วิธีกำราบ “กินตามอารมณ์” โดยไม่ต้องคุมอาหารและออกกำลังกายเลย

มาดามตินมีเพื่อนสาวคนหนึ่งค่ะ นางเป็นประเภทที่ว่า อารมณ์ไหน กินได้ไม่มีเว้นจริงๆ
จะฉายเดี่ยว หรือเกี่ยวก๊วนแก๊ง ก็ฟินอินได้เรื่อยๆ อืมม… ลองนึกๆ ดูแล้ว มาดามว่า
บางทีตัวการสำคัญที่ทำให้เราไดเอทพลาด อาจจะมีอะไรมากกว่าเรื่องการคุมอาหาร
.
กับการออกกำลังกายก็ได้นะคะ จริงอยู่ที่หุ่นจะสลิมได้ต้องโฟกัส 2 อย่างไปด้วยกัน
แต่…อย่าลืมนะว่า อะไรที่ทำให้เราอยากกินนั่นกินนี่ ทั้งที่ไม่ได้หิวเลยสักนิด!!
ก็อารมณ์ของสาวๆ ไงคะ มาเมื่อไหร่ ไม่ต้องหาเหตุผลหรอก ถึงกำลังไดเอทอยู่ก็เถอะ
.
นี่แหละคีย์เวิร์ดเลยละ ถ้าจัดการอารมณ์ตรงนี้ได้นะ พลิกหุ่นให้แซ่บจะกลายเป็นเรื่อง
ขี้ปะติ๋วไปเลย เอาละ ถ้าไม่อยาก “ลงพุง” เพราะ “อารมณ์” พากินไม่ยั้งละก็
ลองมาดูว่ามีตัวการอะไรบ้างที่ถ่วงความสวยแบบสุดๆ แล้วไปจัดการกับปัญหาพร้อมกันนะคะ
.

1.อารมณ์สุขสุดๆ

ก็ไม่รู้ทำไม…เวลาดีใจ นัดกันสังสรรค์หรือทำอะไรสำเร็จสักอย่าง เป็นต้องชวนกันจบที่
“อาหาร” ทู้กที ยิ่งอร่อย ก็ยิ่งฟินเว่อร์ จะดริ๊งค์หรือหม่ำก็ยั้งยาก บรรยากาศพาให้
enjoy eating หนักแบบนี้ อารมณ์สุขนี่คูณสองกันเลยค่ะ ไปๆ มาๆ จะงานไหน
.
ก็เล่นโฟกัสที่ของกินไว้ก่อน ถึงจะคุมอาหารแถมอัพแอนด์ดาวน์ไปด้วย
ก็อย่าชะล่าใจเชียวค่ะ เพราะแทนที่จะช่วยให้หุ่นสลิมไวขึ้นและยั่งยืน ดั๊นยุบหนอ
พองหนออยู่ยังงั้น ก็เดี๋ยวกินเยอะกินน้อยตามโอกาส metabolism ก็เจ๊งกันพอดีสิคะ
.
ถ้าสาวๆ เป็นพวกสุขทีไร enjoy eating ทุกทีละก็ มาดามแนะนำว่า ให้โฟกัสที่
เพื่อนกับครอบครัวโดยเอากิจกรรมสร้างสรรค์เป็นตัวยึดจะดีกว่าค่ะ เช่น
พากันไปร้องคาราโอเกะ ช้อปปิ้ง เดินเล่นที่สวนสาธารณะ พาเข้าชมรมที่ชอบ
.
แบบนี้จะช่วยให้เราคิดถึงเรื่องกินน้อยลงค่ะ
.

2.อารมณ์เศร้าเคล้าน้ำตา

ถ้าเป็นมาดามน่ะ อารมณ์ยังงี้กินอะไรไม่ลงหรอกค่ะ แต่กับคนอื่นละไม่แน่ แต่ละคน
ก็มีวิธี “ลืมเศร้า” ต่างกันเนอะ บางคนเนี่ยอกหักที ตักไอติมกินเป็นถังๆ เลยค่ะ
ของหวานๆ ยิ่งกินยิ่งอารมณ์ดีค่ะ แต่ก็แค่ประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้นแหละ
.
ไอ้ที่ทิ้งไว้น่ะ เอ่อ…แคลอรี่ทั้งนั้น
.
ระบายอารมณ์ด้วยการกินไม่เวิร์คหรอกค่ะ หาเพื่อนสนิทสักคนซิ ระบายความรู้สึกให้ฟังเลย
ปลดปล่อยอารมณ์ให้เต็มที่ ไม่ก็คลอเคลียกับสัตว์เลี้ยง แช่อ่างจากุซซี่ ทำตัวให้รีแล็กซ์เข้าไว้
หรือจะฮาร์ดคอร์แบบสุดๆ ก็ไปดูหนังเศร้าระเบิดน้ำตากันไปเลย แล้วอารมณ์จะดีขึ้นเยอะ
.
ไม่ต้องพึ่งของกินกันเลย
.

