (พูดพร้อมกับผมครับ) ตัวคุณ

ปีใหม่นี้เลิกเกรงใจหรือต้องทำเพื่อคนอื่นสักที อยากเปลี่ยนงานก็เปลี่ยน อยากไม่ไปกินบุฟเฟต์ก็งด แค่นี้แหละครับสั้นๆ ง่ายๆ ไม่มีเคล็ดลับอะไรแล้ว ไม่ต้องพยายามไปตามหาเคล็ดลับที่ไหนอีก

12. เลิกเกรงใจ

คำว่า ไม่ เป็นประโยคเติมเต็มที่สมบูรณ์ให้กับชีวิตคุณ เวลาที่คุณบอกปฏิเสธคุณเพียงแต่พูดสั้นๆ ว่า ไม่ แบบไม่ต้องยิ้มแหยๆ หรือต้องคอยหาเหตุผลมาตอบเพราะกลัวคนชวนไม่พอใจ

สมมุติคุณไม่อยากไปเที่ยวคืนนี้ คุณก็เพียงพูดว่า (ไม่)
คุณไม่อยากดื่ม คุณก็เพียงพูดว่า (ไม่)
คุณอยากกลับบ้านแล้ว คุณก็เพียงพูดว่า (ไม่)
คุณไม่ไปงานเลี้ยงรุ่น คุณก็เพียงพูดว่า (ไม่)
ไม่เห็นยากตรงไหนเลย จริงไม๊ครับ

13. เลิกคิดว่าทุกอย่างคือการแข่งขัน

นิยามของคำว่าอำนาจที่แท้จริงคือ ปริมาณที่คุณสามารถมอบคืนกลับให้กับบุคคลรอบข้าง ต้องสารภาพว่าตัวผมเองเพิ่งรู้ซึ้งถึงความหมายเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งบอกเลยว่าเหมือนชีวิตถูกยกระดับขึ้นด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไปแบบกลับด้าน

ผมมีหนังสืออยู่หนึ่งเล่มที่พูดถึงพลังของการให้ได้อย่างสนุก แต่กลับสร้างแรงบันดาลใจให้กับผมได้มากเหลือเกิน ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเวลาจิตตกผมก็มักหยิบหนังสือเล่มนี้ออกมาอ่านทุกครั้ง ผมกำลังพูดถึงหนังสือ The Go Giver ยิ่งให้ยิ่งได้ Must Have เลยครับเล่มนี้

14. เลิกอยากเป็นเหมือนคนอื่น

ตั้งแต่เล็กจนโตผมเคยอยากเป็นเหมือนหลายคนเลยครับ Bill Gates, Michael Crichton, Brad Pitt ซึ่งนั่นไม่ใช่เคล็ดลับของการประสบความสำเร็จที่ดีเลย เคยได้ยินไม๊ครับว่าโลกเราใบนี้มี Steve Jobs คนเดียวเพียงพอแล้ว เป็นตัวของคุณเองในแบบที่คุณเป็น มั่นใจในตัวเองอย่ากลัวที่จะเล่าเรื่องของตัวคุณ

15. เลิกคิดว่าทุกอย่างจะถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก

คุณสมบัติข้อนี้จะเป็นสิ่งที่แบ่งแยกระหว่างคนธรรมดากับผู้ประสบความสำเร็จ, คนทำงานประจำกับเจ้าของกิจการ ฯลฯ
จำไว้นะครับ ยิ่งคุณล้มเหลวได้เร็วมากขึ้นเท่าไหร่คุณก็ยิ่งสำเร็จได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น เพราะระหว่างที่คุณกำลังล้มเหลวสมองคุณจะวิ่งวุ่นในการหาทางแก้ที่จะช่วยให้คุณผ่านมันไปได้ จนในที่สุดคุณจะได้ออกไปยืนในเขตแดนแห่งใหม่ที่คุณไม่เคยมาถึงก่อนในชีวิต (เปลี่ยนงานใหม่, แฟนใหม่, เริ่มกิจการส่วนตัว, ซื้อบ้านใหม่ ฯลฯ)

เพราะอัตตาใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือในการกักขังคุณไว้ ลองสังเกตนะครับว่า “ทุกครั้ง” ที่คุณต้องตัดสินใจครั้งสำคัญจะมี ความกลัวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยตลอด

ซึ่งถ้าคุณเพียงเข้าใจว่าความกลัวคือสัญญาณบ่งชี้ว่านี่คือเส้นทางที่ถูกต้อง เมื่อนั้นคุณจะมีเขตแดนศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้นในชีวิตที่มุ่งไปสู่ความสำเร็จของคุณ สังเกตนะครับว่าความกลัวจะ “กักขัง” คนส่วนใหญ่เอาไว้ให้อยู่ที่เดิมด้วยเหตุผลร้อยแปดที่พวกเขาพยายามยกขึ้นเพื่อให้รู้สึกผิดน้อยลง ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายที่ออกมาเหมือนกันทุกครั้งคือ การไม่ได้ทำอะไร

การเรียนรู้ที่จะอยู่กับความกลัวจึงเป็นเคล็ดลับของผู้ที่ประสบความสำเร็จทุกคน

อ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ผมหวังไว้เล็กๆ ว่า ถ้าคุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เพียงข้อหนึ่งจากทั้งหมดที่ผมเขียนมานี้ ผมก็ดีใจมากแล้วครับ

อย่าลืมนะครับว่า…
ความต่อเนื่อง
คือกุญแจสู่ความสำเร็จ

แล้วพบกันครับ
คุณนก