วิธีลดน้ำหนักโดยไม่ต้องพึ่งยา และไม่เน้นออกกำลังกาย

ความเข้าใจผิดอันดับที่ 5 ลดน้ำหนักต้องไม่กินแป้ง

การงดแป้งเป็นวิธีลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมทางฝั่งอเมริกา
มีหลายสำนักที่แตกแขนงมาจากสูตรนี้
แล้วโด่งดังไปทั่วโลก
ที่คุ้นหูหน่อย อาทิ Dr. Atkins หรือ South Beach

จุดเด่นของการลดน้ำหนักแบบงดแป้งหรือโลว์คาร์บคือ
สามารถทำตามได้ง่ายกว่า และมีโอกาสสำเร็จสูงกว่า
โดยเฉพาะใครที่กลัวหิว
เพราะโลว์คาร์บอนุญาติให้คุณทานจนอิ่ม
ในช่วงที่ลดน้ำหนัก

หรือถ้าใครไม่มีทำอาหารเอง และชอบทานข้าวนอกบ้านจะยิ่งง่าย
เพราะโลว์คาร์บเป็นวิธีลดน้ำหนัก แบบเลือกกลุ่มอาหาร
ไม่ใช่การจำกัดปริมาณ
เวลาไปที่ร้าน หรือต้องไปกับเพื่อน
คุณก็พยายามสั่งอาหารในกลุ่มที่กำหนด
เท่านี้ก็สามารถลดน้ำหนักได้ตามต้องการ
โดยไม่ต้องยุ่งยากเตรียมอาหารไปทานเองทุกมื้อ

เพียงแต่ว่าเมื่อพูดถึงวิธีโลว์คาร์บ
หลายคนจำไปแต่เพียงว่าให้งดแป้ง
ก็เลยตัดแป้งออกจากอาหารทั้งหมด
ซึ่งพอทำไปสักพัก แล้วเริ่มไม่มีแรง
เลยอาจถอดใจว่า วิธีนี้ไม่เหมาะสมกับเราหรือเปล่า

ที่ถูกต้องคือ การงดแป้งให้คุณงดเพียงแค่หกวัน
แล้วกลับมาทานตามปกติในวันที่เจ็ด
เพราะแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต
ก็ยังเป็นอาหารหลักที่ให้พลังงาน
และยังจำเป็นต้องได้รับอยู่เป็นระยะครับ

ความเข้าใจผิดอันดับที่ 4 อยากลดน้ำหนักต้องเน้นออกกำลังกาย

การวิ่งจ๊อกกิ้งหนึ่งชั่วโมง เบิร์นได้ 700 แคลอรี่กับ
ทานข้าวมันไก่ + กาแฟเย็น เติมเข้ามา 700 แคลอรี่

สองตัวอย่างนี้ให้พลังงานเท่ากัน แต่อย่างไหนทำได้ง่ายกว่ากัน ?
คำตอบคือข้อสอง การทานอาหารใช่ไม๊ครับ

ผมเคยได้ยินคำพูดที่บอกว่า
คุณไม่สามารถออกกำลังกาย เพื่อเอาชนะการตามใจปากได้
ซึ่งผมเห็นด้วยว่า เป็นความจริงอย่างที่สุด

จำชุดตัวเลขนี้นะครับว่า
อาหาร สำคัญต่อน้ำหนักตัว 70%
การออกกำลังกาย สำคัญต่อน้ำหนักตัว 25%
อาหารเสริม สำคัญต่อน้ำหนักตัว 5%

ซึ่งถ้าคุณสามารถเรียงความสำคัญได้ตามนี้
ถึงเวลา คุณจะได้ไม่ต้องเหนื่อยฟรีไงละครับ

ความเข้าใจผิดอันดับที่ 3 ยาลดน้ำหนักบางยี่ห้อไม่ทำให้โยโย่

ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ ผมอยากให้คุณเข้าใจก่อนครับ
โยโย่เอฟเฟคท์คืออะไร ?

