วิธีปรับขยับสูตร (อาหาร) ให้ลงล็อค ทำวันละ 10 นาที สัปดาห์เดียวก็ไร้พุง

เห็นเพื่อนมันใส่สเตย์รัดหน้าท้อง กางเกงกระชับพุง เฮ้อ!! บอกได้คำเดียว อึดอัดแทนเลยค่ะ
กว่าจะออกมาเพรียวสมใจ ต้องแขม่วพุง กลั้นลมหายใจเข้าแบบสุดๆ
ชีวิตพวกนางกว่าจะดูเป๊ะเว่อร์เนี่ยลำบากเนอะ แต่มาดามก็เข้าใจแหละว่า คนมันอยากเซลฟ์
เลยต้องทำเนียนดูสวยไว้ก่อน
.
ไม่ได้แอนตี้กับของพวกนี้นะคะ แค่คิดว่าทำไม๊…ทำไมถึงต้องทำให้ชีวิตหมดมู้ดยังงี้
ได้แค่เก็บหน้าท้องให้ดูเซ็กซี่แปบๆ ไม่ได้แก้ปัญหาตรงจุดสักหน่อย เห็นว่ามันง่ายกว่า
ดีไม่ดีจะทิ้งการไดเอทไปเลย แล้วหันไปซบอุปกรณ์เหล่านั้นแทน
.
แก้ที่ต้นเหตุไม่ยากหรอก ลองดูว่า ระบบย่อยอาหารเรามีปัญหาบ้างมั้ย ท้องผูกบ่อยหรือเปล่า
บางทีที่เข้าใจว่าพุงยื่นเพราะไขมัน อาจเป็นแค่อาการท้องอืด ท้องเฟ้อจากระบบที่ว่าก็ได้นะ
ถ้าเป็นอย่างหลังนี่ ใช้เวลาลดไม่นานเลย แต่ต้องทำถูกวิธี ปรับสูตรอาหารให้ลงล็อคสักหน่อย
แล้วอะไรจะดีขึ้น ไม่อยากเวิ่นเว้อให้มาก ตามมาดามมาดูกันเลย
.

1.ผสานพลังคูณสองไฟเบอร์เข้าด้วยกัน

ทริคนี้เสิร์ฟมาเพื่อคนธาตุแข็ง ธาตุหนักกันเลย ใครที่กินผักก็แล้ว ดื่มน้ำก็แล้ว อะไรดีสรรหามากินหมด
แต่ผลดั๊น…นิ่งสงบไม่สะเทือนของเสียเลยสักนิด เลยจัดหนักอัพยาระบายซะเลย พึ่งไปพึ่งมา
ไม่กินไม่ออก ต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นถึงจะเห็นผล
.
ผักน่ะไฟเบอร์สูงค่ะ แต่เรามีปมเรื่องระบบย่อยอาหารอยู่ กินแค่นั้นยังออกฤทธิ์ไม่เท่าไหร่เลย
จะให้เวิร์คสุดๆ ต้องกินให้ครบประเภทของไฟเบอร์ด้วย บางคนอาจยังไม่รู้ว่า เจ้าไฟเบอร์เนี่ยมี 2 ชนิด
คือ ตัวที่ไม่ละลายน้ำกับละลายน้ำ
.
ตัวไม่ละลายน้ำ เช่น ผักต่างๆ ถั่ว เมล็ดธัญพืช แป้งโฮลวีต พวกเนี้ยมีกากอาหารเยอะ
ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น ส่วนตัวละลายน้ำจะมี แอปเปิ้ล ผลไม้รสเปรี้ยว แครอท เป็นต้น
ตัวนี้จะมีลักษณะคล้ายเจลค่ะ เวลากินเข้าไปแล้วมันจะช่วยหล่อลื่นให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น
.
ใครท้องผูกบ่อยๆ ควรกินไฟเบอร์ทั้ง 2 ชนิด และควรกินตัวอาหารให้หลากหลายด้วย
จะเห็นผลเร็วกว่ามาก เพราะมันจะรวมตัวกันช่วยดึงน้ำในร่างกายเข้าสู่ลำไส้และอัพสปีด
การกำจัดของเสียได้ไวขึ้น ไม่เชื่อลองดูได้เลยค่ะ
.
เริ่มจากมื้อเช้านี่เลย เติมซีเรียลธัญพืชสัก 1/3 ถ้วย ที่มีไฟเบอร์ 2 ชนิดรวมอยู่ด้วย
ถ้ามีไม่ครบ สาวๆ อาจเลือกผลไม้รสเปรี้ยวสักอย่างทานคู่กับซีเรียลธัญพืชก็ได้ ทานทุกวัน
สลับหมุนเวียนตัวอาหารไปด้วย เท่านี้ระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายของสาวๆ ก็จะดีขึ้นแล้วละ
ไม่ต้องพึ่ง detox เลย
.

