เป็นโรคเบาหวาน…ต้องวางแผนทานอาหารอย่างไร ?

ตอนที่รูัตัวว่าเป็นเบาหวาน ฉันรู้สึกเหมือนถูกตัดสินประหารชีวิต ตอนอายุยังไม่ถึงห้าสิบ . พ่อของฉันก็เป็นโรคเบาหวาน และเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน ตอนใกล้ครบรอบวันเกิดอายุ 55 . คุณยายของฉันก็เสียชีวิตด้วยเบาหวาน ตอนอายุเพียง 47 . ถึงแม้คุณหมอจะแนะนำว่า โรคเบาหวานสามารถ "จัดการ" ได้ ด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย แต่ฉันก็รู้ดีว่า การจะเปลี่ยนสิ่งที่เคยชินมาทั้งชีวิตไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย เพราะฉันเชื่อมาตลอดว่า การจะปรับเปลี่ยนอะไร จนสามารถสร้างความแตกต่างได้ "อุปนิสัยใหม่" นั้นจะต้องอยู่กับคุณได้ไปตลอดชีวิต ยกตัวอย่างเช่น การลดน้ำหนักด้วยการกินน้อยๆ หรือกินยาลดน้ำหนัก ถามว่าน้ำหนักจะลดลงไม๊ ? คำตอบคือใช่ แต่มันไม่ถาวรไง เพราะเมื่อคุณอดไปมากๆ ระบบเมตาบอลิซึมจะเริ่มทำงานช้าลง จนน้ำหนักไม่ลดลงต่อเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งต้องยอมรับด้วยว่า คงไม่มีใครสามารถกินแต่ สลัดผัก โยเกิร์ทหรือไข่ต้ม ไปได้ตลอดชีวิต ฉันจำได้ว่าช่วงนั้นจิตตกมาก ไม่กล้าออกไปเจอเพื่อนด้วย เพราะกลัวคุมตัวเองไม่อยู่ แล้วมาช่วงหลังน้ำหนักเริ่มไม่ลงต่อแล้ว ฉันจึงกลับมาใช้ชีวิตกินเที่ยว "ตามปกติ" แต่กลายเป็นว่า น้ำหนักทั้งหมดโยโย่กลับขึ้นมา เพราะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า การอดอาหารก่อนหน้านี้ จะส่งสัญญาณให้ร่างกายเปลี่ยนเป็นโหมด "กักตุนพลังงาน" คราวนี้พอกินอะไรเข้าไปหน่อย เลยถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมันเก็บเข้าไปจนหมด มาช่วงหลังแทนที่จะอดอาหาร ฉันเลยหันมาโฟกัสกับกลุ่มอาหาร ที่มีค่าดัชนีไกลซีมิกต่ำ ซึ่งคุณหมอบอกว่า เพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ ยกตัวอย่างเช่น พยายามงดคาร์โบไฮเดรตอันได้แก่ ข้าว, เส้นและขนมปัง หรือถ้าไม่ได้จริงๆ ให้เน้นเป็นข้าวกล้อง หรือขมปังโฮลวีท นอกจากนี้ ในแต่ละมื้อยังเสริมด้วยเนื้อสัตว์ไม่ติดมันและไขมันดี อาทิ การเปลี่ยนไปใช้น้ำมันมะกอก และเลี่ยงอาหารทอดที่อมน้ำมัน ซึ่งโดยส่วนตัวพบว่า วิธีโฟกัสอาหารที่มีดัชนีไกลซีมิกต่ำนี้ ใช้ได้ผลมากกว่าการนับแคลอรี่ เพราะเพิ่งมาทราบตอนหลังด้วยว่า อาหารบางกลุ่มต่อให้มีแคลอรี่เท่ากัน แต่กลับมีระดับน้ำตาลแบบ "ตรงข้ามกัน" เลยก็มี สำหรับน้ำหนักที่ต้องการจะลดนั้น ในช่วงแรกแนะนำว่า ให้โฟกัสไปที่ "การเปลี่ยนแปลง" โดยยังไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักไปก่อน เพราะอย่างตัวเองที่เอาแต่ดูตัวเลขบนตาชั่ง เลยกลายเป็นว่า วันไหนที่น้ำหนักนิ่งหรือเด้งขึ้น เลยรู้สึกจิตตกไปด้วย เพราะในความเป็นจริง ต่อให้เปลี่ยนแปลงอาหาร "อย่างสมบุรณ์แบบ" แต่น้ำหนักก็จะไม่ลดลงแบบรวดเดียว จะมีนิ่งหรือมีขึ้นบ้างเป็นบางช่วง คำแนะนำที่ฉันชอบมากกว่าก็คือ ตั้งเป้าหมายโดยเน้นไปที่ความเปลี่ยนแปลง อย่างเช่นว่า ในหนึ่งสัปดาห์นี้ฉันจะเปลี่ยนมาทานเฉพาะเนื้อสัตว์กับผักในมื้อเย็น โดยไม่สนใจว่า น้ำหนักจะลดลงได้เท่าไหร่ แล้วพอครบสัปดาห์ค่อยมาตั้งเป้าหมายเพิ่ม ด้วยการขยายออกเป็นมื้อเช้า และมื้อกลางวันด้วย แล้วเวลาทำได้ครบในแต่ละสัปดาห์ คุณก็ให้รางวัลตัวเอง ด้วยการไปดูหนังหนึ่งรอบ เป็นการ "เน้นย้ำ" กับจิตใต้สำนักด้วยว่า ฉันทำได้สำเร็จแล้วนะ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้คุณเปลี่ยนนิสัยการกิน ได้แบบถาวร "ไปตลอดชีวิต" ใครที่ไม่สะดวกเตรียมอาหารที่มีค่าดัชนีไกลซีมิกต่ำ การเข้าคอร์สอาหาร จะช่วยให้คุณสามารถเริ่มต้นได้เลยเช่นเดียวกันครับ http://goo.gl/TRsRDP (หมายเหตุ การเข้าคอร์สจะเปลี่ยนนิสัยตามใจปากได้แบบทันที ใครที่ตัดสินใจแล้วว่า คราวนี้จะตั้งใจจริง คอร์สอาหารจะสามารถช่วยคุณได้อย่างแน่นอนครับ) ************************************************* มาร์ธา ซิมเมอร์ตรวจพบว่าเป็นเบาหวาน จนปัจจุบันอายุ...

