วิธีคุมน้ำหนัก ถ้าฉันรู้สึกหิวอยู่แทบจะตลอดเวลา ?

[vc_row row_type="row" use_row_as_full_screen_section="no" type="full_width" text_align="left" css_animation=""][vc_column width="2/3"][vc_column_text]สวัสดีค่ะ น้องสลิ่มมารายงานตัวค่ะ . ตั้งแต่วันนี้น้องสลิ่มจะทำหน้าที่พาพี่ๆ ไปผจญภัยในโลกของอาหารสุขภาพและการออกกำลังกาย พี่ที่สนใจลองติดตามได้ที่นี่นะคะ . แต่ถ้าทำอะไรเปิ่นๆ ไปก็สะกิดบอกกันด้วยนะคะ ยังมือใหม่ค่ะ ^^[/vc_column_text][vc_column_text][/vc_column_text][vc_column_text]วันแรกนี้ น้องสลิ่มจะพาพี่ๆ ไปทำความรู้จักกับปัญหาอันดับหนึ่งของการควบคุมน้ำหนัก นั่นก็คือ "ความหิว" กันค่ะ ซึ่งก็เพราะความหิวที่ทำให้พี่ๆ ตบะแตกมานับครั้งไม่ถ้วนใช่ไม๊คะ ? . ความจริงแล้ว "คุณหิว" ก็ไม่ได้มีแต่ข้อเสีย แต่ยังมีข้อดีที่พี่ๆ อาจยังไม่รู้ ซึ่งถ้าใครสามารถทำความเข้าใจได้ ก็จะช่วยให้การลดน้ำหนักของพี่ๆ ง่ายขึ้นมากเลยค่ะ . วันนี้เลยจะพาไปทำความรู้จักกับความหิวในอีกแง่มุม ซึ่งพออ่านจบอาจทำให้พี่ๆ หลงรักคุณหิวมากขึ้นก็ได้นะคะ[/vc_column_text][vc_column_text][/vc_column_text][vc_column_text] ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี . คุณหมอ ยะชิโนะริ นะงุโม น่าจะเป็นตัวอย่างของผู้ที่ใช้ประโยชน์จากความหิวได้อย่างโดดเด่น . ทั้งที่คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง แต่ด้วยงานที่รัดตัวเลยเผลอกินดื่มแบบไม่ระวัง นานวันเข้าก็เริ่มลงพุง และหัวใจเริ่มมีอาการเต้นผิดจังหวะ . แม้ว่าทั้งคุณปู่และคุณพ่อจะเป็นหมอทั้งคู่ แต่ทั้งสองท่านกลับต้องเสียชีวิตด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจในช่วงอายุประมาณ 60 คุณหมอเลยเริ่มตระหนักว่าถ้าขืนปล่อยไว้แบบนี้ มีหวังต้องเจริญรอยตามเป็นแน่แท้[/vc_column_text][vc_column_text][/vc_column_text][vc_column_text]คิดได้ดังนั้น คุณหมอเลยเริ่มลงมือค้นคว้าและลองผิดลองถูกอย่างจริงจัง จนออกมาเป็นวิธีดูแลสุขภาพ “ฉบับนะงุโมะ” . ผลที่ออกมาคือทั้งที่อายุ 56 ปี แต่ผิวพรรณกลับเปล่งปลั่ง...

คำสารภาพจากสาวอวบ

[vc_row css_animation="" row_type="row" use_row_as_full_screen_section="no" type="full_width" text_align="left"][vc_column width="1/3"][vc_column_text]เวลาคุณโอ๋กลับไปเจอเพื่อนแอร์ที่เคยทำงานด้วยกัน คือด้วยความที่ทุกคนรู้ว่าทำคอร์สลดน้ำหนัก พอคุยไปสักพักหัวข้อก็มักจะวนกลับมาประมาณว่า...

