ลดน้ำหนัก 13 กิโลกรัมใน 13 วันกับตั๊ก บงกช สรุปคือ ?

"ทำไปพร้อมๆ กับตั๊กมั๊ยคะ วันนี้ตั๊กเริ่มวันแรกแต่ใครที่ทำได้ถึง 13 วันอย่างเคร่งครัด น้ำหนักจะลงจริง" คำเชิญชวนข้างต้นผมตัดตอนมาจากไอจีของคุณตั๊ก บงกช ซึ่งดราม่ากันมาได้เกือบสัปดาห์แล้วกับกรณี “สูตรลดน้ำหนัก 13 กิโลกรัมใน 13 วัน” ที่หลายท่านออกมาตั้งข้อสังเกตุถึงความปลอดภัยของสูตรดังกล่าว ผมเข้าใจคุณตั๊กนะครับว่า ที่รู้สึกไม่พอใจเพราะเธอเพียงแค่ต้องการแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ กับ followers ของเธอ ซึ่งต้องบอกว่าผลลัพธ์ที่เธอทำได้นั้นอเมซิ่งมาก แต่สุดท้ายทันกลายเป็นประเด็นขึ้นมา ด้วยอายุของคุณตั๊กที่ยังไม่ถึงเลขสามผมยืนยันว่า ถ้าใครที่อายุยังไม่มากและเคร่งครัดได้ตามที่เธอเขียนไว้ ทุกคนลดน้ำหนักได้แน่นอน หลังจากหลายสื่อได้ตีพิมพ์สูตรลดน้ำหนักดังกล่าว หลายเพจได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอาทิ นพ.วิทวัส ศิริประชัย เจ้าของเพจ Drama-addict ที่โพสท์ให้ระวังวิธีดังกล่าวที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หรือแฟนเพจหมอแมวที่วิเคราะห์แคลอรี่สูตรอาหารอย่างละเอียด และไม่เห็นด้วยกับสูตรของคุณตั๊กเช่นกัน แล้วอย่างนี้ใครผิดใครถูก ผมในฐานะที่ทำคอร์สอาหารมา 3 ปี เลยอยากเสนอมุมมองจากผู้ที่มาเข้าคอร์สอาหารกับผมโดยตรง ซึ่งอาจช่วยตอบคำถามนี้ได้ดียิ่งขึ้น ถ้าดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทราบไม๊ครับว่า ต้นเหตุของความเข้าใจผิดทั้งหมดคืออะไร ? คือการมองต่างมุมครับ คือจากมุมมองคุณตั๊ก เธอพอใจมากกับน้ำหนักที่ได้ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพียงแต่ต้องหมายเหตุเอาไว้ 2 ข้ออันได้แก่ น้ำหนักที่ลดได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลซึ่งตัวเลข 13 กิโลกรัมใน 13 วันผมถือว่าเยอะมาก...