ไม่กินแต่ทำไมไม่ผอม…ทำไมฉันถึงลดน้ำหนักไม่ได้ซักที ?

ทำไมน้ำหนักถึงยังคงนิ่ง ทั้งที่นับแคลอรี่อย่างเคร่งครัด ? ทำไมหน้าท้องถึงยังมีไขมัน ทั้งๆ ที่แทบไม่ได้ทานอะไร ? เชื่อไม๊ครับว่าปัญหาทั้งหมดข้างต้น มีจุดเริ่มต้น มาจากความเข้าใจผิดที่ว่า...

ประสบการณ์ลดน้ำหนักของคุณนก ลดได้ 7.2 กิโลกรัมแบบไม่อด และไม่ได้ออกกำลังกาย

ถ้าสังเกตุจากพฤติกรรมของผมในอดีต ผมก็เป็นเหมือนคนที่เคยอ้วนทั่วไปเลยครับ ผมไม่ทานข้าวเช้า ด้วยความเข้าใจว่า การทานแค่สองมื้อคงดีกว่าสามมื้อ แต่กลายเป็นว่าผมต้องชดเชย ด้วยการกินมื้อเที่ยงและมื้อเย็นเยอะขึ้น ตอนหลังถึงมารู้ว่า การทานในแต่ละมื้อมากเกินไป ทั้งๆ ที่ควรเฉลี่ยออก จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินจุดที่ต้องการ และกระตุ้นให้เกิดการสะสมไขมันแทน พยายามออกกำลังกาย หลังจากลองดูแล้วว่าตัวเองไม่ชอบวิ่ง ไม่ชอบเต้นแอโรบิค จนมาลงตัวด้วยการตีแบดกับเพื่อนแถวบ้าน คือทั้งสนุกและออกกำลังกายไปด้วยพร้อมกัน แต่กลายเป็นว่าหลังกลับมาเหงื่อท่วมตัว ผมมักกินมื้อเย็นที่เยอะกว่าปกติ เพราะลึกๆ แล้วยังรู้สึกว่า วันนี้ใชัพลังงานไปเยอะแล้ว ไม่น่าจะเป็นอะไร ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เราไม่สามารถออกกำลังกาย เพื่อเอาชนะการตามใจปากได้ครับ ผมเป็นคนติดน้ำอัดลม คือต้องดื่มคู่กับอาหารที่ทานทุกมื้อ ไม่งั้นจะรู้สึกว่ากินข้าวไม่อร่อย เวลาไปร้านไหน แล้วที่ร้านมีแต่เป็บซี่จะหงุดหงิดมาก (คิดไปเองทั้งสิ้น) ผมไม่ค่อยมีวินัย คือถ้าใครจะมาให้อดนู่นคุมนี่ ผมจะรู้สึกต่อต้าน เพราะรู้สึกว่า ทำไมจะต้องทำขนาดนั้น ลองนึกภาพผู้ชายที่ไม่มีโฟมล้างหน้า และใช้ครีมทาตัวทาหน้าได้ด้วย ผมเป็นหมวดนั้นเลย [vc_row][vc_column width="1/2"] เมื่อก่อนผมเป็นคนผอมมาก คือสูง 183 แต่หนักไม่ถึง 65 กิโล ตั้งแต่เด็กเลยเป็นคนกินดะได้ทุกอย่าง แล้วก็ไม่เคยเข้าใจด้วยว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงมีปัญหาน้ำหนักตัวกัน แต่พออายุเข้าเลขสาม ผมเริ่มสังเกตุเห็นพุงตัวเองนูนขึ้นมา ทีแรกก็ไม่มาก แต่นานวันเข้าเริ่มขยายใหญ่ขึ้น จนมาช่วงหลังที่หลายคนเริ่มทักว่า เริ่มดูมีอันจะกิน (เฉพาะหุ่นนะครับ) จนน้ำหนักจะเข้าไปแตะที่เก้าสิบ และเริ่มทุเรศกับสิ่งที่เห็นในกระจกมากขึ้น ก็เลยมีความคิดจะลดน้ำหนักกับเค้าบ้าง