ลดน้ำหนัก 13 กิโลกรัมใน 13 วันกับตั๊ก บงกช สรุปคือ ?

“ทำไปพร้อมๆ กับตั๊กมั๊ยคะ วันนี้ตั๊กเริ่มวันแรกแต่ใครที่ทำได้ถึง 13 วันอย่างเคร่งครัด น้ำหนักจะลงจริง”

คำเชิญชวนข้างต้นผมตัดตอนมาจากไอจีของคุณตั๊ก บงกช ซึ่งดราม่ากันมาได้เกือบสัปดาห์แล้วกับกรณี “สูตรลดน้ำหนัก 13 กิโลกรัมใน 13 วัน” ที่หลายท่านออกมาตั้งข้อสังเกตุถึงความปลอดภัยของสูตรดังกล่าว

ผมเข้าใจคุณตั๊กนะครับว่า ที่รู้สึกไม่พอใจเพราะเธอเพียงแค่ต้องการแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ กับ followers ของเธอ ซึ่งต้องบอกว่าผลลัพธ์ที่เธอทำได้นั้นอเมซิ่งมาก แต่สุดท้ายทันกลายเป็นประเด็นขึ้นมา

ด้วยอายุของคุณตั๊กที่ยังไม่ถึงเลขสามผมยืนยันว่า ถ้าใครที่อายุยังไม่มากและเคร่งครัดได้ตามที่เธอเขียนไว้ ทุกคนลดน้ำหนักได้แน่นอน

หลังจากหลายสื่อได้ตีพิมพ์สูตรลดน้ำหนักดังกล่าว หลายเพจได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอาทิ นพ.วิทวัส ศิริประชัย เจ้าของเพจ Drama-addict ที่โพสท์ให้ระวังวิธีดังกล่าวที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หรือแฟนเพจหมอแมวที่วิเคราะห์แคลอรี่สูตรอาหารอย่างละเอียด และไม่เห็นด้วยกับสูตรของคุณตั๊กเช่นกัน

แล้วอย่างนี้ใครผิดใครถูก

ผมในฐานะที่ทำคอร์สอาหารมา 3 ปี เลยอยากเสนอมุมมองจากผู้ที่มาเข้าคอร์สอาหารกับผมโดยตรง ซึ่งอาจช่วยตอบคำถามนี้ได้ดียิ่งขึ้น

ถ้าดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทราบไม๊ครับว่า ต้นเหตุของความเข้าใจผิดทั้งหมดคืออะไร ?

คือการมองต่างมุมครับ

คือจากมุมมองคุณตั๊ก เธอพอใจมากกับน้ำหนักที่ได้ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพียงแต่ต้องหมายเหตุเอาไว้ 2 ข้ออันได้แก่ น้ำหนักที่ลดได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลซึ่งตัวเลข 13 กิโลกรัมใน 13 วันผมถือว่าเยอะมาก กับข้อที่สอง การลดน้ำหนักลงฮวบฮาบต้องเข้าใจด้วยว่าจะมีผลข้างเคียง ถ้าคุณรับได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร

มาดูที่ข้อแรกกันก่อน

จากการที่ผมและทีมงานได้เก็บสถิติของผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยอาหารกว่า 2,000 คนต้องบอกว่าไม่เคยเห็นใครลดน้ำหนักได้มากในเวลาที่สั้นขนาดนี้ แต่ไม่เคยเห็นไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่ผมไม่กล้าแนะนำวิธีที่หักโหมมากเกินไปเพราะยังไม่แน่ใจเรื่องความปลอดภัย

คือถ้าดูจากสูตรที่คุณตั๊กแนะนำ จะเห็นว่าอนุญาตให้ทานได้น้อยมาก น้อยจนเกือบถึงระดับที่ร่างกายทนไม่ได้ ซึ่งแน่นอนในระหว่างที่ทานจะต้องหิวมากจนถึงขั้นทำงานไม่ได้หรือนอนไม่หลับ อันนี้ถือเป็นเรื่องปกติของวิธีโลว์แคลอรี่

มีบาง comment บอกว่านี่คือวิธี atkins หรือโลว์คาร์บ เพราะเห็นว่าไม่มีแป้งและให้ทานเนื้อสัตว์ทุกวัน ต้องบอกว่าไม่ใช่นะครับ เพราะหลักการโลว์คาร์บจะให้ทานตามปริมาณปกติที่ร่างกายต้องการคือ 1,600-2,000 แคลอรี่ คุณจึงสามารถทำกิจกรรมในแต่ละวันได้ตามปกติ

หมายเหตุข้อที่ 2, การลดน้ำหนักแบบกระทันหันต้องมีผลข้างเคียง

อันนี้คงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ลองนึกภาพว่าถ้าอยู่ดีๆ คุณไม่เคยออกกำลังกายแล้วให้ไปวิ่งมาราธอนจะเกิดอะไรขึ้น