ผมเป็นพวกขี้เกียจ “เรื้อรัง”

[vc_row row_type="row" use_row_as_full_screen_section="no" type="full_width" text_align="left" css_animation=""][vc_column width="1/3"][vc_column_text]ผมเป็นพวกขี้เกียจ “เรื้อรัง” . ตอน Entrance ก็จะมาอ่านเอาเดือนสุดท้าย ตอนเรียนวิศวะ ก็จะมาอ่านสองคืนก่อนสอบ อาศัยจำเก่งเลยเอาตัวรอดมาแบบได้เฉียดฉิวสุดๆ . สมัยทำงานก็จะชอบคิดแปลก ในฝ่ายบอกให้ทำอะไร ก็พยายามหาวิธีที่ง่ายและประหยัดเวลา หลายครั้งต้องเสียเวลาถกกับเจ้านายกว่าจะยอมเปลี่ยนยอมแก้ . จุดเปลี่ยนในชีวิตของผมมี 3 ครั้ง ครั้งแรกคือสอบติดโรงเรียนอันดับหนึ่งของประเทศ (ทุกวันนี้นึกย้อนกลับไปก็ยังไม่เข้าใจว่าติดได้ยังไง เพราะหลังจากนั้นชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมากๆ) . ครั้งที่ 2 คือเอ็นติดคณะวิศวะ ถึงจะเป็นจุดเปลี่ยนในด้านไม่ค่อยดี (เพราะไม่ตั้งใจเรียน) แต่ก็ช่วยเปิดโลกของผมให้กว้างขึ้น . ครั้งที่ 3 ตอนลดน้ำหนักได้ 8.2 กิโล ที่ว่าเป็นจุดเปลี่ยนเพราะประสบการณ์นี้ ช่วยให้ผมสามารถลาออกจากงานประจำเมื่อ 5 ปีก่อน, ได้เจอคนเจ๋งๆ รวมไปถึงมีอิสรภาพทางเวลาเกินกว่าที่เคยฝันไว้เยอะมากๆ . ซึ่งจุดเปลี่ยนครั้งที่สาม ก็ได้จากนิสัย “ชอบหาทางลัด” นี่แหละ . เริ่มมาจากพออายุสามสิบอัพ น้ำหนักก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น จากที่เคยกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน จนต้องเริ่มหาวิธีลดน้ำหนัก . วิธีแรกที่ใช้คืออดข้าวเย็น แต่ทำได้ไม่กี่วันก็ไม่เอาแล้ว เพราะกลางคืนกว่าจะนอนหลับได้ทรมานมาก...

อาหารแคลอรี่ติดลบ “เป็นไปได้” จริงหรือ ?

[vc_row row_type="row" use_row_as_full_screen_section="no" type="full_width" text_align="left" css_animation=""][vc_column width="1/3"][vc_column_text]อาหารแคลอรี่ติดลบ “เป็นไปได้” จริงหรือ ? . ถ้าให้ตอบตอนนี้เลยคือ เป็นไปได้ครับ . หลักการแคลอรี่ติดลบ ไม่ได้ลบที่แคลอรี่โดยตรง แต่เป็นคุณสมบัติของกลุ่มอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนและไฟเบอร์ ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ “ได้มากกว่า” ปริมาณแคลอรี่จริง . ยกตัวอย่าง บร็อกโคลี 30 cal. ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญได้ 70 cal. กลายเป็นว่าแคลอรี่ของบร็อกโคลีที่แท้จริงคือ -40 cal. เป็นต้น . วันนี้ผมเลยมีตัวอย่าง ซุปเปอร์อาหารที่มีแคลอรี่ติดลบ ที่จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ และมีผลกับการลดน้ำหนักโดยตรงครับ . เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน . เนื้อสัตว์คือแหล่งโปรตีน #1 ที่จะมีผลมากๆ ต่อการลดน้ำหนัก ด้วยคุณสมบัติสำคัญคือ ช่วยให้อิ่มท้องได้นานกว่า ทั้งเป็นการกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญทำงานได้นานกว่าอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่ตอนที่คุณนอนหลับ . ถึงแม้โดยพื้นฐานเนื้อสัตว์จะมีแคลอรี่สูงกว่าผักและถั่ว แต่ด้วยคุณสมบัติการเผาผลาญและดึงไขมันที่โดดเด่น โดยรวมแล้วจึงเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าที่รับเข้าไป . ตัวอย่างในกลุ่มนี้อาทิ เนื้อหมูสันใน, อกไก่, ปลาทะเล, ไข่ขาว เป็นต้น . ถั่วดำ . อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของอาหารแคลอรี่ติดลบคือ ไฟเบอร์ โดยถั่วดำจัดว่ามีไฟเบอร์ต่อกรัมติดอันดับต้นๆ...