เริ่มต้นด้วยการพยายามกินให้น้อยลง งดมื้อเช้าบ้าง มื้อเย็นบ้าง หาเวลาออกกำลังกายบ้าง แต่ก็ไม่เคยเป็นชิ้นเป็นอัน เต็มที่ลดได้หนึ่งกิโลก็หรูแล้ว [vc_row][vc_column width="1/2"] แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมลดน้ำหนักได้ เพราะไปเจอวิธีที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ไม่เหมือนจากสิ่งที่เคยทำมา (หลายอย่างตรงข้ามเลยด้วยซ้ำ) ด้วยจุดขายที่ว่าให้ทานจนอิ่ม แล้วไม่เน้นออกกำลังกาย (!!!) จากหนังสือเล่มด้านขวานี้ครับ วันที่ผมเริ่มลดน้ำหนัก ผมทานอยู่สองเมนู คือสเต็กหมู กับสุกี้แห้งไร้เส้น ซึ่งทุกครั้งที่ลงมาทำกับข้าว แม่จะสงสัยแทบทุกครั้งว่า กินเยอะแบบนี้จะลดได้แน่เหรอ เชื่อไม๊ครับว่าทั้งที่ทานเยอะแบบนี้ แต่ผ่านไปอาทิตย์เดียว น้ำหนักผมกลับลดไปสองกิโลครึ่ง ซึ่งข้อดีของการเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว เลยทำให้ผมมีกำลังใจที่จะทำต่อในอาทิตย์ถัดไป สรุปคือน้ำหนักผมลดลงจาก 85.6 ลงมาเหลือ 77.8 กิโลในเวลาประมาณหกสัปดาห์ จนตอนหลังๆ แม่เริ่มเชื่อไปกับผมว่า วิธีนี้ใช้ได้ผล เพราะเห็นเราทำมาตั้งแต่แรก พุงที่เคยป่องก็ยุบหายไปหมดเลย ซึ่งทั้งหมดนี้คือที่มาของหลักการ ในคอร์สอาหารลดน้ำหนักสลิมเดลิเวอรี่ ที่ทำมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ตามลิงค์ด้านล่างนี้ครับ http://goo.gl/Q2uDVv เมื่อสามปีก่อนเวลาจะลดน้ำหนัก ทุกคนจะดูแต่เรื่องแคลอรี่ พอมีวิธีลดน้ำหนักแบบไม่ต้องจำกัดปริมาณ เลยเป็นไอเดียที่แปลกใหม่ ที่สำคัญคือ สมาชิกทุกคนสามารถลดน้ำหนักได้จริงด้วย ดูรายละเอียดคอร์ส >> คลิ๊กที่นี่ อีกสิ่งหนึ่งที่พวกเราภูมิใจมากคือ สมาชิกทุกคนที่จบคอร์สไปแล้ว ไม่มีใครกลับไปใช้วิธีอดอาหาร หรือต้องเสียเงินลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ผิดอีกต่อไป ผมหวังว่าบทความในวันนี้ จะพอทำให้ใครอยากลดน้ำหนักขึ้นมาบ้างนะครับ คุณนก . . [easingslider id="25175"] . [โหลดฟรี] คู่มือลดน้ำหนักด้วยอาหาร แบบไม่นับแคลอรี่ และไม่เน้นออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก 1.5-2.5 kg.ได้ตั้งแต่หกวันแรก . อ่านจบตอนนี้ "วางแผน" ทานอาหารได้ทันที . ง่ายๆ เพียงแอดไลน์ id: @slimdelivery (มีเครื่องหมาย @) หรือ คลิ๊กแอดไลน์ เพื่อรับไฟล์คู่มือ!...