วิธีลดน้ำหนักโดยไม่ต้องพึ่งยา และไม่เน้นออกกำลังกาย

ความเข้าใจผิดอันดับที่ 5 ลดน้ำหนักต้องไม่กินแป้ง การงดแป้งเป็นวิธีลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมทางฝั่งอเมริกา มีหลายสำนักที่แตกแขนงมาจากสูตรนี้ แล้วโด่งดังไปทั่วโลก ที่คุ้นหูหน่อย อาทิ Dr. Atkins หรือ South Beach จุดเด่นของการลดน้ำหนักแบบงดแป้งหรือโลว์คาร์บคือ สามารถทำตามได้ง่ายกว่า และมีโอกาสสำเร็จสูงกว่า โดยเฉพาะใครที่กลัวหิว เพราะโลว์คาร์บอนุญาติให้คุณทานจนอิ่ม ในช่วงที่ลดน้ำหนัก หรือถ้าใครไม่มีทำอาหารเอง และชอบทานข้าวนอกบ้านจะยิ่งง่าย เพราะโลว์คาร์บเป็นวิธีลดน้ำหนัก แบบเลือกกลุ่มอาหาร ไม่ใช่การจำกัดปริมาณ เวลาไปที่ร้าน หรือต้องไปกับเพื่อน คุณก็พยายามสั่งอาหารในกลุ่มที่กำหนด เท่านี้ก็สามารถลดน้ำหนักได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องยุ่งยากเตรียมอาหารไปทานเองทุกมื้อ เพียงแต่ว่าเมื่อพูดถึงวิธีโลว์คาร์บ หลายคนจำไปแต่เพียงว่าให้งดแป้ง ก็เลยตัดแป้งออกจากอาหารทั้งหมด ซึ่งพอทำไปสักพัก แล้วเริ่มไม่มีแรง เลยอาจถอดใจว่า วิธีนี้ไม่เหมาะสมกับเราหรือเปล่า ที่ถูกต้องคือ การงดแป้งให้คุณงดเพียงแค่หกวัน แล้วกลับมาทานตามปกติในวันที่เจ็ด เพราะแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต ก็ยังเป็นอาหารหลักที่ให้พลังงาน และยังจำเป็นต้องได้รับอยู่เป็นระยะครับ ความเข้าใจผิดอันดับที่ 4 อยากลดน้ำหนักต้องเน้นออกกำลังกาย การวิ่งจ๊อกกิ้งหนึ่งชั่วโมง เบิร์นได้ 700 แคลอรี่กับ ทานข้าวมันไก่ + กาแฟเย็น เติมเข้ามา 700 แคลอรี่ สองตัวอย่างนี้ให้พลังงานเท่ากัน แต่อย่างไหนทำได้ง่ายกว่ากัน ? คำตอบคือข้อสอง การทานอาหารใช่ไม๊ครับ ผมเคยได้ยินคำพูดที่บอกว่า คุณไม่สามารถออกกำลังกาย เพื่อเอาชนะการตามใจปากได้ ซึ่งผมเห็นด้วยว่า เป็นความจริงอย่างที่สุด จำชุดตัวเลขนี้นะครับว่า อาหาร สำคัญต่อน้ำหนักตัว 70% การออกกำลังกาย สำคัญต่อน้ำหนักตัว 25% อาหารเสริม สำคัญต่อน้ำหนักตัว 5% ซึ่งถ้าคุณสามารถเรียงความสำคัญได้ตามนี้ ถึงเวลา คุณจะได้ไม่ต้องเหนื่อยฟรีไงละครับ ความเข้าใจผิดอันดับที่ 3 ยาลดน้ำหนักบางยี่ห้อไม่ทำให้โยโย่ ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ ผมอยากให้คุณเข้าใจก่อนครับ โยโย่เอฟเฟคท์คืออะไร ? โยโย่คือ อาการที่น้ำหนักตัวดีดกลับทันทีหลังเลิกอดอาหาร เพราะการอดอาหาร จะทำให้กระบวนการเผาผลาญในร่างกายลดลง เมื่อคุณเลิกลดน้ำหนักแล้วกลับมาทานเท่าเดิม จึงมีส่วนเกินเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ และถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมอย่างรวดเร็ว น้ำหนักของคุณจึงเพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน หมายความว่า ถ้าใครที่อดอาหารหรือกินไม่ครบสามมื้อ พอกลับมาทานเท่าเดิม...

