ห้ามลดน้ำหนักด้วยการนับแคลอรี่…เพราะหนึ่งแคลอรี่ “ไม่เท่ากับ” หนึ่งแคลอรี่

ผมเชื่อว่ายังมีท่านผู้อ่านอีกกลุ่มใหญ่
ที่เวลาจะลดน้ำหนัก
จะต้องเริ่มต้นด้วยการนับแคลอรี่
โดยอาจยังไม่ทราบว่า
การมุ่งเน้นแต่ “ปริมาณ” แคลอรี่เพียงอย่างเดียว
ยังไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง
และมีแนวโน้มสูงมากว่า
อาจทำให้คุณลดน้ำหนักไม่ได้ด้วย

เพราะถึงแม้อาหารสองจานที่อยู่ตรงหน้า
จะมีปริมาณแคลอรี่ที่เท่ากัน
แต่เชื่อหรือไม่ว่า
ถ้าเป็นอาหารต่างกลุ่มกัน
จะส่งผลต่อร่างกายตรงข้ามกัน

ยกตัวอย่างเช่น
เนื้อหมู 500 แคลอรี่
จะช่วยให้ร่างกายเบิร์นไขมันสะสม
ทั้งยังอิ่มท้องนานกว่า
ซึ่งจะตรงข้ามกับ
ขนมปังเนยน้ำตาลที่ 500 แคลอรี่เท่ากัน
ซึ่งนอกจากไม่ช่วยดึงไขมันแล้ว
ถ้าในวันนั้นคุณใช้พลังงานไม่หมด
ส่วนเหลือใช้จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม
เพิ่มเข้าไปอีกด้วย

ที่แย่ไปกว่านั้น
อาหารที่เน้นแป้งและน้ำตาล
จะทำให้รู้สึกหิวเร็ว และอยากทานเพิ่ม
ลองสังเกตุว่าขนมที่ขายดี
ทั้งขนมปังโทสต์ราดช็อกโกแล็ต
มาการอง หรือชานมมุก
ล้วนมีส่วนประกอบหลัก จากแป้งและน้ำตาลทั้งสิ้น

หรือแม้แต่ขนมจุกจิก ที่คุณชอบทานตอนบ่าย
ก็ล้วนแต่ใช้แป้งเป็นหลัก
จึงไม่ต้องแปลกใจที่คุณรู้สึกเหมือนกับว่า
กินเท่าไหร่ก็ไม่พอสักที
เพราะด้วยคุณสมบัติของแป้งและน้ำตาลนั่นเอง

ซึ่งจะแตกต่างจากผู้ที่อิ่มด้วยโปรตีน
คืออิ่มแล้วอิ่มเลย
ไม่ทำให้รู้สึกอยากทานเพิ่ม

ดังนั้นท่องไว้เลยนะครับว่า
สิ่งที่สำคัญมากกว่าปริมาณแคลอรี่
คือกลุ่มอาหารที่คุณเลือกทาน
เพราะอาหารในแต่ละกลุ่ม
ถึงแม้ว่าปริมาณแคลอรี่เท่ากัน
แต่กลับส่งผลต่อร่างกายตรงข้ามกัน

อธิบายให้เห็นภาพว่า…
คุณทานอาหาร 1,500 แคลอรี่
ถ้าเป็นกลุ่มที่เน้นโปรตีน
จะทำให้คุณน้ำหนักลด แบบไม่ต้องหิวด้วย
ตรงกันข้ามกับกลุ่มที่เน้นแป้ง
นอกจากน้ำหนักไม่ลดลงแล้ว
น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นจากเดิมด้วยครับ

ดังนั้นก่อนที่จะนับแคลอรี่
เลือกทานด้วยนะครับว่า เป็นอาหารในกลุ่มไหนครับ
(เมนูลดน้ำหนักตามภาพ: สเต็กหมูพริกไทยดำ)

แล้วพบกันพรุ่งนี้ครับ
คุณนก