ระบบวิธีลดน้ำหนัก ที่การันตีผลลัพธ์ได้มากที่สุด

8 เหตุผลที่ทำให้การเข้าคอร์สอาหาร คือวิธีลดน้ำหนัก ที่มีคนทำตามจริงได้มากที่สุด จนสามารถลดน้ำหนักกันได้มากที่สุด หลายท่านแอบกระซิบบอกว่า นี่คือครั้งแรกที่พวกเขาสามารถทำได้สำเร็จ หลังจากพยายามด้วยตัวเองมาหลายปี . . . . . 1. สามารถเริ่มต้นได้ทันที เพียงกรอกชื่อ, ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ >> คลิ๊กที่นี่ คุณก็สามารถเริ่มต้นลดน้ำหนักทันที หลังจากน้นคุณจะได้รับอาหารมื้อแรกทันที โดยไม่ต้องโอนเงินเข้ามาก่อนด้วย ข้อดีคือ จึงไม่ต้องคิดเมนู ไม่ต้องจ่ายตลาด หรือไม่ต้องหัดทำอาหารเอง ก็สามารถเริ่มต้นลดน้ำหนักได้เลย 2. น้ำหนักลดลงตั้งแต่สัปดาห์แรก โดยเฉลี่ย 2 กิโลกรัมแบบ "ไม่ต้องรอนาน" หลายท่านลดได้มากกว่า 10 กิโลกรัม ในระยะเวลาไม่ถึง 90 วัน ซึ่งทั้งหมดที่คุณต้องทำ คือเพียงแค่ทานอาหารให้ครบ 3 มื้อตามที่คอร์สออกแบบไว้แล้ว 3. ไม่ต้องออกไปเจอสิ่งเย้ายวน เพราะมีอาหารเดลิเวอรี่ "ส่งฟรี" ถึงหน้าบ้าน คุณจึงมีสมาธิกับการลดน้ำหนักได้โดยไม่วอกแวก เพราะสาเหตุที่ทำให้ลดน้ำหนักเองไม่ได้ มักเกิดจาก...

การลดน้ำหนัก “ไม่เคยง่าย”