กำจัดเซลลูไลท์+ขาใหญ่ เมื่อการออกกำลังกายไม่ใช่คำตอบ

ข้อใดคือวิธีที่ถูกต้องในการกำจัดเซลลูไลท์และขาใหญ่ ? ก. ออกกำลังกายแบบเน้นช่วงขา ข. ออกกำลังกายโดยเน้นคาดิโอ อาทิ เต้น T25 ค. ทานอาหารให้น้อยลง โดยเฉพาะในกลุ่มไขมัน ง. เข้าคอร์สดูดไขมันที่ต้นขา ก่อนเฉลย ไปดูความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเซลลูไลท์แล้วคุณจะเลือกคำตอบได้ถูกต้อง หมายเหตุ เซลลูไลท์และขาใหญ่เกิดจากสาเหตุเดียวกัน จึงขออธิบายไปพร้อมกัน ความเข้าใจผิดข้อที่ 1 ขาใหญ่หรือเซลลูไลท์เกิดจากไขมัน หลายคนแก้ปัญหาด้วยการเข้าคอร์สสลายไขมันเฉพาะจุด แต่ยังไม่ใช่วิธีที่ถูกจุด ยิ่งดูดไขมันออกมาก ขากลับยิ่งนิ่มและเห็นเซลลูไลท์ชัดขึ้น ข้อ ง. จึงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง ความเข้าใจผิดข้อที่ 2 ออกกำลังกายขจัดเซลลูไลท์ เพราะการออกกำลังกายเพื่อลดเซลลูไลท์ ทั้งแบบเน้นเฉพาะช่วงขาอาทิ ปั่นจักรจานหรือคาร์ดิโอที่เน้นทั้งตัว สามารถแก้ปัญหาได้เพียง 30% ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณไม่มีความเข้าใจเรื่องโภชนาการอย่างถูกต้อง การออกกำลังกายจะยิ่งทำให้เซลลูไลท์เพิ่มมากขึ้น ข้อ ก. และ ข. จึงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง ความเข้าใจผิดข้อที่ 3 ขาใหญ่เพราะกรรมพันธุ์ ใครเคยแอบมองต้นขาคุณแม่แล้วนำมาเทียบกับของตัวเองบ้าง หลายคนเข้าใจมาตลอดว่า ขาใหญ่เป็นเพราะกรรมพันธุ์และไม่มีทางแก้...

ขี้เกียจออกกำลังกายแต่ลดน้ำหนักได้ (แบบไม่ใช้ยา)

ใครเป็นเหมือนผมบ้าง? ตั้งใจออกกำลังแทบเป็นแทบตาย อุตส่าห์เลิกปาร์ตี้วันเสาร์เพื่อไปเข้าฟิตเนส นี่ผ่านไปหนึ่งเดือน น้ำหนักไม่เห็นจะลด หรือว่าฉันกำลังโดยหลอก หรือถ้าเป็นประเภทไม่ชอบออกกำลังกาย (รวมไปถึงไม่อยากออกกำลัง, ไม่มีเวลาหรือขี้เกียจ) ฉันคงหมดสิทธิลดน้ำหนักกับเค้าแล้วใช่ไม๊ คือเข้าไปอ่านสตอรี่ในพันทิปทีไรเห็นมีแต่แนะนำให้ออกกำลังกายลดน้ำหนักทั้งนั้นเลย การออกกำลังกายมักถูกหยิบยกขึ้นมาทุกครั้งเมื่อพูดถึงการลดน้ำหนัก คงเป็นเพราะการออกกำลังกายเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่น เลยเข้าใจว่าเพียงแค่เปลี่ยนมาออกกำลังกายอย่างเคร่งครัดคงช่วยแก้ปัญหาไขมันส่วนเกินได้ อันที่จริงคุณกำลังเข้าใจผิด ! ผมจะได้ฟังเรื่องเล่าที่คล้ายกันนี้จากสมาชิกที่มาเข้าคอร์สอาหาร หลายท่านออกกำลังกายมาเป็นเดือนแต่น้ำหนักลดลงไป 2 ขีด มีแม้กระทั่งครูสอนโยคะที่ขนาดมีคลาสสอนทุกวันยังคุมน้ำหนักตามต้องการไม่ได้เลย หลายคนรู้สึกท้อด้วยไม่เห็นความคืบหน้าหรือพาลโทษไปว่าเป็นเพราะฮอร์โมนที่เสื่อมสภาพ (และไม่ดีเหมือนคนอื่น) เลยพาลเลิกออกกำลังแล้วปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนอ้วนฉุ ที่เกริ่นมาข้างต้น ผมไม่ได้หมายความว่าการออกกำลังเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ (ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ) เพียงแต่ว่าถ้าจุดประสงค์ในการออกกำลังกายของคุณคือการลดน้ำหนัก คุณจะต้องมีความเข้าใจอย่างครอบคลุมก่อนที่คุณจะเดินเข้าฟิตเนสวันแรกเลยด้วยซ้ำ คือผมกำลังจะบอกว่า ห้ามออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักแต่เพียงอย่างเดียว แต่ให้ควบคุมอาหารที่คุณทานในแต่ละวันไปพร้อมกันด้วย มิฉะนั้นจะกลายเป็นว่าลงแรงไปตั้งเยอะแต่ได้ผลลัพธ์กลับมาไม่คุ้มกัน เพราะไม่ว่าคุณจะออกกำลังอย่างหนักหน่วงสักแค่ไหน คุณก็ไม่สามารถเอาชนะแคลอรี่ปริมาณมหาศาลจากการทานอาหารตามใจปากได้ ยกตัวอย่าง คุณวิ่งจ็อกกิ้งหนึ่งชั่วโมง เบิร์นพลังงานได้ 500 Kcal. ตอนขากลับคุณแวะกินข้าวมันไก่ก่อนเข้าบ้านคุณได้คืนมาแล้ว 500 Kcal. สรุปคือที่ตื่นวิ่งตั้งแต่ตีห้าในวันนี้ถือว่าเจ๊ากันไป หรืออีกตัวอย่าง คุณมีรูทีนปั่นจักรยานก่อนไปทำงาน 45 นาที ( -500 Kcal. ) โดยก่อนเข้าออฟฟิศจะแวะซื้อคาปูชิโน 1 แก้ว + แซนวิชแฮมชีส ( +700...