รู้วิธีคุมน้ำหนักแต่ควบคุมตัวเองไม่ได้

[vc_row row_type="row" use_row_as_full_screen_section="no" type="full_width" text_align="left" css_animation=""][vc_column width="1/3"][vc_column_text]รู้วิธีคุมน้ำหนักแต่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ? . ทราบดีว่าควรทานอะไร ทราบดีว่าควรต้องออกกำลังกาย ทราบดีว่าไม่ควรกินจุบกินจิบ . เพราะวิธีคุมน้ำหนักที่มีอยู่มากมาย ถ้าจะให้สรุปเฉพาะที่สำคัญๆ ผมว่าใช้เวลาอธิบายไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็น่าจะเข้าใจหลักการได้ทั้งหมด . ยิ่งถ้าสมัยนี้อยากรู้อะไร แค่พิมพ์ใส่มือถือ ข้อมูลก็มีให้อ่านกันไม่หวาดไม่ไหว แต่กลายเป็นว่ายิ่งรู้มากขึ้น ปัญหาน้ำหนักเกินกลับยิ่งเพิ่มขึ้น ยิ่งกว่าสมัยทีวีขาวดำด้วยซ้ำ! . ทำไม ? . ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตแบบนี้นะครับว่า จากที่มีโอกาสได้ทำงาน กับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพมาประมาณ 5 ปี เลยเดาว่าการจะคุมน้ำหนักให้สำเร็จ ไม่ว่ามากน้อยแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นกับวิธีการ แต่ขึ้นอยู่กับ "ความสม่ำเสมอ" ครับ . ผมเปรียบเทียบแบบนี้นะครับ สมมุติว่าคุณได้สูตรอาหาร จะมาทำทานเอง เชื่อไม๊ครับว่า ถ้าทำตามให้ได้อย่างต่อเนื่อง คุณก็จะคุมน้ำหนักได้แน่นอน แบบผมไม่ต้องรู้เลยด้วยว่า เป็นสูตรอะไร หรือมีหลักการอย่างไร ถึงแม้จะช้าเร็วต่างกันบ้าง แต่ก็ลดได้แน่ๆ ครับ . ถึงตรงนี้มีทริคอยู่นิดนึงว่า ความแตกต่างของแต่ละสูตร คือการต้องปรับตัวมากน้อยไม่เท่ากัน แต่อย่างน้อย ผมก็อยากให้ทุกคนทำใจนิดนึงก่อนว่า ไม่ว่าจะเป็นสูตรไหน ก็ต้องมี "อะไรบางอย่าง" ที่คุณต้องปรับตัวอย่างแน่นอน . บางสูตรห้ามทานเกินวันละหนึ่งพันแคลอรี่ (หิวมาก) หรือบางสูตรก็จืดชืดแทบไม่มีรสชาติ ซึ่งทั้งหมดจะเป็นตัวแปรที่ทำให้ ไม่สามารถไปได้ตลอดรอดฝั่ง หรือไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่ควรจะเป็น . วันนี้ผมเลยอยากจะแนะนำวิธีคุมน้ำหนัก ที่พอเทียบกับวิธีอื่นแล้ว แทบไม่ต้องปรับตัวมาก . ยกตัวอย่างเช่น วิธีนี้คุณไม่จำเป็นต้องหิวท้องร้อง หมายความว่าคุณยังสามารถทานเพิ่มได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีสลับทานของหวาน ในระหว่างที่คุมน้ำหนัก ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยในวิธีส่วนใหญ่ . แต่จุดเด่นที่ผมว่าสำคัญที่สุด คือการเห็นผลลัพธ์โดยเฉลี่ยประมาณหกวัน เพราะเมื่อได้เห็นความคืบหน้า "อย่างรวดเร็ว" จากสิ่งที่ตั้งใจทำ ทุกคนเลยมีกำลังใจที่จะไปต่อ จนสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้นั่นเองครับ . เพราะไม่ว่าคุณจะเลือกคุมน้ำหนักด้วยวิธีไหน การปฏิบัติตามให้ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา คือสิ่งที่สำคัญมากกว่าสูตรอาหารใดๆ ครับ . หรือถ้าใครที่คิดว่า อยากลองวิธีลดน้ำหนักแบบที่ง่าย สามารถทำตามได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก ถึงแม้ในแต่ละวันจะไม่ค่อยมีเวลา คอร์สอาหารสลิมเดลิเวอรี่ อาจจะพอช่วยคุณได้ครับ . ท่านที่สนใจเข้าคอร์สก็ไม่ยาก เพียงกรอกชื่อ, เบอร์โทร, และที่อยู่ ตามลิงค์ด้านล่างนี้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ จะโทรติดต่อกลับเพื่อสรุปรายละเอียด และยืนยันวันเริ่มคอร์สต่อไปครับ . อ่านรายละเอียด > Goo.gl/Z9eqvG[/vc_column_text][/vc_column][vc_column width="2/3"][/vc_column][/vc_row]...

