เคล็ดลับลดน้ำหนักสุดไฉไล…ไม่หิว ไม่โหย ไม่ตบะแตก !!

เคยเป็นแบบนี้ไม๊ครับ
เวลาจะลดน้ำหนัก
คุณจะตั้งใจออกกำลังกายมากๆ
ทั้งซื้อชุดใหม่ ไปสมัครฟิตเนส
เลิกงานแล้ว ทั้งที่เหนื่อยแสนเหนื่อย
แต่ก็ยังฝ่ารถติดไปแย่งที่จอด
เพื่อจะมา “เหนื่อยต่อ” อีกเก้าสิบนาที

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องดี และไม่ใช่สิ่งผิดครับ
เพียงแต่ว่า…
การที่คุณทุ่มเทใหักับการออกกำลังกาย
แต่กลายเป็นว่าหลังจากนั้น
คุณกลับไม่ค่อยตั้งใจ โดยเฉพาะกับเรื่องอาหาร
คือยังรู้สึกว่า วันนี้ฉันใช้พลังงานไปเยอะแล้ว
กินข้าวเยอะหน่อยก็น่าจะโอเค
หรือชานมซักแก้วก็ยังดี

ผลลัพธ์ที่ออกมาคือ
ทั้งที่เหนื่อยสายตัวแทบขาดทุกวัน
แต่น้ำหนักกลับไม่ค่อยลด
หรือลดไปนิดเดียว
คือจากเมื่อก่อนหุ่นเหมือนหมู
ตอนนี้เลยกลายเป็นหมูที่แข็งแรง(ฮา)

เคยอ่านเจอในหนังสือจิตวิทยาเค้าบอกว่า
พลังสมาธิของมนุษย์มีขีดจำกัด
ถ้าจะประสบความสำเร็จ เราจึงควร “จัดสรร” โฟกัสของเรา
ให้กับสิ่งที่สำคัญที่สุด

อย่างกรณีการลดน้ำหนัก
ผมจะเน้นกับสมาชิกเวลาอธิบายคอร์สว่า
ถ้าคุณไม่เคยดูแลสุขภาพมาก่อน
การเปลี่ยนอาหารสามมื้อ
ก็ถือว่าเพียงพอแล้วในช่วงแรก
เพราะแค่เปลี่ยนวิธีกินอย่างเดียว
จะทำให้น้ำหนักลดลงตั้งแต่สัปดาห์แรกได้เลย

แล้วพอทำไปเรื่อยๆ จนทุกอย่างเข้าที่
ค่อยเพิ่มการออกกำลังกายเข้าไป
จะทำให้การลดน้ำหนักครั้งนี้ได้ผล
จนอยู่ติดตัวคุณไปตลอดชีวิต

สำหรับใครที่จะลดน้ำหนัก
และออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย
ผมแนะนำว่า
ให้เน้นที่อาหารสามมื้อก่อน

คำว่าเน้นคือหมายความว่า
อะไรที่ไม่อนุญาติหรือผิดหลักการ จะไม่แตะต้องเด็ดขาด
ซึ่งเมื่อคุณเริ่ม “เอาจริง” กับตัวเอง
คุณจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน
และเวลาทำสำเร็จ
คุณจะรักตัวเองเพิ่มขึ้นอีกเยอะ

ที่สำคัญคือห้ามอด
เพราะถ้าอด อย่าว่าแต่ให้ออกกำลังกายเลย
จะนอนก็ยังไม่ค่อยหลับ
ส่วนเวลาทาน ก็ให้คุณทานแต่ละมื้อให้อิ่ม
โดยเน้นอาหารในกลุ่มเนื้อสัตว์กับผัก
ห้ามกินแต่สลัดผัก หรือผลไม้เด็ดขาด
เพราะนอกจากไม่อยู่ท้องแล้ว
กล้ามเนื้อจะถูกทำลาย
ซึ่งเป็นต้นเหตุของโยโย่
และอาการขาลายที่จะตามมาด้วย

ซึ่งพอได้ทานจนอิ่ม
คุณก็จะมีแรงออกกำลังกาย และไม่ตบะแตก

อย่าเพิ่งเชื่อผมนะครับ
นำไปทำดูก่อน
มีความคืบหน้ายังไง
มาเล่าให้ผมฟังบ้างครับ

ด้านล่างเป็นรีวิวจริงจากสมาชิก
ที่เข้าคอร์สอาหารลดน้ำหนักสัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่าลืมนะครับว่า…
ความต่อเนื่อง
คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

แล้วพบกันครับ
คุณนก