วิธีเอาชนะความอ้วนจากกรรมพันธุ์โดยไม่ต้องพึ่งยาลดน้ำหนัก

ใครที่เชื่อว่า สิ่งที่ติดตัวมาแต่อ้อนแต่ออก ประเภทที่ว่า พ่อแม่ให้มา…ถึงไม่อยาก
ได้ก็ต้องทำใจรับไว้น่ะ เป็นเรื่องที่แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว คือยังไงๆ ก็ต้องยอมรับ
สภาพของตัวเองไปอย่างนั้นแหละ โดยเฉพาะความอ้วนจากกรรรมพันธุ์น่ะ
.
มาดามตินขอบอกเลยว่า เรากำลังถูกคำว่า “กรรมพันธุ์” เล่นงานอยู่นะ
ประมาณว่า ฝังจิตฝังใจกันเลยกับคำๆ นี้ ถึงขั้นมโนกันเอาเองว่า ยังไง๊…ยังไง
ชาตินี้ชั้นก็ไม่มีทางได้แอ้มหุ่นแซ่บเว่อร์กับเค้าหรอก
.
เฮ้อ!! นี่กรรมพันธุ์นะคะ ไม่ใช่เคราะห์กรรมหรือคำสาปฟาโรห์สักหน่อย
ถึงจะต้องทนอยู่ในสภาพอย่างนั้นตลอดไปน่ะ
.
อะแฮ่ม… มาดามมีข่าวดีมาบอก ใครที่อวบอ้วนจากกรรมพันธุ์ เจ้าเนื้อมาแต่เด็กๆ
หรือมีปัญหาเรื่องลดน้ำหนักยากกว่าคนทั่วไปน่ะ ยิ้มรับอรุณได้แล้วนะคะ เพราะหุ่น
สลิมสร้างได้ไม่ยากอย่างที่คิดหรอก สูตรก็ใช้เหมือนการไดเอททั่วไปนั่นแหละ
.
เพียงแต่อาจต้องปรับอะไรนิดหน่อย และต้องใช้ความพยายามมากกว่าชาวบ้าน
เท่านั้นเอง ตรงนี้ก็ตรงยอมรับค่ะว่า เราเสียเปรียบเรื่อง Metabolism หรือระบบ
เผาผลาญพลังงานในร่างกายที่ด้อยกว่าคนอื่น
.
แต่มาดามก็ไม่เห็นว่าจะน่าหนักใจตรงไหนเลย เพราะจริงๆ แล้วเจ้ากรรมพันธุ์เนี่ย
มีผลต่อความอ้วนแค่ 30% เท่านั้นเอง ที่เหลือคือเรื่องพฤติกรรมการกิน
การออกกำลังกายและไลฟสไตล์ล้วนๆ เลยค่ะ นี่ละน่ากลัวกว่ากันเยอะ
.
ใครน้ำหนักลงยาก ไดเอทล้มเหลวมาตลอด ต้องรีเช็คใหม่แล้วนะว่า เราพลาด
ตรงไหนบ้าง อาทิตย์นึงออกกำลังกายรวมกันต่ำกว่า 150 นาที (2 ชั่วโมงครึ่ง)
หรือไม่ ถ้าใช่ต้องปรับเวลากันใหม่นะคะ
.
คือถ้าเคสของคนทั่วไป อัพแอนด์ดาวน์วันละ 45 นาที อาทิตย์ละ 3 ครั้ง ก็ถือว่า
โอเคแล้วนะ แต่ถ้ามีกรรมพันธุ์เข้ามาเอี่ยวด้วยเนี่ย ยังไงเราต้องออกกำลังกาย
มากกว่าคนอื่นเค้านะ
.
วันนึงอาจจะออกกำลังสักหนึ่งชั่วโมงหรือชั่วโมงครึ่งก็ได้ แต่ไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมง
อาทิตย์ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ตรงนี้ไม่ fix นะคะ คือ เราจะจัดเวลายังไงก็ได้ให้ลงตัวที่สุด
แล้วแต่สะดวกเลย แต่ขอให้อาทิตย์นึงรวมกันแล้วได้ราวๆ 150-300 นาที ก็โอเคแล้วละ
.
ถ้าใหม่ถอดด้ามจริงๆ หรือต้องการฟื้นฟูแผนการไดเอทอีกครั้ง มาดามว่าค่อยๆ
เริ่มจากตัวเลขต่ำสุด (150 นาที) ก่อนก็ได้นะ ให้อยู่ตัวก่อน แล้วค่อยปรับตัวเลข
ให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ยังไงดูสุขภาพเป็นหลักก็แล้วกันค่ะ ค่อยเป็นค่อยไปจะเวิร์คกว่า
.
อ้อ!! อีกปัญหานึงที่พบบ่อยเหลือเกินก็คือ ตอนออกกำลังใหม่ๆ น้ำหนักก็ลงดี
อยู่หรอก แต่เบิร์นแคลอรี่ไปสักพัก ทำไม๊…ทำไมเข็มชั่งน้ำหนัก ถึงไม่กระดิกลงสักที
มโนกันไปเองว่าต้องจัดให้หนักกว่าเก่าถึงจะเวิร์ค สุดท้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บเพราะหักโหมเกิน
.
มาดามอยากจะบอกว่า ใครที่ชอบออกกำลังกายแบบเดิมๆ การดัมพ์น้ำหนักลงจะยากขึ้นค่ะ
เพราะร่างกายมันชินกับของเก่าๆ แล้ว ตัวเผาผลาญพลังงานในร่างกายก็เลยทรงตัว
อยู่อย่างนั้นแหละ ตรงนี้สำคัญมากนะ
.
อย่าลืมว่า เราเสียเปรียบเรื่อง Metabolism อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ควรออกกำลังกาย
หลายๆ รูปแบบเข้าไว้ เพื่อช่วยอัพการทำงานของมันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
และที่สำคัญเลยคือ ควรเน้นการออกกำลังด้วยการสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อโดยตรง
.
เช่น การเล่นเวท คาร์ดิโอ เพราะกล้ามเนื้อยิ่งมาก การเบิร์นแคลอรี่ก็ยิ่งเยี่ยม
อย่าทำเป็นเล่นเชียว การออกกำลังกายน่ะช่วยอัพหุ่นแซ่บๆ ได้ถึง 40% เชียวนะ
แต่ต้องทำคู่กับการคุมอาหารด้วยค่ะ
.
โดยเฉพาะเครื่องดื่มและอาหารที่มีน้ำตาลแฝงอยู่ อาหารจังค์ฟู้ดทั้งหลายแหล่ด้วย
ตัดได้ตัดเลยนะ เพราะคนที่อ้วนจากกรรมพันธุ์อยู่แล้ว หรือมีปัญหาเรื่อง Metabolism
ทำงานไม่ดี ถ้าเผลอกินน้ำตาลเข้าไปหน่อยจะทำให้ยีนส์บางตัวที่ทำหน้าที่ควบคุม
.
การใช้และการสะสมพลังงานของร่างกาย ส่งผลกระทบให้น้ำหนักตัวขึ้นง่ายกว่าคนอื่น
ใครจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มต้นที่ตรงไหน ลองพึ่งกูรูจากคอร์สอาหารลดน้ำหนัก
ดูก็ได้ค่ะ ตัวช่วยให้การไดเอทง่ายขึ้นเยอะ
.
คุมอาหารได้สักอย่าง ที่เหลือก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากแล้วละ ไม่ได้มาเล่นๆ นะคะ
คุมอาหารอยู่หมัดช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 60 % เชียวละ
.