3.โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

คนขี้หงุดหงิดขี้โมโห โดนกระทบหน่อยก็เก็บอารมณ์ไม่ค่อยอยู่แล้วละค่ะ บางคนนับ
1-10 ในใจก็แล้ว อารมณ์ก็ยังปุดๆ เลยใช้วิธี “กินลดโกรธ” มันซะเลย ของกินจะมา
แนวเคี้ยวๆ อย่างหมากฝรั่งค่ะ หรือไม่ก็อาหารที่ต้องออกแรงกัด ฉีก ใช้มือใช้ไม้นิดนึง
.
อืม…แต่กว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ ก็กินไปแล้วไม่รู้เท่าไหร่
ใครที่รู้ตัวว่าของขึ้นได้ง่าย มาดามว่า เวลาภูเขาไฟระเบิด แทนที่จะคว้าของกินตรงหน้า
ควรหากิจกรรมประเภทปัดกวาดเช็ดถู วาดภาพ เล่นเกมส์ ออกกำลังกาย
.
หรือกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ อย่าปล่อยให้มือว่างจะดีที่สุดค่ะ ลงน้ำหนักมือไปที่กิจกรรม
นั้นได้เต็มที่เลย แล้วไม่นานอารมณ์จะค่อยๆ ดีขึ้นเองค่ะ
.

4.ความกลัวครอบงำ

รู้มั้ยคะว่า บางคนไม่ได้ชอบกินหรอก แต่ใช้การกินเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากสิ่ง
ที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้นเอง อย่างคนขี้กังวลหรือคนที่ตื่นตกใจอะไรง่ายๆ น่ะ มักคุมสติ
ไม่ค่อยอยู่หรอก เลยกินดับกลัวมันซะเลย ไอ้อาหารเคี้ยวๆ อย่างหมากฝรั่งเอย
.
ลูกอมเอย เนี่ยแหละที่จะไปลดความประหม่าลงได้บ้าง แต่มาแบบนี้ตลอดคงไม่ดี
กับหุ่นสาวๆ แน่ เพราะอัดมาด้วยความหวานแบบเต็มๆ มาดามว่า หาทางทำให้
ตัวเองสงบลงด้วยการนั่งสมาธิ โยคะ หายใจเข้าออกช้าๆ
.
หรือยืดเส้นยืดสายหน่อยจะดีกว่าค่ะ ถ้าตื่นเต้นมากๆ อาจหาคนคุยด้วยแค่นี้ก็อยู่หมัดแล้วละ
.

คงจะนึกไม่ถึงใช่มั้ยคะว่า อารมณ์ทั้ง 4 คือตัวการขวางการไดเอท ถ้าควบคุมไม่อยู่
แถมดันใช้ของกินเป็นที่ระบายอารมณ์หรือเบี่ยงเบนความสนใจ ความอ้วนอาจมาเยือน
ได้ง่ายๆ ค่ะ ได้เรียนรู้กันไปแล้ว หวังว่าจะช่วยให้สาวๆ รับมือกับปัญหาได้ไม่ยากนะ
.

ที่มา: http://news.health.com/2015/12/24/here-is-the-real-key-to-
weight-loss-hint-its-not-diet-or-exercise/
.
.


.
[โหลดฟรี] คู่มือลดน้ำหนักด้วยอาหาร
แบบไม่นับแคลอรี่ และไม่เน้นออกกำลังกาย
ลดน้ำหนัก 1.5-2.5 kg.ได้ตั้งแต่หกวันแรก
.
อ่านจบตอนนี้ “วางแผน” ทานอาหารได้ทันที
.
ง่ายๆ เพียงแอดไลน์ id: @slimdelivery (มีเครื่องหมาย @)
หรือ คลิ๊กแอดไลน์
เพื่อรับไฟล์คู่มือ!