2.กระจายโซเดียมแบบเนียนๆ โดยไม่ลดความอร่อย

โซเดียมเนี่ย มาดามว่าน่าห่วงกว่าน้ำตาลซะอีก เพราะอาหารแนว ready to eat
ส่วนใหญ่น่ะอัดความเค็มชูรสมาเต็มเหนี่ยว กินไปบางทียังไม่รู้เลยว่า มีโซเดียมปนมาด้วยหรือเนี่ย
ร่างกายรับโซเดียมได้แค่วันละ 1500 มิลลิกรัมเท่านั้น แต่เชื่อเถอะค่ะ ทุกวันนี้เรากินเกินอัตราทั้งนั้น
เพราะงั้นไอ้ที่ยื่นคงไม่ใช่อ้วนแต่บวมน้ำมากกว่า ใครท้องผูกอยู่แล้ว สภาพร่างกายยิ่งไปกันใหญ่
.
ทางแก้ไม่มีอะไรมาก ดูฉลากทุกครั้งก่อนซื้อมากิน ถ้าทำอาหารกินเองได้จะเวิร์คมากเลย
ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็เลือกเครื่องปรุงหรืออาหารสูตรโซเดียมต่ำ ไม่ก็กินกับอาหารประเภทอื่นอย่างผักผลไม้
จะได้ช่วยละลายโซเดียมลงได้บ้าง
.
มาดามเองเคยชอบกินน้ำมะเขือเทศมาก แต่ด้วยความที่โซเดียมเยอะจริงๆ
เลยเลือกผสมน้ำสตอร์เบอร์รี่หรือน้ำผึ้งเข้าไปด้วย ช่วยลดเค็มเยอะมาก แถมรสชาติถูกปากมากขึ้น
ลองเอาไปใช้ตามได้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ค่ะ
.

3.กู้หน้าท้องสวยๆ ด้วยการกินโปแตสเซียมให้เยอะขึ้น

ดูๆ แล้วสาวไทยไม่ได้อ้วนลงพุงหรอก ปัญหาระดับชาติจริงๆ อยู่ที่อาการบวมน้ำ ท้องอืด
ท้องเฟ้อเล่นงานมากกว่า เรื่องกินน่ะสำคัญสุด ถ้ากินไม่ถูกหลัก เกลือแร่อย่างโปแตสเซียมและ
โซเดียมที่ควบคุมปริมาณน้ำในร่างกายอาจเสียสมดุลได้เลย ร่างกายมีโซเดียมเยอะเกิน
เซลล์ในร่างกายกลับอุ้มของเหลวไว้ซะงั้น
.
อัพแอนด์ดาวน์อย่างเดียวคงไม่พอ ต้องแก้ตรงจุดด้วยการอัพโปรแตสเซียมให้อยู่ในปริมาณ
ที่สมดุลกับโซเดียม มาดามแนะนำให้กินกล้วยหรือมันฝรั่งค่ะ
วันนึงกินให้ได้ประมาณ 4 ถ้วยครึ่งจะดีมากค่ะ สลับหมุนเวียนกินเมนูอื่นบ้างก็จะดี เช่น
มันฝรั่งอบ มะลอกอ ถั่วแระนึ่งครึ่งถ้วย ผักโขมครึ่งถ้วย ส้ม 1 ลูก
จะจัดเสิร์ฟยังไงแล้วแต่ให้ได้รวมๆ กันวันละ 4 ถ้วยครึ่ง
.

วิธีนี้จะเป็นการรีเซ็ตระบบร่างกายใหม่เลย ไม่ถึง 1 อาทิตย์หรอกค่ะ อาการบวมน้ำ ท้องอืด
ท้องเฟ้อจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด มาดามไม่เห็นด้วยถ้าสาวๆ จะเลือกกินแบบอาหารเสริมค่ะ
เพราะมันอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ยิ่งคนที่มีปัญหาเรื่องหัวใจและไต ควรกินอาหารที่ได้
จากธรรมชาติที่จะดีกว่านะ
.

