พุงหาย ไขมันหนี 1..2..3..4 ทำแบบนี้ยุบแน่

ทำไมต้องลดหน้าท้องตั้งแต่วันนี้ ?

เพราะมันน่าเกลียดที่สุดไง !!

คือต่อให้คุณหิ้ว Hermes Birkin หรือเดินเฉิดฉายบนรองเท้า Monolo Blahnik แต่ถ้าพุงป่องล้ำหน้ามาแต่ไกล แอคเซสโซรี่ราคาครึ่งล้านก็คงช่วยอะไรไม่ได้

เพราะไขมันหน้าท้องห่อหุ้มอวัยวะสำคัญไว้มากมาย (ส่วนอื่นเป็นไขมันใต้ผิวหนังซึ่งอันตรายน้อยกว่า) ซึ่งไขมันนี้จะไปรบกวนกระบวนการเผาผลาญ, เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและเบาหวาน โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่จะลงพุงมากกว่าผู้ชาย (ref: Harvard Health Publication) จึงควรระวังให้จงหนัก

อยากให้ลองเอานิ้วขยุ้มพุงตัวเองตอนนี้ ถ้าเนื้อติดมือขึ้นมาเยอะแสดงว่าคุณต้องทำอะไรสักอย่างกับมันแล้ว

หลายคนที่รู้ตัวว่าพุงยื่น อุตส่าห์แอบเข้าฟิตเนสอยู่เป็นเดือนกะให้เพื่อนในแก็งค์เซอร์ไพรส์…แต่ก็ไม่เห็นยุบไปซักเซ็นต์ เลยได้ทฤษฏีใหม่ปลอบใจตัวเองว่า, “ต้องเป็นเพราะอายุแน่เลย”

วันนี้ผมเลยหยิบหัวข้อที่คุณผู้หญิง “เกลียดกลัว” มากที่สุดมาชำแหละอย่างละเอียด

อย่างน้อยเพื่อให้คุณเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ว่า…ไขมันหน้าท้องลดได้
เพียงแต่ต้องทำใจล่วงหน้าว่า…นี่คือส่วนที่ลงยากที่สุด

เพราะในช่วงลดน้ำหนักขั้นตอนจะเรียงแบบนี้ครับ เริ่มควบคุมอาหาร (หรือออกกำลังกายด้วย)
น้ำหนักเริ่มลง…น้ำหนักคงที่(1)….แขนขาสะโพกเริ่มเล็ก…น้ำหนักลงต่อ…น้ำหนักคงที่(2)…พุงเริ่มยุบ

สังเกตว่ากว่าพุงจะยุบ ต้องผ่านช่วงน้ำหนักลงและน้ำหนักคงที่มาสักระยะ หลายคนทำได้ไม่กี่สัปดาห์แล้วเลิกก่อน เลยสรุปว่าวิธีที่ใช้อยู่ไม่ได้ผล

หรือแม้แต่สมาชิกที่มาเข้าคอร์สกับผมบางคนสองสัปดาห์แรกลดไป 4 กิโล พอสัปดาห์ที่สามน้ำหนักไม่ขยับลงเลยเข้าใจว่าไม่ลดต่อแล้ว

ที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นเพราะต้องการบอกว่า นี่คือธรรมชาติของร่างกายที่ทุกคนเป็นเหมือนกันนั่นคือ น้ำหนักจะไม่ไหลลงทีเดียว

เหตุผลอีกข้อหนึ่งคือ เพราะการวัดความความคืบหน้าด้วยการชั่งน้ำหนักเพียงอย่างเดียวยังถือว่า “หยาบเกินไป”
เพราะน้ำหนักจะมีสวิงขึ้นลงอยู่ตลอดเนื่องจากของเหลวในร่างกายที่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าใครสามารถวัดไขมันได้ (ต้องเข้าเครื่องวัดแบบละเอียด) จะเห็นเลยว่าไขมันลดลงทุกสัปดาห์ เพียงแต่น้ำหนักโดยรวมจะคงที่เป็นบางช่วง หรือถ้าช่วงที่มีรอบเดือนอาจเพิ่มนิดนึงด้วยซ้ำ

ดังนั้นถ้าใครที่กำลังลดน้ำหนัก (อย่างถูกต้อง) แล้วน้ำหนักเริ่มคงที่ ผมอยากให้กำลังใจว่าขอให้คุณทำต่อไป ไม่ใช่พอน้ำหนักนิ่งไปอาทิตย์นึงเลยสรุปว่าไม่ได้ผล

เพราะเคล็ดลับของการลดน้ำหนักไม่ได้อยู่ที่หลักการ (ผมอธิบายให้คุณฟังสิบนาทีก็รู้เรื่อง) แต่อยู่ที่ความสม่ำเสมอต่างหาก

