สูตรลดต้นขาใหญ่ + เซลลูไลท์ เวอร์ชั่นเห็นผลไวใน 7 วัน

ที่ผมอ้างอิงด้านบนไม่ได้พูดเกินจริงครับ คุณสามารถปฏิบัติตามได้จริงและเห็นผลจริงในหนึ่งสัปดาห์

ขาใหญ่ไม่ใช่กรรมพันธุ์

ต้นขาใหญ่เป็นสาเหตุที่บ่อนทำลายความมั่นใจสำหรับใครหลายๆคน ทำให้ไม่กล้านุ่งสั้น ไม่กล้าโชว์ต้นขา ไม่กล้าใส่รัดรูป เป็นปัญหาโลกแตกที่มักมาพร้อมกับความอ้วน

ถ้าผมถามคุณว่าถ้าอยากมีขาเรียวเล็กจะต้องทำอย่างไร ?

ผมเชื่อว่ากลุ่มหนึ่งคงใช้วิธีอดข้าวเย็นบวกกับออกกำลังกายแบบเน้นบริหารต้นขา ทำไปสักพักต้นขาคงเรียวเล็กและเซลลูไลท์ที่หายไป อีกกลุ่มหนึ่งอาจบอกว่าไม่เคยคิดเพราะบ้านดิฉันช่วงล่างใหญ่กันทั้งบ้าน

ผมไม่แน่ใจว่าคุณผู้อ่านเห็นด้วยกับกลุ่มไหน แต่ทั้งสองกลุ่มกำลังเข้าใจผิดครับ คือผมกำลังจะบอกว่าถ้าอยากแก้ขาใหญ่ สิ่งแรกที่ต้องทำคือห้ามอดอาหารหรือถ้าคุณหิวให้ทานเพิ่มอีกมื้อได้ด้วยซ้ำ

อดอาหารลดต้นขาใหญ่?

ทั้งโรคอ้วนหรือขาใหญ่ ล้วนมีต้นเหตุมาจากอาหารสามมื้อที่คุณรับประทานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะอาหารคือแหล่งให้พลังงานและเสริมสร้างกล้ามเนื้อในร่างกาย เป็นสิ่งที่ทำให้คุณเป็นคุณอยู่ทุกวันนี้ไม่ว่าจะผอมเพรียวสุขภาพดีหรือเจ็บป่วยกระเสาะกระแสะ ล้วนเกิดจากอาหารที่คุณรับประทานแทบทั้งสิ้น

ดังนั้นถ้าคุณมีความเข้าใจที่ถูกต้องถึงต้นตอของปัญหาและสามารถเลือกทานอาหารได้ถูกต้องถูกหมู่ ทั้งปัญหาโรคอ้วน ช่วงล่างใหญ่หรือเซลลูไลท์ก็จะหมดไปจากชีวิตคุณอย่างถาวร แต่ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจก่อนว่า …

ห้ามอดอาหาร

ความเข้าใจผิดอันดันแรกของสาวขาใหญ่คือ ขาใหญ่เกิดการจากสะสมของไขมันบริเวณช่วงล่าง จึงพยายามทานอาหารให้น้อยลงหรืออดอาหารในบางมื้อ เพื่อลดไขมันที่สะสมให้มากที่สุด ซึ่งไม่ว่าจะพยายามอย่างไรขาก็แทบไม่เล็กลงหรือแทบไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง

เพราะอะไรหรือครับ ?

เพราะเมื่อร่างกายไม่ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนโดยเฉพาะโปรตีน ร่างกายจึงจำเป็นต้องดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อที่มีอยู่เดิมเพื่อนำมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ (ร่างกายสึกหรอและเสื่อมสภาพทุกวันจากการเคลื่อนไหว ร่างกายต้องใช้โปรตีนซ่อมแซมส่วนที่เสียหายดังกล่าวทุกวันในช่วงที่คุณนอนหลับ) ดังนั้นยิ่งอดอาหารนานวันเข้ากล้ามเนื้อที่เคยมีอยู่จึงเริ่มเสื่อมสภาพจากอาการขาดโปรตีน (ก็คุณเล่นทานแต่สลัดผักหรือไม่ก็อดข้าวเย็นไปเลย)