ทำไมการเปลี่ยนอาหาร 3 มื้อ คือวิธีลดน้ำหนักที่ดีที่สุด เพราะความอ้วนเกิดจาก นิสัยการทานที่ไม่ถูกต้อง ที่คุณได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เป็นเพราะไม่ได้ออกกำลังกาย หรือ ไม่ได้กินอาหารเสริมยี่ห้อดัง ดังนั้นถ้าจะลดน้ำหนัก คุณจึงต้องเริ่มต้นจากการปรับเรื่องอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุหลักก่อนเป็นอันดับแรก ทำไมถึงไม่ให้ออกกำลังกาย โดยเฉพาะถ้าใครที่เพิ่งเริ่มต้นลดน้ำหนัก ควรโฟกัสไปที่อาหารเพียงอย่างเดียวก่อน ซึ่งถ้าคุณทำ "สิ่งเดียวนี้" ได้อย่างถูกต้อง จะสามารถลดน้ำหนักได้ตั้งแต่สัปดาห์แรก หลังจากนั้นพอเริ่มคุ้นเคย ค่อยเสริมการออกกำลังกายเข้าไปทีหลัง จึงจะเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แบบถาวร มิฉะนั้นถ้าต้องเปลี่ยนทั้งอาหาร และออกกำลังกายไปพร้อมกัน จะมีโอกาสล้มเหลวสูงมาก เพราะมี "สิ่งที่ต้องฝึกทำ" มากจนเกินไป ทำไมต้องทานอิ่มระหว่างลดน้ำหนัก เพราะถ้าคุณต้องอดข้าวเย็น หรือกินไม่เกินวันละ 1000 แคลอรี่ พอคุณเลิกคุมอาหาร น้ำหนักเกือบทั้งหมด จะโยโย่กลับคืนมา ซึ่งที่ถูกต้องคือ ถ้าคุณเข้าใจถึงกระบวนสะสมไขมันเข้าสู่ร่างกายได้ คุณจะสามารถทานอาหารได้จนอิ่ม และสามารถลดน้ำหนักได้แบบไม่มีโยโย่ครับ ทำต้องลดน้ำหนักกับสลิมเดลิเวอรี่ เพราะสลิมเดลิเวอรี่เป็นคอร์สอาหาร ที่ให้คุณทานจนอิ่ม และไม่เน้นออกกำลังกาย แต่สามารถลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 2 กิโลกรัม ตั้งแต่สัปดาห์แรก หลายท่านลดน้ำหนักได้มากกว่า 10 กิโลกรัม ในเวลาไม่ถึงสามเดือน ด้วยมื้ออาหารที่ไม่ซ้ำกันมากกว่า 72 เมนู สมาชิกจึงสามารถทานอาหารในคอร์สได้ โดยไม่รู้สึกเหมือนกำลังลดน้ำหนัก ยิ่งถ้าได้เห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว คุณจึงมีกำลังใจที่จะทำอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ถัดไป สะดวกมากที่สุด สลิมเดลิเวอรี่เป็นคอร์สอาหารที่จัดส่งฟรีถึงหน้าบ้าน สมาชิกจึงได้ทานอาหารที่สดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่นึกอยากทาน ก็ออกไปซื้อ หรือเดี๋ยวทำเดี๋ยวหยุด ก็จะไม่เห็นผลลัพธ์ตามที่ต้องการ วิธีการสมัครเข้าคอร์สก็ง่ายมาก เพียงกรอกชื่อ, เบอร์โทรและที่อยู่ส่งอาหาร ตามลิงค์นี้ >> http://goo.gl/3eY7bz จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ เพื่อยืนยันวันเริ่มคอร์ส นอกจากนี้สมาชิกยังสามารถเริ่มคอร์สได้ทันที โดยไม่ต้องโอนเงินก่อน โดยทางคอร์สจะให้โอนเงิน หลังได้รับอาหารวันแรกแล้วเท่านั้น เดือนแห่งการลดน้ำหนัก ก่อนถึงวันปีใหม่ มีสองเรื่องที่เราต้องตระเตรียมไว้ล่วงหน้า หนึ่ง เพราะในช่วงที่เฉลิมฉลอง เราต้องพบปะกับผู้คนมากหน้าหลายตา ใครที่คิดว่าว่ารูปร่าง "ยังไม่เป๊ะ" ในช่วงนี้คุณยังพอมีเวลา อย่างน้อยลดได้สัก 5 กิโลกรัม คงทำให้คุณฉลองปีใหม่สนุกขึ้นอีกเยอะ สอง เพราะช่วงปีใหม่เราคงควบคุมการทานได้ยากมาก ช่วงนี้เราจึงควร "ลดไขมัน" รอไว้ก่อน เมื่อตอนถึงเวลา จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดมากเกินไปครับ . (รับรองผล) เข้าคอร์สอาหารกับสลิมเดลิเวอรี่ แล้วน้ำหนักไม่ลดใน 6 วันแรกเราคืนเงินให้เต็มจำนวน . แอดไลน์สอบถาม >> @slimdelivery (อย่าลืมเครื่องหมาย@) เฉพาะมือถือ: คลิ๊กแอดไลน์ >> http://goo.gl/pSRXHx...