เคล็ดลับลดน้ำหนัก 37 ข้อ ที่ผมให้คุณเริ่มทำตั้งแต่วันนี้

การลดน้ำหนักได้อย่างถาวรเป็นผลสืบเนื่องจากการตัดสินใจในเรื่องเล็กๆ ในแต่ละขณะของวัน จากวันแรกที่อาหารมื้อแรกขยายผลเป็นการเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตแบบยกเครื่อง พวกเรากลุ่มใหญ่ตั้งเป้าหมายลดน้ำหนักและล้มเลิกตั้งแต่สองอาทิตย์แรก จะเนื่องด้วยเห็นผลลัพธ์ไม่ทันใจหรือเริ่มไม่สนุกอีกต่อไปก็ตามแต่ การสร้างความเปลี่ยนแปลงจากจุดเล็กๆ จนชำนาญคือเคล็ดลับประการเดียวที่จะพาคุณข้ามฝั่งจาก Loser จนกลายเป็น Winner เพราะการเดินทางสู่เป้าหมายไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบแต่เป็นการติดตามความคืบหน้าในแต่ละวันอย่างต่อเนื่อง เพราะการลดน้ำหนักเกี่ยวข้องโดยตรงกับการควบคุมการตัดสินใจในเรื่องที่ดูเหมือนไม่สำคัญ อาทิ...

ลดน้ำหนักเหมือนกับ Lady Gaga, Victoria Beckhams และ Halle Berry

Time is more value than money You can get more money but you cannot get more time // Jim Rohn เวลาเลอค่ายิ่งกว่าเงิน คุณหาเงินเพิ่มได้ แต่ไม่อาจรับเวลาได้เพิ่ม // จิม รอห์น มากกว่า 80% ของ Quote ที่ทำให้ผมต้องวางมือจากสิ่งที่กำลังทำอยู่มักมาจากผู้ชายที่ชื่อ จิม รอห์น ชื่อของจิมไม่คุ้นหูนักในเมืองไทย แต่โด่งดังมากเหลือเกินทางฝั่งตะวันตก ถูกขนานนามให้เป็นกูรูของเหล่ากูรู ทั้ง Tony Robbins, Brian Tracy, Jack Canfield, T. Harv Eker และ Mark Victor Hansen Quote ด้านบนสะท้อนคุณค่าของเวลาที่สูงยิ่งกว่าเงินทอง สินทรัพย์ประการเดียวที่มนุษย์หกพันล้านคนได้รับเสมอเหมือนกัน การได้เป็นเจ้าของเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบหรือการกินแบบขาดสติ เป็นผลจากการตัดสินใจเลือกใช้เวลาในแต่ละวัน อย่าไปเชื่อใครที่บอกคุณว่า...