จุดสังเกตคือ ถ้าจับตามแขนขาจะรู้สึกเหลวนุ่มนิ่มเหมือนคนแก่เพราะกล้ามเนื้อขาดโปรตีนอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นผลจากการลดน้ำหนักไม่ถูกวิธีนั่นเอง

เจาะลึกปัญหาขาใหญ่แบบถึงแก่น

ทั้งอาการขาใหญ่และเซลลูไลท์ที่ผมพูดมาทั้งหมดเกิดจากเจ้าตัวนี้ครับ …

ระบบน้ำเหลืองบกพร่อง

เพราะน้ำเหลืองมีหน้าที่ชำระล้างของเสียด้วยการหมุนเวียนไปทั่วร่างกาย จากลำตัวช่วงบนลงสู่ช่วงขาด้วยแรงโน้มถ่วง (ของเหลวไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ) และจากช่วงขาย้อนขึ้นช่วงบนด้วยการยืดหดกล้ามเนื้อ เพื่อลำเลียงน้ำเหลืองสวนแรงโน้มถ่วงกลับขึ้นมา

ทีนี้ถ้าช่วงขาไม่มีกล้ามเนื้อ นึกภาพตามเหมือนเชือกธนูที่ขึงไม่ตึงจากการขาดโปรตีน น้ำเหลืองจะไม่สามารถไหลกลับขึ้นด้านบนได้และเกิดการบวมคั่งอยู่บริเวนช่วงขาและสะโพก

คุณอาจเคยสังเกตเวลานั่งอยู่กับที่นานๆ ขาและน่องจะบวมเต่งเพราะน้ำเหลืองไม่ flow
วิธีแก้คือให้ลุกขึ้นเดินเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อให้เคลื่อนไหว น้ำเหลืองที่สะสมอยู่จึงค่อยๆ ไหลกลับขึ้นเท่านี้ขาก็หายบวมน้ำแล้ว อันนี้หลักเดียวกันเลย

ลดน้ำหนักไม่ใช่สมการคณิตศาสตร์

ส่วนใหญ่เรามักเข้าใจว่า การลดน้ำหนักคือการทานแคลอรี่ให้น้อยและออกกำลังเพิ่มเพื่อเบิร์นไขมัน ซึ่งเป็นความเชื่อไม่ถูกต้องเพราะร่างกายซับซ้อนมากกว่านั้น ลองไปอ่านเพิ่มที่ “อยากลดน้ำหนักให้เลิกนับแคลอรี่” ผมเขียนไว้ละเอียดทีเดียวครับ

คือถ้าเราอดอาหารไปสักระยะ (ทั้งอดเองหรือใช้ยาลดน้ำหนัก) ร่างกายจะปรับการเผาผลาญให้ลดลงจนสมดุลกับอาหารที่เราทานน้อยลง จุดประสงค์เพื่อรักษาร่างกายนี้ไว้ให้นานที่สุดจนกว่าจะได้รับการช่วยเหลือ (นึกภาพตัวคุณติดเกาะกลางทะเล ร่างกายจะลดการเผาผลาญลงอัตโนมัติเพื่อรักษาชีวิตให้ปลอดภัยจากสภาวะอดอาหารให้นานที่สุด คือร่างกายเค้าไม่รู้หรอกว่าคุณอดอาหารเพราะอยากสวยไม่ใช่ไม่มีจะกิน)

ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าหลังเลิกอดอาหารทำไมน้ำหนักเด้งกลับเร็ว เพราะระบบเผาผลาญมันเพี้ยนไปแล้วนั่นเอง คราวนี้จะทานอะไรก็อ้วนง่ายเพราะร่างกายเบิร์นไม่หมดที่เราเรียกว่าเกิดโยโย่เอฟเฟ็คท์

จะไปว่าร่างกายคงไม่ถูกนักเพราะธรรมชาติเค้าออกแบบไว้อย่างนั้น มีแต่พวกเราที่พยายามไปฝืนธรรมชาติต่างหาก

ดังนั้นวิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้องจึงไม่ใช่การอดอาหาร แต่เป็นการเลือกกลุ่มอาหารอย่างเข้าใจเพื่อสร้างกล้ามเนื้อและกระตุ้นให้เกิดการเบิร์นเฉพาะไขมัน ผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้จึงดูไม่โทรมเหมือนคนที่อดอาหารจนผอมแห้ง