4 เหตุผล “ยอดฮิต” ที่ทำให้คุณลดความอ้วนไม่ได้สักที

4 เหตุผล "ยอดฮิต" ที่ทำให้คุณลดความอ้วนไม่ได้สักที 1. ทานน้อยเกินไป การกินน้อยคือสาเหตุอันดับหนึ่ง ที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ ฟังดูไม่น่าเชื่อเลยใช่ไม๊ครับ เพราะเมื่อกินน้อย คุณจะทนได้แค่วันแรกๆ พอวันหลังๆ จะเริ่มตบะแตก หรือเมื่อกินน้อย น้ำหนักจะลดได้แค่ช่วงแรก แล้วสักพักจะเริ่มคงที่ คงจึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องทรมานตัวเองต่อ และกลับมากินตามปกติ ผลที่ตามมาคือ น้ำหนักที่โยโย่กลับคืนมา หรือเมื่อกินน้อย คุณจะลดน้ำหนักได้แค่ตอนสาวๆ แต่พออายุมากขึ้น การอดอาหารด้วยวิธีแบบเดิม น้ำหนักกลับไม่ลดลงเหมือนเดิม ทั้งหมดนี้เกิดจากการทานไม่พอทั้งสิ้นครับ 2. กินอาหารคลีนมากเกินไป หลายคนยังเข้าใจว่า ถ้าจะลดน้ำหนักต้องเปลี่ยนมากินคลีน แต่ในความเป็นจริง กระแสคลีนเพิ่งมีมาไม่ถึงสองปีนี้เอง ซึ่งก่อนหน้านี้ เราใช้วิธีอื่นในการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งปัญหาของการกินคลีนคือ พอทานไปสักสัปดาห์ เริ่มรู้สึกชีวิตขาดสีสัน และเริ่มทนไม่ไหว จนต้องกลับไปทานเหมือนเดิม ที่ถูกต้องคือ คุณไม่จำเป็นต้องทานแต่บร็อกโคลี ฟักทอง หรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ ก็สามารถลดน้ำหนักได้ครับ 3. ให้รางวัลตัวเองมากเกินไป โดยเฉพาะท่านที่ออกกำลังกายในห้าง จะต้องเดินผ่านสิ่งยั่วยวนใจเยอะมาก ซึ่งถ้าอดใจไม่ได้ ก็จะลดน้ำหนักไม่ได้ เพราะการออกกำลังกายไม่ว่ามากแค่ไหน จะไม่สามารถทดแทนแคลอรี่ จากการทานตามใจปากได้นั่นเอง 4. เห็นผลลัพธ์ช้าเกินไป หลายท่านทานคลีนได้ 2 สัปดาห์ อุตส่าห์หักห้ามใจไม่ออกไปกับเพื่อน แต่น้ำหนักกลับแทบไม่เปลี่ยนแปลง เพราะการทานอาหารคลีน เน้นเรื่องของสุขภาพมากกว่าการลดน้ำหนัก น้ำหนักจึงลดลงช้ากว่า วิธีที่เน้นลดน้ำหนักโดยตรง เพราะการลดน้ำหนักให้ได้ผล คุณจะต้องนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ มาทำซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง วิธีลดน้ำหนักที่เลือกใช้ จึงควรถูกออกแบบ ให้คุณต้อง "ฝืนใจทำ" ให้น้อยที่สุดครับ . (รับรองผล) เข้าคอร์สอาหารกับสลิมเดลิเวอรี่ แล้วน้ำหนักไม่ลดใน 6 วันแรกเราคืนเงินให้เต็มจำนวน . แอดไลน์สอบถาม >> @slimdelivery (อย่าลืมเครื่องหมาย@) เฉพาะมือถือ: คลิ๊กแอดไลน์ >> http://goo.gl/pSRXHx...