สิ่งที่ฉันเรียนรู้หลัง “หั่นน้ำหนัก” ได้เกือบร้อยกิโล!

[vc_row row_type="row" use_row_as_full_screen_section="no" type="full_width" text_align="left" css_animation=""][vc_column width="1/3"][vc_column_text]Pretscherer มัก “ปลีกตัวเอง” เหมือนเป็นส่วนเกินจากทุกคนรอบข้าง เธอไม่ชอบสุงสิงกับที่บ้าน เธอไม่ปาร์ตี้กับกลุ่มเพื่อน — เธอเกลียดทะเล...

อยากลดน้ำหนักโดย “ไม่ออก” กำลังกาย

[vc_row row_type="row" use_row_as_full_screen_section="no" type="full_width" text_align="left" css_animation=""][vc_column width="1/3"][vc_column_text]หลายท่านที่มาเข้าคอร์ส เคยไดเอ็ทด้วยตัวเองมาเป็นสิบครั้ง แล้วสตอรี่ของแต่ละคนจะคล้ายกันมาก คือเริ่มลดครั้งแรกตอนสมัยม.ปลาย ด้วยวิธีอดอาหาร แล้วเปลี่ยนมาทานสลัดกับโยเกิร์ตแทน ลดได้มากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป . หลังจากนั้นไม่นานน้ำหนักจะโยโย่กลับคืนมา จนขึ้นมาถึงจุดที่รับไม่ได้ คุณเลยกลับไปใช้วิธีเดิมแต่คราวนี้น้ำหนักไม่ลดง่ายเหมือนครั้งก่อน คือกว่าจะได้แต่ละขีดนี่หินสุดๆ . คุณคิดว่าระบบเผาผลาญน่าจะมีปัญหา เลยเริ่มหาตัวช่วย ทั้งยาบล็อกยาเบิร์น ใครมีเงินหน่อยก็เดิมเข้าสถาบันลดน้ำหนัก ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยมาเดินตามตื๊อแต่ก็ทำเป็นไม่สนใจ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นเพียงความหวังลมๆแล้งๆ ถูกหลอกเสียทรัพย์ไปก้อนโตอย่างน่าเจ็บใจ . จนมาคิดว่าตัวเองเข้าใจตอนอายุสามสิบอัพ ว่าวิธีลดน้ำหนักที่ดีที่สุดคือ ต้องออกกำลังกาย . เวลาไปตรวจสุขภาพแล้วไขมันสูง คุณหมอก็จะบอกให้งดของหวานกับออกกำลังกายเยอะๆ พูดก็พูดนะคะหมอ ทั้งที่รู้ทั้งรู้ แต่ดิฉันทำไม่ได้จริงๆ . คือลำพังแค่เรื่องอาหารไม่เท่าไหร่ แต่มา “ผงะ” ทุกทีตอนให้ออกกำลังกาย คือทำได้นิดหน่อยก็เจ็บเข่าปวดหลัง อาจจะเกี่ยวกับอายุด้วยเพราะ มีคนแนะนำให้ไปปั่นจักรยานก็มุ่งมั่นทำได้อยู่เป็นเดือน แต่พอถึงเวลาวัดผล น้ำหนักกลับลดไปแค่ไม่กี่ขีด ก็เลยสรุปกับตัวเองว่าคงไม่ใช่ทางเรา ทุกวันนี้ชุดที่ซื้อมายังนอนแหมะอยู่ก้นตู้ ไว้ว่าจะโล๊ะไปบริจาคยังได้บุญมาให้ชื่นหัวใจบ้าง . . . ใครที่มี่ประสบการณ์คล้ายกับข้างต้น หรือกำลังเข้าใจว่าถ้าจะลดน้ำหนัก จะต้องออกกำลังกายแบบเหงื่อโทรมตัว ผมอยากบอกกับทุกคนว่า...

