วิธีลดน้ำหนักโดยไม่ต้องนับแคลอรี่

ถ้านั่งไทม์แมชชีนกลับไปสัก 10-20 ปี การดัมพ์น้ำหนักถือเป็นอะไรที่ดุเดือดมาก ไม่อึดจริง
โยโย่เอฟเฟคเล่นงานเอาได้ คนทั่วไปเรียกว่า หมดสิทธิ์ (หุ่น) เป๊ะปังอลังการเลยละ
แต่กับไฟลท์บังคับอย่างดารานางแบบที่ต้องอวดรูปร่างหน้าตาไว้ก่อน มันแทบไม่มีทางเลือกเลย
ยังไงก็ต้องอัพสปีดลดเชฟให้ทันได้ใช้งานไว้ก่อนละ
.
สมัยนู้น…สูตรที่นิยมก็ไม่พ้น “นับแคลอรี่” หรอก เพราะผลมันไวดี เน้นกินอย่างแมดดม
ออกกำลังอย่างทอร์นาโด แรงกดดันนำชีวิตไดเอทเห็นๆ พองานจบ ก็ปล่อยตบะให้แตกเล่นกินไม่ยั้ง
พองานมาเข้าใหม่ก็เริ่มไดเอทแบบเดิม อีกชีวิตติดวงล้อแบบนี้เรื่อยๆ
.
เห็นแล้วเพลียแทนพวกนางเลยค่ะ สุขภาพกายและจิตเสียกันพอดี แต่สมัยเนี้ยตัวช่วยเพียบ
แต่ไซด์เอฟเฟคก็เยอะตามด้วยนะ ถ้าเลือกใช้ผิดละก็จบเห่เลย
มาดามตินว่า มองหาของใกล้ตัวเราดีกว่า เซฟตังค์แถมได้ผลกว่าเยอะ
.
กับทริคที่จะไม่ต้องมานั่งนับแคลอรี่ให้เสียมู้ดเลย ไม่ต้องฝืนความต้องการของร่างกาย
อิ่มเองโดยอัติโนมัติ อยากรู้แล้สิมีอะไรบ้าง ตามมาติดๆ เลยค่ะ
.

1.นอนหลับให้นานขึ้น

โลกโซเชียลเนี่ยมันออนตลอดเวลาแหละ ใครติด ก็เผลอเล่นไปเรื่อยจนกลายเป็นนกฮูกไปเลย
ทั้งที่รู้ว่านอนดึกน่ะกระทบกันหุ่นสวย แต่ก็ยังหวังว่าทริคตื่นสายจะช่วยชดเชยเวลาแถมคุมความ
อยากอาหารได้บ้าง มโนไปเองหรือเปล่าคะ?
.
มาดามว่าเพิ่มจุดเสี่ยงถึง 2 เท่าเลยนะ คิดง่ายๆ ใช้พลังงานตอนดึก โอกาสท้องร้องจ๊อกๆ มีสูงนะ
เติมพลัง(อิ่ม)ก่อนนอนไปแล้ว เข้านอนดึกอีก ฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) ตัวร้าย
ก็หลั่งไม่บันยะบันยังเลย
.
เจ้านี่แหละที่ทำให้สาวๆ คุมความอยากอาหารยากขึ้น ตื่นมาจะโหยของหวานของมัน
กระตุ้นให้กินจุกจิกได้ทั้งวัน emotional eating จะมาลงช่วงอดนอนเนี่ยละ
แถมลดทอนการทำงานของ metabolism อีกด้วย
.
รีเซ็ตการนอนซะใหม่ค่ะ นอนไม่เกิน 4 ทุ่มจะเวิร์คมากๆ แต่ถ้ามีธุระต้องเคลียร์จริงๆ
ขอไม่เกินเที่ยงคืนน้า งดกิจกรรมที่ใช้สมองหนักๆ ก่อนนอนด้วย ตื่นมาจะได้เฟรชและไบรท์
.
ใครนอนไม่หลับ อาจจะดื่มนมอุ่นๆ สักแก้ว กล้วยหอมสักใบ หรือออกกำลังเบาๆ
ไม่ก็ใช้น้ำมันหอมระเหยวาเลนเดอร์ วางแล้วให้กลิ่นกระจายจะได้นอนหลับสบายง่ายขึ้น
ถ้ารู้ตัวทำกิจกรรมอะไรแล้วเราจะง่วง ก็ลองนำมาใช้เลยค่ะ เช่น อ่านหนังสือ
.