ให้เลิกนับแคลอรี่

หลายคนมีสูตรลดน้ำหนักเฉพาะตัวว่าต้องกินอาหาร 1,200 1,000 หรือ 800 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งวิธีนี้มีข้อเสียคือ หนึ่ง แคลอรี่ที่เซ็ทไว้น้อยเกินไปเลยทานไม่อิ่ม พอไม่อิ่มก็เลยหงุดหงิด นอนยาก ต้องตัดขาดจากเพื่อนฝูงเพราะกลัวตบะแตก

กับสอง เพราะแคลอรี่จากอาหารต่างหมู่กันส่งผลต่อร่างกายต่างกัน เหมือนจะบอกว่าเพชรแท้ กับ เพชรรัสเซีย เป็นเพชรเหมือนกันแต่ราคาคนละเรื่อง

มีการแบ่งกลุ่มทดสอบเป็นสามกลุ่มโดยจำกัดอาหารที่ 1,000 แคลอรี่ กลุ่มแรก เน้นโปรตีน, กลุ่มที่สอง เน้นไขมัน และกลุ่มที่สาม เน้นแป้ง ผ่านไปหนึ่งเดือนปรากฏว่ากลุ่มที่เน้นโปรตีนและไขมัน น้ำหนักลดลง แต่กลุ่มที่ทานแป้ง น้ำหนักเพิ่มขึ้น ซึ่งการทดลองนี้บ่งบอกชัดเจนว่า “แคลอรี่ ไม่เท่ากับ แคลอรี่” ทั้งที่ทั้งสามกลุ่มกินอาหารที่ปริมาณเท่ากัน

และข้อเสียสุดท้าย เมื่อคุณกินไม่อิ่มโดยเฉพาะที่ไม่เกิน 1,000 แคลอรี่ซึ่งถือว่าน้อยมาก พอกลับมากินตามเดิมน้ำหนักจะโยโย่ขึ้นเนื่องจากกระบวนการเมตาบอลิซึมที่เพี้ยนไป

วิธีแก้แบบชาวบ้านที่เรามักทำกันคือ พอน้ำหนักขึ้นก็จะกลับมาอดต่อ สมมุติครั้งแรกเซ็ทเอาไว้ที่ 1,000 แคลอรี่ มาคราวนี้เหลือ 900 แคลอรี่ หรือบางคนทั้งที่กินน้อยอยู่แล้วก็ไปออกกำลังกายเพิ่มจะได้เบิร์นเพิ่ม ซึ่งก็ยิ่งหนักเข้าไปอีก เพราะขนาดอยู่เฉยๆ ยังแทบไม่มีแรง กลายเป็น “สงครามกินน้อย” ที่ไม่มีวันชนะ เพราะคุณกำลังสู้กับธรรมชาติของร่างกายซึ่งเค้าสร้างให้เป็นแบบนี้ตั้งแต่มนุษย์ยังอาศัยอยู่ในถ้ำ

ซึ่งวิธีที่ถูกต้องคือ ให้คุณเปลี่ยนวิธีทานอาหารจากเดิมที่เน้นเรื่องแคลอรี่ มาโฟกัสที่หมู่อาหารที่จะต้องทานแต่ละมื้อแทน

วิธีกินอาหารโดยไม่ต้องนับแคลอรี่

ทุกครั้งที่จะลดน้ำหนักหรือกระชับสัดส่วน ให้เริ่มต้นที่อาหารสามมื้อก่อนเสมอ

หลายคนออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง แต่ยังกินเหมือนเดิมกลายเป็นว่ากล้ามเนื้อที่สร้างได้ถูกไขมัน “กลบ” ไว้หมด

ซึ่งเนื้อหาในวันนี้ผมจะเน้นทั้งสองส่วนไปพร้อมก่อนไม่งั้นจะไม่ได้ผล เพราะอย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าไขมันหน้าท้องลดยากที่สุด

หมายเหตุ: ใครไม่อยากจัดเองสามารถเข้าคอร์สอาหารกับสลิมเดลิเวอรี่ได้เช่นกัน ตามลิงค์นี้ครับ

1. หลีกเลี่ยงคาร์บทุกชนิด ทั้งฟอกสีและไม่ฟอกสี บางคนบอกว่ากลัวหมดแรงซึ่งไม่ต้องกังวลครับ เพราะเราจะกลับไปกินแป้งตามปกติสัปดาห์ละหนึ่งวัน (Cheat Day)