วิธีคุมน้ำหนักด้วยวิธีปรับฮอร์โมน

[vc_row row_type="row" use_row_as_full_screen_section="no" type="full_width" text_align="left" css_animation=""][vc_column width="1/3"][vc_column_text]คุมน้ำหนักด้วยวิธีปรับจูน “ฮอร์โมน” . หลายท่านยังมีความเข้าใจว่า การคุมน้ำหนักคือให้ทานน้อยลง...

วิธีคุมน้ำหนักด้วยอาหาร 3 มื้อ

[vc_row row_type="row" use_row_as_full_screen_section="no" type="full_width" text_align="left" css_animation=""][vc_column width="1/2"][vc_column_text]วิธีคุมน้ำหนักด้วยอาหาร 3 มื้อ แบบไม่ต้องใช้ยา และไม่เน้นออกกำลังกาย . จุดเด่นของวิธีนี้ . #1 ไม่รู้สึกหิว . การลดน้ำหนักโดยที่ยังรู้สึกหิว ต่อให้ช่วงแรกลดลงได้ แต่สุดท้าย "ทุกอย่าง" ก็จะเด้งกลับคืนมา . หลายท่านอาจไม่เคยทราบว่า มีวิธีลดน้ำหนัก แบบยังได้ทานครบ 3 มื้อ (หรือจะเพิ่มเป็น 4 หรือ 5) ด้วยหลักการเลือกกลุ่มอาหาร และไม่จำเป็นต้องนับแคลอรี่ . ที่นี่จึงเป็นคอร์สอาหารเดียว ที่ “อนุญาต” ให้คุณทานเพิ่ม ในระหว่างที่คุมน้ำหนัก แต่ยังได้ผลลัพธ์ที่สุดยอดเช่นเดิม . #2 เบิร์นไขมันเร่งด่วน . คุณจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเริ่มคอร์สวันแรก เพราะวิธีนี้สามารถช่วยลดไขมัน ได้เหมือนกับออกวิ่ง 5 กิโลทุกวัน โดยไม่ต้องเสียเหงื่อสักหยด คุณจะเริ่มรู้สึกถึงรอบเอวที่ลดลง ภายใน 48 ถึง 36 ชั่วโมง . ที่นี่จึงเป็นคอร์สลดน้ำหนัก ที่เห็นผลทันใจ แต่กลับปลอดภัยมากที่สุด ด้วยอาหารในกลุ่ม Superfoods ในการดึงไขมันสะสม แบบไม่มีการใช้ยา หรืออาหารเสริมร่วมด้วยแต่อย่างใด . #3 เพิ่มพละกำลัง 76% . ด้วยชุดอาหารที่จัดให้วันละสามมื้อ จะเข้าไปเปลี่ยนไขมัน ที่เคยตกค้างอยู่ตามส่วนต่างๆ ให้กลับมาเป็นพลังงานในแต่ละวัน