แน่นอนว่าการทานอาหารที่น้อยกว่าร่างกายต้องการน้ำหนักจะลดลงแน่นอนโดยเฉพาะช่วงแรก ซึ่งที่คุณตั๊กแนะนำไว้ว่าให้ใช้วิธีนี้เพียง 13 วันจึงยังไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายโดยรวมมาก แต่ถ้าใครจะใช้วิธีนี้เกินจากนี้น้ำหนักจะเริ่มไม่ลงต่อเพราะร่างกายจะเริ่มปรับตัวได้

แต่ที่ทำมาทั้งหมดต้องรู้ด้วยว่าถ้ากลับไปทานตามปกติ จะมีโอกาสสูงมากที่น้ำหนักจะดีดกลับอย่างรวดเร็ว บางคนไม่ถึงสองอาทิตย์ก็กลับมาเท่าเดิม แต่ถ้าคุณยังทานอาหาร “อย่างกระมิดกระเมี้ยน” ได้ต่อไปน้ำหนักจะไม่โยโย่กลับเร็วมากนัก แต่ปัญหาคือคุณจะทนได้อีกนานแค่ไหนมากกว่า

ประเด็นสุดท้ายที่อยากฝากไว้คือ การลดน้ำหนักแบบทานน้อยๆ ต้องทราบด้วยว่าสิ่งที่ “หายไป” ไม่ได้มีเฉพาะไขมันเหมือนที่เราอยากให้เป็น แต่กล้ามเนื้อจะถูกทำลายไปพร้อมกันด้วยเนื่องจากกินโปรตีนไม่เพียงพอ เพราะวิธีควบคุมน้ำหนักแบบมีสุขภาพดีและเน้นผลลัพธ์ “ระยะยาว” สิ่งที่ต้องหวงแหนมากที่สุดก็คือกล้ามเนื้อ

เมื่อพูดถึงกล้ามเนื้อ หลายคนไม่เห็นความจำเป็นเพราะกลัวว่าถ้ามีมากจะกลายเป็นนักกล้าม ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง

เพราะกล้ามเนื้อมีประโยชน์มากมายเหลือเกินสำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก อย่างแรก กล้ามเนื้อจะทำหน้าที่เบิร์นพลังงานแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องออกกำลังกาย คนที่มีกล้ามเนื้อมากจะลดน้ำหนักได้ง่ายและกลับไปอ้วนใหม่ยาก เปรียบเสมือนร่างกายมีเครื่องจักรสลายแคลอรี่ทำงาน 24 ชั่วโมง

อย่างที่สอง กล้ามเนื้อที่น้ำหนักเท่ากับไขมันจะกินพื้นที่น้อยกว่า ลองนึกภาพคนที่อดอาหารจนกล้ามเนื้อหายไปมากๆ ถ้าไปจับตามแขนขาจะรู้สึกว่าเหลวเหมือนคนแก่ กับอีกคนที่น้ำหนักเท่ากัน แต่ทานอาหารอย่างถูกต้องและออกกำลังกายเป็นประจำจะดูลีนและสุขภาพดีกว่า เพราะได้รับโปรตีนเพื่อใช้สร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรออย่างเพียงพอ

อย่างที่สาม ถ้าร่างกายสูญเสียกล้ามเนื้อมากเกินไป จะเกิดเป็นเซลลูไลท์ขึ้นตามแขนขาเนื่องจากน้ำเหลืองไม่สามารถไหลเวียนได้ทั่วร่างกาย หรือถ้าวิกฤตมากเข้าจะกลายเป็นขาบวมน้ำหรือขาใหญ่ สังเกตคนที่อดอาหารหรือกินยาลดน้ำหนักมานานๆ จะมีเซลลูไลท์ขึ้นเต็มขาทุกคน

อ่านจนถึงบรรทัดนี้ คุณคงเห็นภาพแล้วว่าวิธีลดน้ำหนักแบบทานน้อยๆ ( รวมถึงการกินยาลดน้ำหนักที่จะทำให้ไม่หิวและทานน้อยลง ) จะทำลายกล้ามเนื้อไปพร้อมกับไขมันด้วย หรือถ้าให้ระบุชัดวิธีนี้จะลดไขมันได้เพียง 30% อีก 70% จะเป็นกล้ามเนื้อและน้ำที่หายไป

หมายความว่าน้ำหนัก 13 กิโลกรัมที่ลดลงจะเป็นไขมันที่ 4 กิโลกรัมโดยประมาณ

ซึ่งถ้าคุณยอมรับถึงผลที่ตามมาทั้งหมดนี้ได้ คุณก็ใช้วิธีนี้ได้

อย่าลืมนะครับว่า…
ความต่อเนื่อง
คือกุญแจสู่ความสำเร็จ

แล้วพบกันครับ
คุณนก