แล้วถ้าไม่อยากอดอาหารลดน้ำหนักจะต้องทำอย่างไร? ผมให้หลักการดังนี้ครับ

ก่อนอื่นให้บริโภคอาหาร 3 มื้อตามปกติ โดยในแต่มื้อให้เน้นอาหารกลุ่มโปรตีนอันได้แก่เนื้อสัตว์เพื่อคืนความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อที่สูญเสียไปจากการอดอาหาร โดยให้ทานคู่กับผักใบเขียวทุกครั้ง

โดยแต่ละมื้ออย่าให้ทิ้งห่างเกิน 5 ชั่วโมงด้วย เพราะถ้าเกินกว่านั้นโปรตีนจะถูกย่อยหมดและร่างกายจะไปดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อออกมาใช้งานอีก

ใครที่ทานอาหารเย็นตอนหกโมงแล้วนอนตีสอง พอสัก 5 ทุ่มให้หาของว่างประเภทโปรตีนมาทานเสริมก่อนนอนด้วยร่างกายจะได้มีโปรตีนอย่างเพียงพอเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อได้อย่างเต็มที่

โปรตีนพระเอกของเรา

โปรตีนคือเป็นวัตถุดิบสำคัญในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ ระบบภูมิคุ้มกัน ผิวหนัง เส้นผม ฯลฯ ช่วยให้ผิวพรรณดูสดใสเปล่งปลั่ง หลายคนถามต่อว่าแล้วคาร์โบไฮเดรตอันได้แก่ ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปังทั้งหลายทานได้หรือไม่ ?

ผมให้ไอเดียอย่างนี้ครับ ถ้าคุณอยากมีสัดส่วนกล้ามเนื้อต่อไขมันรวดเร็วขึ้น ในช่วงที่ลดน้ำหนักให้งดคาร์โบไฮเดรตทั้งหมดโดยอนุญาตให้ทานได้เพียงสัปดาห์ละครั้งในคอร์สอาหารของผมเรียกว่าวัน Cheat Day หรือวันโกง

ถามว่าเพราะอะไร ?

เพราะคาร์โบไฮเดรตเมื่อผ่านกระบวนการย่อยจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคสโดยน้ำตาลส่วนที่ใช้ไม่หมดจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมัน (เมื่ออายุมากขึ้นโอกาสใช้ไม่หมดจะสูงขึ้นมากเพราะกระบวนการเผาผลาญที่เสื่อมตามอายุ) ดังนั้นการงดคาร์โบไฮเดรตและเพิ่มโปรตีนจึงเป็นการบังคับร่างกายให้ดึงไขมันที่เคยสะสมออกมาใช้ให้มากที่สุด

มีสมาชิกที่เข้าคอร์สถามผมว่า…จะงดคาร์โบไฮเดรตทุกวันไม่ให้มี Cheat Day ไม่ได้เหรอ ? คำตอบคือไม่ได้ครับเพราะในระยะยาวคุณจะไม่มีแรงเพราะคาร์โบไฮเดรตคือแหล่งให้พลังงานกับร่างกาย กับสอง เราต้องหลอกร่างกายเป็นระยะว่ายังมีคาร์บอยู่บ้างเพื่อให้ร่างกายมีกระบวนเผาผลาญทำงานเป็นปกติ

จากหลักการข้างต้นเมื่อทานได้สักพักคุณจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง คือเซลลูไลท์ที่เคยมีจะเริ่มจางลงเนื่องจากกล้ามเนื้อถูกสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งถ้าปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่อง ผมรับประกันว่าช่วงล่างที่เคยใหญ่จะกลับมาเรียวเล็ก เนื้อตัวตึงกระชับ แบบไม่ต้องซื้อครีมราคาแพงที่ไหนมาใช้เลย

สำหรับท่านที่อยากได้ตัวอย่างอาหารและพร้อมวีดีโอสอนการหลักการโดยละเอียด การใช้บริการคอร์สอาหารจากสลิมเดลิเวอรี่ดูจะเป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุด คลิ๊กที่นี่เพื่อดูตัวอย่างเมนู

แล้วพบกันในบทความถัดไปครับ