9 เหตุผลที่ทำให้ “ระบบนี้” คือวิธีลดน้ำหนัก ที่การันตีผลลัพธ์ได้มากที่สุด

1. ทำให้คุณได้เริ่มต้นลดน้ำหนัก ทันทีที่คุณตัดสินใจ ไม่ต้องคิดเมนู ไม่ต้องไปจ่ายตลาด ไม่ต้องฝึกทำ 2. เห็นผลลัพธ์ทันที ตั้งแต่สัปดาห์แรก โดยเฉลี่ย 2 กิโลกรัม หลายท่านลดน้ำหนักได้มากกว่า 10 กิโลกรัม 3. ไม่ต้องออกไปเจอขนมหวานเย้ายวน ในช่วงที่กำลังลดน้ำหนัก 4. ได้ทานอาหารอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เดี๋ยวทำเดี๋ยวหยุด ทุกคนจึงสามารถลดน้ำหนักได้ และนี่ถือเป็นเหตุผลหลัก ที่จะทำให้คุณลดน้ำหนักได้สำเร็จ 5. ในช่วงแรกไม่จำเป็นต้องออกกำลังกาย แต่ยังสามารถลดน้ำหนักได้ 6. ได้รับคำแนะนำการเริ่มต้นที่ถูกต้อง เข้าคอร์สครั้งเดียว นำไปปรับใช้ได้ตลอดชีวิต 7. ยังได้ทานขนมหวานแบบไม่จำกัด สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง 8. จัดส่งฟรี เปลี่ยนที่ส่งฟรี ที่สำคัญคือ ไม่ต้องโอนเงินก่อน 9. เมนูที่หลากหลายกว่า 70 เมนู ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้คุณทานง่าย รสชาติอร่อย จึงไม่เหมือนกำลังเข้าคอร์สลดน้ำหนัก เพราะการจะสร้างความเปลี่ยนแปลง ในวันพรุ่งนี้ ต้องเริ่มต้นจากการลงมือทำ "อะไรบางอย่าง" ในวันนี้ http://goo.gl/zWtdp5...

การลดน้ำหนัก ด้วยการควบคุมอาหารสามมื้อ

หลายท่านที่ได้ติดตามแฟนแฟจสลิมเดลิเวอรี่มาสักระยะ คงเริ่มเห็นด้วยกับผมบ้างแล้วว่า การควบคุมอาหารคือวิธีลดน้ำหนักที่ดีที่สุด ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ที่บอกว่าระยะสั้น เพราะการควบคุมอาหาร จะช่วยให้การลดน้ำหนัก เห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งถ้าเป็นวิธีที่ถูกต้อง จะเห็นน้ำหนักที่ลดลงประมาณ 2 กิโลกรัม ภายในสัปดาห์แรก โดยไม่มีการต้องใช้ยา และยังไม่ได้เริ่มต้นออกกำลังกาย คำว่าระยะยาว หมายความว่า เมื่อคุณผ่านช่วงควบคุมอาหารในสัปดาห์แรกๆ หลายๆ อย่างจะเริ่มเปลี่ยนเป็นความเคยชิน ทั้งในเรื่องปริมาณ ประเภท และจำนวนมื้อ จนทำให้คุณเริ่มเห็นผลลัพธ์ ทั้งในเรื่องของการควบคุมน้ำหนัก คลอเรสเตอรัล รวมไปถึงโรคภัยร้ายแรง ซึ่งโดยส่วนใหญ่เกิดจากการทานอาหาร โดยขาดการควบคุมทั้งสิ้น นั่นหมายความว่า สิ่งที่คุณจะตั้งใจเริ่มทำในวันนี้ จะเป็นนิสัยที่ติดตัวคุณไปตลอดชีวิต ด้วยทั้งน้ำหนักตัว และสุขภาพที่ดีขึ้นจนสังเกตุได้ ของสมาชิกที่มาเข้าคอร์สอาหาร ผมจึงอยากแนะนำให้กับท่านที่กำลังสนใจลดน้ำหนัก มาเข้าคอร์สอาหารลดน้ำหนักกับสลิมเดลิเวอรี่ เพราะนอกจากน้ำหนักที่ลดลงได้ทันทีตั้งแต่สัปดาห์แรกแล้ว คอร์สยังมีเมนูที่หลากหลายมากกว่า 70 เมนู จุดประสงค์เพื่อทำให้การลดน้ำหนักครั้งนี้ของคุณง่ายดายมากที่สุด ถึงแม้ว่าการทานแต่เนื้อสัตว์โดยไม่มีแป้ง จะมีราคาสูงกว่าคอร์สทั่วไป แต่หลักการโลว์คาร์บ ก็ได้รับการพิสูจน์ในวงการวิทยาศาสตร์การกีฬาแล้วว่า เป็นวิธีลดน้ำหนักที่ได้ผลเร็ว ไม่ทำให้ดูโทรมเหมือนการอดอาหาร ช่วยให้รูปร่างลีนสวย ไม่หย่อนคล้อย ด้วยกล้ามเนื้อที่ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับน้ำหนักที่ลดลง ที่สำคัญคือ ไม่มีโยโย่ตอนเลิกปฏิบัติ ผมจึงอยากให้ทุกท่านที่กำลังสนใจ ได้ทดลองเข้าคอร์สอาหาร ถึงแม้เพียงแค่สัปดาห์เดียว ซึ่งผมเชื่อว่า จะทำให้คุณผู้อ่าน ได้เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง จนเริ่มเกิดความเคยชิน ได้เห็นตัวอย่างอาหาร และหลักปฏิบัติที่ถูกต้อง ทั้งจากคู่มือ และเจ้าหน้าที่ที่จะมาให้คำแนะนำ เพื่อให้สมาชิกสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ตลอดไป ถึงแม้จบคอร์สกับเราไปแล้วก็ตามครับ ท่านที่สนใจรบกวนแอดไลน์ id: slimdelivery.com หรือแอดเบอร์โทรศัพท์ 099 796 9798 เพื่อสอบถามรายละเอียดการเข้าคอร์สเพิ่มเติมครับ เมนูลดน้ำหนักตามภาพ: หมูบดซอสเพรสโต้โหระพา...