2.ใช้เพื่อนเป็นตัวช่วย ได้มากกว่า enjoy eating

ไม่ใช่ให้เพื่อนมากดดัน มาคุมอาหารการกินของเรานะคะ แต่อาศัยความเป็นมิตรระหว่างกันเนี่ยแหละ
มาอัพสีสันและความบันเทิงให้น่าเม้าท์มอย มากกว่าจะมานั่งกินกันอย่างจริงจัง
จำนวนเพื่อนก็มีส่วนด้วยนะ ลองนัด meeting กันหลายๆ คนสิ
อ้อ!! อย่าลืมชวนเพื่อนแนวฮาๆ มาปลุกความฟินด้วยละ
.
เจอกันทั้งที อย่ามาแบบถามเรื่องดินฟ้าอากาศนั่นนี่ หน้าที่การงาน ชีวิตส่วนตัวเป็นไงมั่ง
หรือแบบมานั่งหาที่ปรึกษาระบายชีวิตรักให้ฟัง มาดามไม่ได้ห้ามเลยนะ ถ้าจะถามสารทุกข์สุขดิบนิดหน่อย
แต่กลัวสาวๆ จะถามตอบกันเลยเถิดเป็นชั่วโมงๆ เปิดประเด็นด้วยเรื่องเครียดๆ มันก็เผลอให้เรากิน
ดับอารมณ์ได้ไม่อยากหรอก เชื่อมาดามสิ
.
Topic เรื่องตัวเอง ไม่น่าสนใจเท่าเรื่องคนอื่นหรอก เราเอาตรงนี้แหละที่ฮอตฮิตเป็น
ทอล์คออฟเดอะทาวน์อยู่ มาเปิดประเด็นซะเลย ส่วนปัญหาของเพื่อน
นัดนอกรอบที่ไม่อาหารมาเอี่ยวจะดีกว่า
.
ฝากไว้นิดนึง อย่าป๊ะเพื่อนตอนหิวจัดๆ หรือคิดจะฝากท้องทีเดียวเลย อารมณ์หิวกระชากหนักแบบนั้น
ถึงขั้นไม่แคร์เพื่อนร่วมโต๊ะเลยนะ เพราะงั้นควรหาอะไรรองท้องไปก่อน ถึงเวลาสังสรรค์
จะได้ enjoy eating โดยไม่ต้องมานั่งนับแคลอรี่
.

3.จิบน้ำบ่อยๆ ให้ได้ทั้งวัน

หิวจังเล้ย… แค่รู้สึกแบบนี้ ร้อยทั้งร้อยก็มโนไปแล้วละว่าร่างกายต้องการอาหาร
จะว่าไปเราอาจถูกมันหลอกอยู่ก็ได้นะ ลองดูว่าวันๆ เราดื่มน้ำมากน้อยแค่ไหน ถ้าน้อยเกิน
ร่างกายก็จะขาดน้ำค่ะ มันต้องหาอะไรมาชดเชยเพื่อสร้างความสมดุล ต่อมหิวเลยถูกกระตุ้นแทน
ทั้งที่เราไม่ได้หิวจริงๆ
.
ดื่มน้ำบ่อยๆ ช่วยคุมความอยากอาหารได้จริง แต่ต้องดื่มให้หลักด้วยนะ เช่น หลังตื่นตอนเช้า
ก่อนแปรงฟัน ดื่มน้ำ 1-2 แก้วเพื่อกระตุ้นการขับถ่าย ก่อนมื้ออาหารครึ่งชั่วโมง ดื่ม 1 แก้ว
ระหว่างวันก็จิบน้ำไปเรื่อยๆ ไม่มีแคลอรี่ แต่ให้พลังงานและเป็นมิตรกับ metabolism อย่างมาก
.