เริ่มตั้งแต่ประมาณวันที่ 5 และขึ้นไปพีคสุดในสัปดาห์ที่สอง ที่กระบวนการเผาผลาญ กลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่ . #4 ง่ายยิ่งกว่าง่าย . นี่คือวิธีลดน้ำหนัก ที่แทบไม่มีข้อจำกัดใดๆ เพราะคุณหิวก็ยังทานเพิ่มได้ ยังไปปาร์ตี้นอกบ้านได้ แถมยังไม่ต้อง “อดใจ” จากของหวาน แบบที่ไม่มีคอร์สไหน “กล้า” แม้แต่จะแนะนำ . #5 ไม่ต้องออกกำลังกาย . คุณไม่จำเป็นต้องออกกำลังกาย แต่ยังรู้สึก “กระปรี้กระเปร่า” ด้วยระบบเมตาบอลิซีมที่เคยอ่อนแรง กลับมาทำงานได้อย่างเต็มสูบ เหมือนสมัยเรียนมหาลัย . #6 ไม่เหมือนกำลังไดเอ็ท . ทันทีที่เริ่มคอร์ส ร่างกายจะปรับเข้าสู่โหมดเบิร์นไขมัน จากชุดอาหาร 3 มื้อที่จัดให้ โดยที่คุณแทบไม่ต้องทำอะไร . และเพราะคุณจะไม่รู้สึกหิว คุณจึงไม่รู้สึกเหมือนกำลังไดเอ็ท สมาชิกบางคนถึงกับลืมไปเลยว่า กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักด้วยซ้ำ . #7 ไม่เสี่ยงเป็นศูนย์ . การเข้าคอร์สอาหารลดน้ำหนักกับเรา ไม่มีความเสี่ยง ด้วยเงื่อนไขชำระเงิน และรับประกันผลลัพธ์ แบบที่ไม่มีคอร์สไหนกล้าทำ . วิธีการสมัครก็ไม่ยุ่งยาก เพียงคุณกดลิงค์ที่ด้านล่างนี้ เพื่อเข้าสู่แบบฟอร์ม >> Goo.gl/9eAQIH . จากนั้นให้คุณกรอกชื่อ ที่อยู่และเบอร์โทร จากนั้นจะมีเจ้าหน้าติดต่อกลับ เพื่อสรุปรายละเอียดการเข้าคอร์ส เพียงเท่านี้คุณก็สามารถ เริ่มรับอาหารเซ็ทแรกได้ทันที โดย “ไม่ต้อง” โอนเงินเข้ามาก่อน (โอนหลังจากรับอาหาร) . และที่ดีไปกว่านั้น ถ้าคุณเข้าคอร์ส แล้วน้ำหนักไม่ลดลงในหกวันแรก คอร์สจะคืนเงินให้กับคุณ “ทั้งหมด” โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ . คลิ๊กที่ลิงค์ด้านล่างตอนนี้ กับคอร์สอาหาร...

อาหารแคลอรี่ (ติดลบ) คืออะไร ?