[How To] วิธีเสพติดการออกกำลังกาย

เคยเจอใครที่ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนต้องเข้าฟิตเนสทุกวัน, เพื่อนในเฟสที่ไปมาราธอนทุกอีเวนท์ หรือพลพรรค์นักปั่นที่ขับรถหา location ทุกอาทิตย์ไม๊ครับ ? บอกตามตรงว่าพวกเรากลุ่มใหญ่รู้สึกอิจฉาได้แต่สงสัยว่าทำกันได้อย่างไร ? อาจจะเป็นด้วยช่วงนี้ผมเริ่มกลับมาออกกำลังกายอย่างจริงจัง Story ของผู้ที่เสพติดเหล่านี้จึงผ่านเข้ามาเตะตาบ่อยมาก คนแรกคือคุณนาวิน ตาร์ให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร Loptimum ที่บอกว่า, “ความสุขของการออกกำลังกายคือการที่ทำจนเป็นไลฟ์สไตล์ อาจเป็นช่วงแรกที่วางเป้าหมายเพื่อลดน้ำหนักภายใน 3 เดือน แต่สำหรับผมมันไม่ใช่แล้ว เพราะมันกลายเป็นชีวิตประจำวันที่เราอยากทำ ทำให้เรามีความสุขกับการออกกำลังกาย” หรือคุณโจเซฟ เฮนรี่ อดีตหนุ่มสังคมตัวกลั่นเมื่อ 12 ปีก่อนที่ให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร Cycling Plus ว่า, “เมื่อผมอ้วนจึงเริ่มกลับมาวิ่งจาก 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์จนเริ่มเสพติดและตัดสินใจเลิกปาร์ตี้แล้วเปลี่ยนเป็นหนุ่มนักกีฬาเต็มตัว” คุณโจเซฟทิ้งท้ายว่า, “ไม่มีอะไรทำให้อะดรีนาลีนของผมหลั่งมากไปกว่าการได้ขี่จักรยานบนถนนกับเพื่อนร่วมทีมแล้ว” ได้อ่านบทสัมภาษณ์แล้วอย่าเพิ่งมองพวกเขาว่าประดุจยอดมนุษย์ เพราะข่าวดีคือคุณมีศักยภาพและสิทธิ 100% ที่จะเป็น Exercise Addicted ได้เช่นเดียวกัน และนี่คือ 12 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวข้ามขีดจำกัดอันน่าหลงใหลนี้ ตื่นแต่เช้าตรู่ หลายคนเห็นข้อแรกรีบบอกเลยว่า, “...

ปีใหม่ 2015 กับ 15 นิสัยเสียที่ผมสาบานว่าจะเลิก

คำเตือน: โพสท์นี้อ่านแล้วอาจจะแสบๆคันๆ บ้างแต่ทั้งหมดนี้ด้วยเจตนาดีครับ สิ่งที่ผมโปรดปรานเกี่ยวกับปีใหม่คือ ความรู้สึกของการเริ่มต้นที่จุดสตาร์ทใหม่เอี่ยม คือวันที่ผมได้พูดกับตัวเองอย่างกล้าหาญเพื่อเริ่มต้นทำสิ่งที่ยอดเยี่ยม และเลิกทำสิ่งที่ไม่ได้เรื่อง และนี่คือ 15 พฤติกรรมที่ผมอยากะลด รวมไปถึงทุกคนได้ ละ เลิก เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ที่มีค่าที่สุดกับตัวคุณเอง 1. เลิก Selfie โลกใบนี้ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกการเคลื่อนไหวของคุณว่า จะทานข้าวกับอะไร, ที่ร้านไหน, เที่ยวที่ไหนหรือเพิ่งช้อปปิ้งกระเป๋าใบใหม่มา ฯลฯ ผมมั่นใจว่าเวลา News Feed เหล่านี้แทรกขึ้นมาในเฟส คุณคงเคยแอบคิดว่า, “ยายนี่อีกแล้ว” ใจเขาใจเราครับ คุณไม่ชอบคนส่วนใหญ่ก็คงไม่ต่างจากคุณ แสร้งทำตัวลึกลับบ้างผมว่าดูเก๋กว่ากันเยอะ 2. เลิกเปรียบเทียบ พวกเราส่วนใหญ่ใช้เวลาเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นมากเกินไป ยิ่งในยุค FB กับ IG ที่แต่ละคนกระหน่ำอัพเดทอีโก้อย่างบ้าคลั่ง จำไว้ว่าผลลัพธ์เดียวของการเปรียบเทียบคือ ความรู้สึกต่ำต้อย ซึ่งเท่าที่สังเกตใครที่มักโพสท์เพื่ออวดสิ่งที่เค้ามี ( กลับไปอ่านข้อ 1 ) โดยจิตใต้สำนึกแล้วมักมี “อะไรบางอย่าง” ที่ยังไม่เติมเต็ม คุณจึงไม่จำเป็นต้องไปวิตกกับพฤติกรรมจำอวดเหล่านี้ด้วยประการทั้งปวง 3. เลิกกังวลว่าคนอื่นจะคิดถึงคุณอย่างไร เชื่อไม๊ครับว่าต่อให้คุณทำตามได้ทุกอย่างที่ "พวกเขา" ต้องการ...