โยโย่คือ อาการที่น้ำหนักตัวดีดกลับทันทีหลังเลิกอดอาหาร
เพราะการอดอาหาร จะทำให้กระบวนการเผาผลาญในร่างกายลดลง
เมื่อคุณเลิกลดน้ำหนักแล้วกลับมาทานเท่าเดิม
จึงมีส่วนเกินเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ
และถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมอย่างรวดเร็ว
น้ำหนักของคุณจึงเพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน

หมายความว่า ถ้าใครที่อดอาหารหรือกินไม่ครบสามมื้อ
พอกลับมาทานเท่าเดิม จะโยโย่กลับมาทุกคน
อันนี้รวมถึง ทั้งคนที่อดเองหรือใช้ยาลดน้ำหนักด้วย
(ยาลดน้ำหนักจะทำหน้าที่เหมือนยาชาฉีดเข้าสู่สมอง
ทำให้คุณไม่รู้สึกหิว และทานอาหารได้น้อยลง)

ดังนั้นการที่ยาลดน้ำหนักเคลมว่าไม่มีโยโย่
เพราะสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ จึงไม่เป็นความจริง
เพราะโยโย่ไม่ได้เกี่ยวว่าเป็นสมุนไพรจากธรรมชาติหรือไม่
แต่เกี่ยวตรงที่ว่า ทำให้คุณต้องทานอาหารน้อยลงหรือเปล่าครับ

ความเข้าใจผิดอันดับที่ 2 อยากลดน้ำหนักกินยิ่งน้อยยิ่งดี

เคยเห็นสูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน 3 วัน
ที่ให้ทานแต่โยเกิร์ต, กาแฟดำ, แอปเปิ้ล/สัปปะรด
หรือสลัดผักน้ำใสบ้างไม๊ครับ

ถามผมว่า ถ้าทานแค่นี้แล้วน้ำหนักจะลดลงไม๊
คำตอบคือ ลดลงแน่นอนครับ
เพียงแต่คุณควรทราบด้วยว่า
น้ำหนักที่หายไป ประกอบด้วยอะไรบ้าง
แล้วจะมีผลเสียที่ติดตามมาอย่างไร ?

สมมุติว่าคุณลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ได้ 5 กิโลกรัม
ในจำนวนนี้จะเป็นไขมันประมาณ 1.5 กิโลกรัมครับ
ที่เหลืออีก 3.5 กิโลจะเป็นกล้ามเนื้อและน้ำ
ซึ่งผลที่ตามมาของการลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้คือ
อย่างแรก จะเกิดโยโย่ตามที่เขียนไว้ด้านบน
อย่างที่สอง ทำให้เกิดเซลลูไลท์
และลุกลามเป็นคนขาบวมน้ำหรือขาใหญ่ครับ

ถ้ามีโอกาสลองไปดูขาเพื่อนที่ชอบอดอาหารบ่อยๆ ได้
ที่ขาจะเป็นผิวเปลือกส้มด้วยกันทุกคนครับ

ความเข้าใจผิดอันดับที่ 1 ลดน้ำหนักให้เน้นทานแต่ผลไม้

ที่เราชอบทานผลไม้มากกว่าทานผัก
ทั้งที่มีวิตามินเป็นองค์ประกอบเหมือนกัน
เพราะอะไรทราบไม๊ครับ ?
เพราะในผลไม้มีน้ำตาลนั่นเอง

บางคนอาจนึกค้านว่า น้ำตาลฟรุกโตสในผลไม้ทานได้
แต่น้ำตาลในขนมหวานทาน ไม่ควรทาน
เพียงแต่ผมอยากบอกว่า น้ำตาลก็คือน้ำตาล
ซึ่งถ้าร่างกายใช้ไม่หมด จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมเช่นเดียวกัน

ซึ่งด้วยเหตุผลนี้เอง ผมจึงห้ามสมาชิกในคอร์สไม่ให้ทานผลไม้
แต่สามารถทานผักได้แบบไม่จำกัดแทนครับ

สุดท้ายก่อนจากกัน อย่าลืมนะครับว่า…
ความต่อเนื่อง
คือกุญแจสู่ความสำเร็จในการลดน้ำหนัก

แล้วพบกันครับ
คุณนก