เมื่อมือถือ Selfie…จะช่วยให้คุณลดน้ำหนัก

หลายท่านอาจพอทราบมาบ้างว่า การเขียน Food Diary หรือการบันทึกรายการอาหาร ที่ได้ทานในแต่ละมื้อ จะช่วยคุณลดน้ำหนักได้ เพราะการได้จรดปากกาเขียน จะช่วยให้เรามีสติเพิ่มมากขึ้น เป็นการตอกย้ำได้อย่างดีว่า มื้อนี้เราทานอะไร ที่ไม่ดีต่อน้ำหนักตัวบ้าง แต่วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีที่สนุกกว่า ทำตามง่ายกว่า และได้ผลมากกว่า คือแทนที่จะใช้สมุดกับปากกาจด เราจะเปลี่ยนมาใช้กล้องมือถือบันทึกภาพแทน วิธีการก็ไม่ได้ยุ่งยาก ก่อนเริ่มทานในแต่ละมื้อ ก็ให้คุณถ่ายภาพอาหารที่อยู่ตรงหน้า ทั้งของคาว ของหวาน เครื่อมดื่ม ฯลฯ เก็บเอาไว้เป็นคอลเล็คชั่น หรือถ้าใจกล้ามากหน่อย จะโหลดเก็บไว้บนเฟสบุ๊คก็ได้ วิธีนี้ฟังดูเหมือนไม่น่าจะได้ผล แต่เชื่อไม๊ครับว่า การที่เราถูกบังคับให้ต้องถ่ายภาพ ชีสเค้ก, พิซซ่าขอบชีสหรือช็อกโก็แล็ตอัลมอนด์ ที่เพิ่งหายเข้าไปอยู่ในท้อง แรกๆ อาจไม่รู้สึกอะไร แต่บ่อยครั้งเข้า ความรุ้สึกผิด จะเริ่มฝังเข้าไปในจิตใต้สำนึก จนคุณเริ่มผวากับอาหาร “เพิ่มน้ำหนัก” ไปโดยอัตโนมัติ ใครที่ติดตามแฟนเพจมาสักระยะ แล้วยังสับสนว่า จะเริ่มต้นลดน้ำหนักยังไงดี วิธีการเซลฟี่ภาพอาหาร ถือเป็นการเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดแล้วครับ อีกหนึ่งเคล็ดลับการใช้กล้องถ่ายภาพคือ วันนี้กลับถึงบ้าน ให้คุณถ่ายภาพตัวเองในชุดชั้นใน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง เพราะการถ่ายภาพ Before จะทำให้คุณได้เผชิญหน้ากับความกลัว ซึ่งจะเป็นแรงกระตุ้นในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง จนไปถึงวันที่มีภาพ After เป็นของตัวเองได้ครับ อ่านบทความวันนี้จบแล้ว มื้อกลางวัน ให้เริ่มใช้กล้องถ่ายภาพได้เลย ส่วนตอนเย็น ค่อยกลับไปถ่ายในชุดอันเดอร์แวร์ คืออย่างน้อยถ้ายังทำใจควบคุมอาหารไม่ได้ แต่ได้เริ่มเตือนตัวเองด้วยภาพถ่ายก็ยังดี เพราะการได้เริ่มต้นแม้จะเล็กน้อย ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยเป็นร้อยเท่า เห็นด้วยกับผมไม๊ครับ ? (เมนูลดน้ำหนักตามภาพ: เมี่ยงหมูย่าง) สมัครคอร์สสัปดาห์นี้ คลิ๊กที่นี่...