2. งดน้ำตาลและสารให้ความหวาน บางคนถามผมว่ากินไดเอ็ทโค้กได้ไม๊ก็จะบอกเลยว่าไม่ได้ ดูเลยครับว่าอะไรที่กินแล้วออกหวานให้เลี่ยงไว้ก่อน เพราะการรับน้ำตาลมากไป ร่างกายจะสะสมไว้เป็นไขมันโดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งที่ผมห้ามนี่รวมไปถึงผลไม้และน้ำผลไม้ด้วยนะครับ

3. กินโปรตีนเพิ่มจนอิ่ม เพราะจากข้อที่ 1. เราตัดแป้งจากอาหารแล้วเราจึงต้อง “หาอะไรบางอย่าง” ที่ทานแล้วอยู่ท้อง ซึ่งจากผลวิจัยของ J. D. LATNER and M. SCHWARTZ แห่งมหาวิทยาลัยเยลพบว่า โปรตีนมีคุณสมบัติในการลดความอยากอาหารและอิ่มท้องได้นานกว่า

เนื่องจากโปรตีนย่อยยากกว่าแป้ง ร่างกายจึงต้องใช้พลังงานจากไขมันเพื่อมาย่อยโปรตีนมากขึ้น นอกจากนี้น้ำหนักที่ลดได้จะเป็นไขมันทั้ง 100% ต่างกับการอดอาหารหรือกินยาลดน้ำหนักซึ่งเป็นไขมันเพียงไม่ถึงครึ่ง

ออกกำลังกายลดหน้าท้อง

คลิปแนะนำในวันนี้ผมจะแยกออกเป็นสองส่วนคือ หนึ่ง คาร์ดิโอที่ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นหัวใจ กับสอง ท่าบริหารกล้ามเนื้อท้อง

ซึ่งข้อดีของทั้งสองท่านี้คือ เป็นท่าออกกำลังที่ “ดูเหมือนจะน้อย” คือมีแค่สองคลิป แต่เรียกได้ว่า “ครบถ้วน” เพราะจะช่วยเบิร์นไขมันส่วนเกินและเพิ่มความคมชัดของกล้ามเนื้อ ที่เจ๋งอีกข้อคือ สามารถทำตามได้เองที่บ้านเพราะไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย

ท่าแรก เป็นคาร์ดิโอแบบ ​HIIT หรือคาร์ดิโอแบบ “เข้มข้น” ที่จะดึงไขมันตกค้างออกมาได้หมดจดกว่า ในคลิปจะเป็นการวอร์มอัพ 7 นาทีก่อนเข้าสู่ช่วงคาร์ดิโอ HIIT อีก 16 นาที

ใครไม่เคยออกกำลังมาก่อนมาเจอคลิปนี้บอกเลยว่าหอบแน่ๆ แต่ไม่ต้องซีเรียสครับให้ทำเท่าที่ได้ เพราะเล่นไปสักพักเดี๋ยวจะได้ครบ 23 นาทีเอง

ซึ่งท่าคาร์ดิโอที่ผมชอบมักจะเป็น HIIT ซะมาก คือประมาณว่าใช้เวลาไม่นานแต่ต้องใส่จนหมด ซึ่งคุณจะรู้สึกเลยว่าหัวใจสูบฉีดแรงมาก ที่สำคัญคือไม่เสียเวลาดี

ท่าที่สอง ออกกำลังเน้นสร้างกล้ามเนื้อ

วันนี้เราจะเน้นลดพุง เลยต้องให้หน้าท้องออกแรงมากหน่อย โดยจะให้เล่น 3 ครั้ง/สัปดาห์ ที่กำหนดไว้แค่นี้เพราะต้องเว้นช่วงให้กล้ามเนื้อฟื้นตัว โดยเฉลี่ยคือวันเว้นวัน มิฉะนั้นจะเหนื่อยเปล่าและไม่ได้ผลเท่ากับการเล่นไปพักไป

ซึ่งถ้าใครเล่นครั้งแรกแล้วรู้สึกปวดตัว ต้องรอให้หายปวดก่อนนะครับค่อยกลับมาเล่นต่อ (โดยเฉลี่ยหนึ่งสัปดาห์) อย่าไปหักโหมครับเดี๋ยวกล้ามเนื้อฉีก หมายเหตุเพิ่มว่าถ้าวันไหนต้องเล่นทั้งสองท่าในวันเดียวกัน แนะนำให้แยกเล่นเช้ากับเย็นนะครับจะได้ไม่ล้าเกินไป

อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ หมายความว่าคุณได้ “เครื่องมือ” ทั้งหมดที่จำเป็นแล้ว ทีนี้ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่า…จะหยิบขึ้นมาใช้หรือเปล่า ?

อย่าลืมนะครับว่า…
ความต่อเนื่อง
คือกุญแจสู่ความสำเร็จ

แล้วพบกันครับ
คุณนก