4.เพลาๆ น้ำตาลแอลกอฮอล์ลงบ้าง

ฉลากอาหารที่จั่วหัวซะโดดเด่นว่า “sugar free” น่ะ ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีแคลอรี่เลยนะ
โอเค มันอาจมีอยู่น้อยกว่าตัวน้ำตาลจริง แต่สารให้ความหวานเทียมที่มาแทนที่เนี่ยสิ
อาจทำให้สาวๆ เข้าใจผิดได้เลยว่ากินไปเถอะไม่อ้วนชัวร์ แถมโฆษณาเค้าก็การันตีมาแบบนั้นด้วย
.
กินน้อยๆ ไม่กระทบอ้วนหรอก แต่นอยด์เรื่องแก๊ซในกระเพาะมากกว่า เพราะสารให้ความหวานเทียม
อย่างซอร์บิทอล แมนนิทอล ไซลิทอล แลตซิทอล ที่ผสมในหมากฝรั่ง เครื่องดื่มหวานๆ
อาหารโลว์คาร์บบางตัว ลำไส้ย่อยพวกนี้ไม่หมดหรอก มันก็ค้างคาหมักหมม จนอาหารที่กินไปบูดเน่าในที่สุด
.

คนที่ขาดหวานไม่ได้อย่างเพิ่งน้อยใจ มาดามแค่อยากให้ลดปริมาณน้ำตาลแอลกอฮอล์ลง
แล้วหันไปกินพวกผลไม้บ้าง ระบบย่อยอาหารจะได้ทำงานดีขึ้น
.

5.กินผักผลไม้สดให้ครบ 3 มื้อ ในปริมาณที่เหมาะสม

สายเฮล์ธี้อาจมีเหวอกันบ้าง ถ้ามาดามจะบอกว่า ผักผลไม้สดๆ ถ้ากินกันเยอะ พุงอาจป่องได้
ด้วยตัวน้ำข้างในที่เยอะ แถมตัวเนื้อที่มาก ผลคือมันจะไปแย่งชิงพื้นที่ในกระเพาะ
พอกินอาหารประเภทอื่นตามเข้าไป มันเลยไปอัดรวมอยู่ที่เดียวกัน ท้องอืดได้ชั่วคราวเลยละ
.
ทางที่ดีควรกะปริมาณผักผลไม้ที่จะกินไว้เลยล่วงหน้า ให้ครอบคลุมอาหารหลักทั้ง 3 มื้อ
เช่นวันนึงกำหนดกินผักผลไม้ประมาณ 4 ถ้วยครึ่ง มื้อนึงต้องกินไม่เกิน 1/3 ถ้วย
สาวๆ อาจปรับลดปริมาณได้นิดหน่อย ขออย่างเดียวอย่าตะลุยกินรวดเดียว
.

ไม่มีทริคไหนที่เพอร์เฟค 100% หรอกค่ะ บางคนเห็นผลไม่เหมือนกันด้วยซ้ำ อย่าไปมองตรงนี้เยอะเกิน
มาดามอยากให้สาวๆ โฟกัสที่ร่างกายตัวเองก่อนว่า มีการตอบสนองต่อสิ่งที่กินไปยังไงบ้าง
แล้วเอาคำตอบเนี้ยมาใช้ปรับขยับสูตรให้มันเข้าล็อคกับตัวเองมากที่สุด
.
มาดามเชื่ออยู่อย่างนึงนะว่า ความสมดุลทำให้เกิดความสวยงาม ถ้าอยากมีรูปร่างเป๊ะเว่อร์
แบบไม่ง้อสเตย์รัดหน้าท้องแล้วละก็ เช็คสมดุลในร่างกายของตัวเองสักนิด ว่าขาดเหลืออะไรไปบ้าง
แล้วใช้ทริคที่ว่าป็นไกด์นำหน้าท้องแบนราบได้เลย

.
ที่มา: http://www.prevention.com/weight-loss/flat-belly-diet/best-foods-eat-and-avoid-flat-belly?cid=OB-_-PVN-_-SSF
.
.


.
[โหลดฟรี] คู่มือลดน้ำหนักด้วยอาหาร
แบบไม่นับแคลอรี่ และไม่เน้นออกกำลังกาย
ลดน้ำหนัก 1.5-2.5 kg.ได้ตั้งแต่หกวันแรก
.
อ่านจบตอนนี้ “วางแผน” ทานอาหารได้ทันที
.
ง่ายๆ เพียงแอดไลน์ id: @slimdelivery (มีเครื่องหมาย @)
หรือ คลิ๊กแอดไลน์
เพื่อรับไฟล์คู่มือ!