วินาทีพลิกชีวิต เปลี่ยนจาก Fat กลายเป็น Fit

หลายคนลดน้ำหนักมาแล้วหลายปี ทำมาทุกวิธี
แต่เหมือนต้องกลับมาเริ่มใหม่วนอยู่ที่เดิม

ถ้าคุณสงสัยว่าเพราะอะไร?
หรือจะแก้ไขอย่างไร?

วันนี้ผมจะเฉลยให้ฟัง

ปกติถ้าเพื่อนรู้ว่าคุณทำคอร์สลดน้ำหนัก จะต้องมีคำถามตามมาว่า,
“อยากลดบ้างต้องทำยังไง ?”

ถ้าให้สรุป, ผมสามารถเขียนหลักการทั้งหมดได้บนทิชชูแผ่นเดียว
หน้าที่ที่เหลือคือ ทำตามลิสต์

เดาสิครับว่า จะมีเพื่อนกี่คนที่ลดน้ำหนักได้ ?
คำตอบคือ ไม่มีเลย !!

เคยสงสัยไม๊ครับว่า ทำไมคนอ้วนบางคนสามารถทนเหนื่อยได้เป็นเดือน
แต่อีกคนทำอยู่สามวันก็เลิกแล้ว

เหตุผลเพราะ ปัญหาน้ำหนักตัวของคนแรก “วิกฤต” กว่าคนที่สอง
คนแรกจึงมุ่งมั่นได้มากกว่า

ในขณะที่คนที่สองยังรู้สึกว่า
“ถ้าฉันลดได้คงดี แต่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”
นี่คือความแตกต่างของ “วินาทีพลิกชีวิต”

คือวินาทีที่ใครก็ตามค้นพบ “แรงขับเคลื่อน”
และสามารถเปลี่ยน “สิ่งที่ควรทำ” ให้เป็น “สิ่งที่ต้องทำ”

โดยไม่สนใจว่าเหตุผลจะพิสดารแค่ไหน
ถ้าสามารถ “ย้ายก้น” ให้คุณลุกขึ้นวิ่งตอนตีห้าได้
ผมถือว่าใช้ได้แล้ว

บางคนอยากลดน้ำหนักเพราะ…

แฟนเก่าไปมีแฟนคนใหม่ที่ผอมเพรียวกว่า
อยากใส่ชุดของดีไซเนอร์คนโปรดที่มีแต่ไซส์เล็ก (แบบ Karl Lagerfeld)
อยากดูดีวันรับปริญญา จะได้ไม่เป็นตราบาปไปตลอดชีวิต
อยากพิสูจน์วิญญาณนักสู้
กำลังจะตายเพราะหายใจไม่ออก
หรือกระทั่ง เคยไปบนไว้

สรุปว่าถ้าอยากสร้างความเปลี่ยนแปลง
คุณต้องคุยกับตัวเองให้จบก่อนว่า, “ฉันจะเหนื่อยไปทำไม?”

ประสบการณ์ของ Chad Fowler

Chad เป็นผู้บริหารระดับสูงของ InfoEther
หลังปล่อยให้ตัวเองอ้วนฉุมาสิบปี
“อยู่ดีๆ” เขาก็ลุกขึ้นมาลดน้ำหนัก แล้วสำเร็จเสียด้วย

ซึ่งความน่าสนใจของ Chad ไม่ใช่ตัวเลขที่ลดได้
แต่เป็นเหตุผลที่ว่า อะไรเข้ามาเปลี่ยนความคิด ?

วินาทีพลิกชีวิต

ที่ฮาราจูกุ, ประเทศญี่ปุ่น

เพราะต้องเดินเข้าออกร้านเสื้อผ้าอยู่หลายร้านเนื่องด้วยไม่มีไซส์
Chad กับเพื่อนอีกคนเลยปลีกตัวมารอข้างนอก
ขณะที่เพื่อนคนอื่นยังตื่นตาตื่นใจกับนครแห่งแฟชั่น

“อุตส่าห์บินมาถึงนี่ ไม่อยากซื้อไว้ใส่บ้างหรือไง?” เพื่อนที่ออกมาด้วยกันชวนคุย
“จะต้องสนทำไม ใส่ชุดอะไรก็ไม่ได้ดูดีอยู่แล้ว”, Chad สวนกลับ

หลังจากนั้น Chad จำไม่ได้ว่าเพื่อนพูดอะไรต่อ
แต่ที่จำได้คือ เสียงที่สะท้อนกลับเหมือนเผลอแหกปากกลางห้องประชุมเงียบกริบ
จนทุกคนหันมามอง เหมือนเราเป็นสิ่งแปลกปลอม

แต่ครั้งนี้ Chad กลับเห็นภาพเหมือนหันไปมองตัวเอง
และสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังของผู้ชายตรงหน้านี้

ซึ่งที่ผ่านมาเขาตระหนักดีว่า
ถ้าอยากขึ้นสูุ่จุดสูงสุดในอาชีพ จะต้องมีเป้าหมายที่โดดเด่น
เพราะถ้าแค่ “ทำไปเรื่อย” คุณก็จะก้าวหน้าไปแบบเรื่อยๆ

แต่กับเรื่องสุขภาพที่สำคัญกว่า เขากลับ “ปล่อยไปเรื่อย” เป็นสิบปี
จนกระทั่งเคยชินกับความเอื่อยเฉื่อยของตัวเอง

วินาทีนั้น Chad รู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมาจับใจ

ต้อนรับสู่ชีวิตใหม่

ทันทีที่คุณตัดสินใจ ประตูบานใหม่จะเปิดออก

หลังจากคืนนั้น Chad ปรับเปลี่ยนตัวเองแบบจริงจัง
ซึ่งวิธีที่ใช้ก็ไม่ได้ซับซ้อน แต่กลับได้ผลเหลือเชื่อ

1. คิดเมนูล่วงหน้าแล้วซื้อเตรียมไว้ทั้งสัปดาห์
2. ทานมื้อเช้าภายในครึ่งชั่วโมงหลังตื่นนอน
3. ปั่นจักรยานระหว่างดูทีวี
4. พกตัววัดชีพจรเพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหว
5. มองข้ามความสมบูรณ์แบบ แต่เน้นที่ความต่อเนื่อง

ที่ผมชอบที่สุดคือข้อสุดท้ายนั่นคือ “จะทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน”
ฟังดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าจดจ่อกับแนวคิดนี้ได้จะเปลี่ยนชีวิตคุณได้จริงๆ

009

และผลจากความตั้งใจนี้ ช่วยให้ Chad ลดน้ำหนักได้ 30 kg.ในเวลาไม่ถึงปี
เขาทิ้งท้ายว่า ชอบความรู้สึกที่ตื่นตอนเช้าแล้วได้ออกกำลังกายเป็นอย่างแรก

อย่าลืมนะครับว่า…
ความต่อเนื่อง
คือกุญแจสู่ความสำเร็จ

แล้วพบกันครับ
คุณนก