4.ออกกำลังกายนอกบ้านบ้าง

หลายคนลงทุนซื้อเครื่องออกกำลังกายมาไว้ที่บ้านเลย ดีนะ แต่ถ้าออกในสภาพเดิมๆ ทุกวัน
ความมันส์มีหวังลดดีกรีเอาได้ มาดามว่า ลองเปลี่ยนแนวอัพแอนด์ดาวน์นอกบ้านบ้างก็ดีค่ะ
ตามสวนสาธารณะ หรือในพื้นที่โล่ง อากาศถ่ายเทดีกว่า ให้ร่างกายโดนแสงแดด
สัมผัสธรรมชาติรอบตัวหน่อย ชีวิตอยู่ในตึกมานานแล้ว
.

5.ใช้จานข้าวสีแดง เอ๊ะยังไง

จานข้าวก็มีผลต่อ emotional eating ไม่น้อยเลยนะ ก่อนหน้านี้มาดามเคยเสิร์ฟทริคคุมอาหาร
ด้วยการเลือกใช้จานสีอ่อนๆ อย่างสีขาว สีฟ้า ปลุกจิตให้สงบและช่วยให้สมองสั่งการให้ร่างกายอิ่มไวขึ้น
แต่วิธีนี้อาจใช้ไม่ลงล็อคกับทุกคนหรอกนะ
.
ตัดสินกันที่จิตใต้สำนึกของเราเลยค่ะ บางคนเชื่อมโยงสีแดงเข้ากับการห้าม (คล้ายกับไฟแดง)
จิตใต้สำนึกก็จะสั่งการให้สมองหลั่งสารที่คุมความอยากอาหารออกมาให้ร่างกายเกิดอิ่มขึ้นมาเอง
แต่บางคนเห็นสีแดง กลับถูกกระตุ้นให้อยากอาหารมากขึ้น ถ้าไปเชื่อมโยงกับพริก ความเผ็ดร้อน
.

6.หลีกให้ห่างจากสิ่งยั่วยวนตอนกำลังจิตตก

เหนื่อยๆ เครียดๆ ใจมันอยากหาอะไรอร่อยๆ มากินดับอารมณ์อยู่แล้วละ ถ้าคิดว่าคุมใจตัวเองอยู่
ก็กินไปเถอะนิดหน่อย แต่ถ้าเสี่ยงตบะแตก แนะนำให้พาตัวเองออกไปจากของกินให้มากที่สุด
แล้วหันไปโฟกัสที่กิจกรรมอื่นแทน
.
ระบายความรู้สึกให้เพื่อนฟัง ฟังเพลงโปรด โหลดหนังเลิฟ อาบน้ำอุ่น เล่นกับสัตว์เลี้ยง
ไม่ก็นอนหลับไปเลย อารมณ์ปกติเมื่อไหร่ ค่อยหาของกินก็ยังไม่สาย ทริคนี้กินไม่เกิน
ไม่ต้องมานับแคลอรี่ด้วยค่ะ
.

ดัมพ์น้ำหนักสมัยนี้ ให้ผลไวและถาวรกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะแหน่ะ ไม่ต้องนับแคลอรี่ให้วุ่นวาย
ไม่ต้องอดอาหารสักมื้อ ไม่ต้องกินอย่างแมวดม ฟินของโปรดได้บ้างครั้ง อะไรจะง่ายกว่านี้ไม่มีแล้วค่ะ
ถ้าไม่ถนัดจัดเสิร์ฟเอง แนะนำให้ติดตามมาดามไปเรื่อยๆ แล้วสาวๆ จะไม่หลงทางกับการไดเอทอีกเลย
.

ที่มา: http://www.womenshealthmag.com/weight-loss/easy-weight-loss-tips
.
.


.
[โหลดฟรี] คู่มือลดน้ำหนักด้วยอาหาร
แบบไม่นับแคลอรี่ และไม่เน้นออกกำลังกาย
ลดน้ำหนัก 1.5-2.5 kg.ได้ตั้งแต่หกวันแรก
.
อ่านจบตอนนี้ “วางแผน” ทานอาหารได้ทันที
.
ง่ายๆ เพียงแอดไลน์ id: @slimdelivery (มีเครื่องหมาย @)
หรือ คลิ๊กแอดไลน์
เพื่อรับไฟล์คู่มือ!