[vc_row row_type="row" use_row_as_full_screen_section="no" type="full_width" text_align="left" css_animation=""][vc_column width="1/2"][vc_single_image image="25443" img_size="full" qode_css_animation=""][vc_separator type="transparent" border_style="" thickness="10"][vc_column_text]ผมเคยมีความเข้าใจว่า ถ้าจะลดน้ำหนักก็ให้ทานน้อย และ “ทานเพิ่ม” ไม่ได้เด็ดขาด . จนมาเปลี่ยนความคิด ตอนที่ทำคอร์สอาหาร คือได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ทั้งน้ำหนัก และระดับไขมันที่ลดลง รวมไปถึงกล้ามเนื้อที่ถูกสร้างใหม่ จากเซ็ตอาหารเช้า, กลางวัน, เย็น ที่จัดให้กับสมาชิก . ข้อสรุปที่พวกเราได้รับน่าสนใจมาก เพราะมีหลายประเด็น “ตรงข้าม” จากสิ่งที่ผมเคยเข้าใจอย่างสิ้นเชิง . อาทิ การทานน้อยในระยะยาวแล้ว น้ำหนักจะเริ่มนิ่ง เพราะระบบเผาผลาญที่เริ่มปรับตัว ดังนั้นถ้าใครที่ใช้วิธีอดข้าวเย็น แล้วสักพักน้ำหนักไม่ขยับไปไหน จึงไม่ต้องแปลกใจ . พวกเรายังพบอีกว่า ปริมาณอาหารที่แคลอรี่เท่ากัน กลับส่งผลต่อร่างกายแตกต่างกัน . ซึ่งถ้าใครสามารถทำความเข้าใจได้ว่า อาหารแต่ละกลุ่มส่งผลต่อร่างกายอย่างไร ก็จะสามารถทานแต่ละมื้อได้จนอิ่ม โดยไม่ต้องกังวลปริมาณแคลอรี่ “อีกต่อไป” . อาหารแคลอรี่(ติดลบ) . คือกลุ่มอาหารที่ยิ่งทาน กลับเหมือนยิ่งได้ลดน้ำหนัก คุณจึงสามารถทานแต่ละมื้อได้ "จนอิ่ม" โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแคลอรี่ แต่กลับลดน้ำหนักลงได้อย่างน่าตกใจ . ตัวอย่างกลุ่มอาหาร . หมู, ไก่ไม่ติดหนัง, ปลา, เนื้อวัว, ไข่ขาว . แอสพารากัส, บร็อคโคลี, ถั่วดำ, ถั่วแดง มะเขือเทศ และกะหล่ำดอก . จุดเด่นมากๆ ของวิธีนี้ คือช่วยแก้ “อาการหิว” ที่เป็นสาเหตุหลัก ของการลดน้ำหนักไม่สำเร็จ . บางคนเล่าให้ผมฟังว่า เคยอดมากจนถึงขนาด ปากซีด มือสั่น และต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน เพราะกลัวไปแล้วจะอดใจไม่ได้ กลายเป็นคนซึมเศร้า และสภาพจิตใจในช่วงนั้นที่แย่มากๆ . แต่ด้วยกลุ่มอาหารแคลอรี่(ติดลบ) เลยกลายเป็นว่า สมาชิกมีอิสระในการเลือกทานเพิ่มขึ้นมาก เพราะไม่ต้องจำกัดอยู่เฉพาะปริมาณที่จัดให้ หลายคนบอกกับพวกเราอย่างตื่นเต้นตอนจบว่า นี่คือครั้งแรกที่ลดน้ำหนักได้สำเร็จ หลังเสียเงินลองมาแล้วสารพัดวิธี . ปัจจุบันนี้คอร์สอาหารสลิมเดลิเวอรี่ เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 4 ปี ด้วยเซ็ทอาหารแคลอรี่ติดลบ ที่เดลิเวอรี่ให้คุณถึงบ้านแบบ "วันต่อวัน” หลายคนลดได้เกิน 20 กิโลกรัม แบบที่ได้ทานอิ่มนี่แหละ . และด้วยสูตรอาหารที่ผ่านการติดตามผล มาอย่างยาวนาน สลิมเดลิเวอรี่จึงเป็นคอร์สอาหารเดียว ที่กล้าการันตีผลลัพธ์ ถ้าทานแล้วน้ำหนักไม่ลดใน 6 วันแรก คอร์สจะคืนเงินให้ทั้งหมด “เต็มจำนวน” . ตัดสินใจตอนนี้ รับอาหารชุดแรกได้ทันที โดยไม่ต้องโอนเงินก่อน . อ่านรีวิวและดูรายการอาหาร คลิ๊กที่นี่ :Goo.gl/cJv06I . ด้วยชุดอาหารแคลอรี่ “ติดลบ” ทุกคนจึงสามารถลดน้ำหนักได้อย่างน่าตกใจ โดย “ไม่เหมือน” กำลังลดน้ำหนัก . แบบฟอร์มสมัครคอร์สอาหาร คลิ๊กที่นี่ :Goo.gl/cJv06I[/vc_column_text][/vc_column][vc_column...