ไม่ว่าจะอวบอ้วนมาจากกรรมพันธุ์หรือไม่ มาดามว่านั่นไม่สำคัญเลยค่ะ เพราะยังไง
ปัญหาหลักๆ ก็อยู่ที่พฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และอารมณ์ของเราอยู่ดี
ถ้าจัดการเหล่านี้อยู่หมัด ต่อให้ลดน้ำหนักยากกว่าชาวบ้านเค้า
.
แต่ถ้าเอาชนะใจตัวเองได้สักอย่าง ความอ้วนจากกรรมพันธุ์ก็ทำอะไรเราไม่ได้ค่ะ
.

ที่มา: http://www.womenshealthmag.com/weight-loss/overcoming-genes
.
.


.
[โหลดฟรี] คู่มือลดน้ำหนักแบบทานอิ่ม 3 มื้อ
แบบไม่ต้องนับแคลอรี่ และไม่เน้นออกกำลังกาย
ลดน้ำหนัก 1.5-2.5 kg.ตั้งแต่หกวันแรก
.
อ่านจบตอนนี้เริ่ม “วางแผน” ทำตามเองได้ทันที
.
ง่ายๆเพียงแอดไลน์ id: @slimdelivery (มีเครื่องหมาย @)
หรือ คลิ๊กเพื่อแอดไลน์
เพื่อรับไฟล์คู่มือได้ฟรีทันที!