11 กระทู้ลดน้ำหนักบนพันทิปที่จะทำให้คุณไฟลุก

การลดน้ำหนักเป็นปณิธานปีใหม่อันดับหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการบรรลุมากที่สุด ซึ่งโดยพื้นฐานถ้าต้องการลดน้ำหนักให้สำเร็จคงหนีไม่พ้นการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย แต่ความยากของการลดน้ำหนักกลับไม่ใช่หลักการแต่อยู่ที่ความสม่ำเสมอ หมายความว่าคุณจะมีหลักคิดอย่างไรในการ "บังคับและกระตุ้น" ตัวเองอย่างต่อเนื่องโดยไม่ยอมแพ้ไปซะก่อน สมมุติว่าคุณเดินผ่านตู้ชีสเค้กร้านดังซึ่งจิตใต้สำนึกคุณก็รู้ดีแหละว่าไม่ควรโฉบเข้าไป คำถามคืออะไรที่จะกระชากให้คุณออกมาจากสถานการณ์ล่อแหลมตรงนั้นได้ ? คำตอบคือแรงบันดาลใจครับ เพราะแรงบันดาลใจจะทำให้คุณกลับมามีสติว่า ทำไมฉันถึงต้องลดน้ำหนักหลังจากลงมือทำไปซักระยะ ซึ่งแรงบันดาลใจชั้นดีผมจะชอบเข้าไปอ่านที่เว็บบอร์ดพันทิป โดยจะมองหากระทู้ที่เล่าประสบการณ์ลดน้ำหนักของแต่ละคนกับข้อสงสัยที่ว่าทำไมอยู่ดีๆ จึงตัดสินใจลดน้ำหนัก ? ซึ่งทุกคนควรตอบคำถามข้อนี้กับตัวเองให้จบก่อน เพราะเมื่อเวลาผ่านสักพักและคุณเริ่ม "งอแง" เจ้าเหตุผลนี้แหละที่จะช่วยดึงให้คุณกลับมาอยู่ในแทร็ค ผมเลยถือโอกาสรวบรวมโพสท์ประสบการณ์ลดน้ำหนักจากพันทิปที่ผมชอบเอาไว้ ซึ่งระหว่างเขียนบล็อกนี้บอกเลยว่าสนุกมากเพราะได้อ่านเมื่อไหร่ก็ไฟลุกท่วมเมื่อนั้น แนะนำให้บุ๊คมาร์คหน้านี้ไว้อ่านเวลาอิดโรยหรือก่อนหยิบช็อกโกแล็ตเข้าปากนะครับผมว่าช่วยได้เยอะ รีวิว Before & After จาก 130 สู่ 83 KG เปลี่ยน Big pack เป็น Six Pack ใน 1 ปี! ผมชอบคำพูดของคุณปูในกระทู้นี้มาก, "ผมใช้ชีวิตเน่าๆ แบบนั้นมาสิบกว่าปี แต่หนึ่งปีหลังจากนั้นมันก็เปลี่ยนไปครับ" สถิติน้ำหนักสูงสุดที่ 130 KG ณ วันที่ 18เดือนสิงหาคม 2556 คุณปูใช้เวลาหนึ่งปี "แปลงร่าง"...