ลดน้ำหนักสูตร Low Carb : 99% ไม่ได้ผลเพราะไม่รู้เคล็ดลับข้อนี้

มีคำถามว่า วิธีลดน้ำหนักที่ง่ายที่สุดทำอย่างไร ?
คำตอบคือ โลว์คาร์บ ไดเอ็ท คือการงดข้าว, ก๋วยเตี๋ยวและขนมหวาน โดยเปลี่ยนไปทานอาหารที่เน้นโปรตีนกับผักใบเขียวแทน

ไม่มีสูตรที่ง่ายกว่านี้หรือ ?…ไม่มีครับ, ผมตอบ

ที่ว่าง่าย เพราะคงไม่มีสูตรลดน้ำหนักที่ไหนที่ให้ทานจนอิ่มแต่ลดน้ำหนักได้ฮวบฮาบตั้งแต่สัปดาห์แรก แบบไม่ต้องออกกำลังด้วย

สูตรที่จะแนะนำในวันนี้ดีขนาดนั้นเลย”

โลว์คาร์บไบเบิ้ล

Low Carb Diet คือวิธีลดน้ำหนักที่จำกัดการบริโภคคาร์โบไฮเดรต (เรียกสั้นๆ ว่าคาร์บ) อันได้แก่ ข้าว แป้งและน้ำตาล ให้น้อยลง ซึ่งหลักการดังกล่าวยังมีความเข้าใจผิดกันอยู่มาก จนเกิดข้อโต้แย้งว่า…

1) ทานโลว์คาร์บแล้วโยโย่

ต้องเกริ่นก่อนว่าโยโย่คือ การที่น้ำหนักพุ่งขึ้นทันทีหลังเลิกอดอาหาร แต่การที่น้ำหนักค่อยๆ กลับขึ้นมาหลังผ่านไปหนึ่งปีเพราะทานตามใจปากอันนี้ไม่เรียกว่าโยโย่ ต้องแยกกันแบบนี้ก่อน

ซึ่งวิธีลดน้ำหนักแบบโลว์คาร์บถ้าทำอย่างถูกต้องจะไม่มีโยโย่ เพราะในระหว่างลดน้ำหนักคุณได้ทานเต็มอิ่มครบสามมื้อ กระบวนการเผาลาญจึงไม่ลดลงเหมือนวิธีอดอาหารทั่วไป

บางคนแอบคิดว่าถ้าวิธีนี้ดีจริง ไม่ว่านานแค่ไหนน้ำหนักต้องไม่กลับมาสิ

ต้องชี้แจงว่าคงเป็นไปไม่ได้เนื่องจากฝืนธรรมชาติ เพราะการกลับมาทานโดยไม่ระวังน้ำหนักจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งที่อธิบายนี้รวมไปถึงการกินคลีนและการออกกำลังเพื่อลดน้ำหนักด้วย

2) ทานโลว์คาร์บแล้วไม่มีแรง

ข้อนี้เป็นการนำไปใช้แบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คือพอบอกให้โลว์คาร์บก็ตะบี้ตะบันไม่กินแป้ง ซึ่งแน่นอนเมื่อทำไปสักพักคุณจะไม่มีแรง เพราะว่าแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารหลักหมู่ที่ 2 ซึ่งอาหารหลักแปลว่า “จำเป็นและขาดไม่ได้” เพียงแต่เมื่ออายุมากขึ้นคุณไม่จำเป็นต้องรับแป้งทุกวัน เนื่องจากกระบวนการเผาผลาญที่ลดลงซึ่งเป็นไปตามอายุ

ที่ถูกต้องคือ คุณต้องกลับมากินแป้งเป็นระยะในระหว่างทำโลว์คาร์บด้วย (เดี๋ยวจะบอกวิธีด้านล่าง)

3) ต้องออกกำลังกายถึงลดน้ำหนักได้

ข้อนี้ผมโดนโจมตีมากที่สุด เพราะเวลาจั่วหัวว่าลดน้ำหนักได้เท่านั้นเท่านี้โดยไม่ออกกำลังกาย จะมีผู้ไม่เห็นด้วย (ผมเคยโดนในพันทิป) เข้ามาตั้งข้อสงสัยว่าโฆษณาเกินจริง เป็นยาลดน้ำหนัก หรือไม่ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ฯลฯ

ต้องเข้าใจก่อนว่าการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องประกอบด้วย อาหาร 70%, ออกกำลังกาย 25% และอาหารเสริมอีก 5%

ถ้าเรียงตามความสำคัญจะเห็นว่า การทานอาหารส่งผลต่อน้ำหนักตัวถึง 70% หรือถ้าใครอยากเห็นผลลัพธ์เร็วขึ้นก็ให้ออกกำลังกายเพิ่มเข้าไป

เพียงแต่ช่วงแรกที่จะลดน้ำหนัก โดยเฉพาะถ้าไม่เคยดูแลตัวเองมาก่อน การจะให้เปลี่ยนทุกอย่างในวันเดียวทั้งคุมอาหาร ทั้งไปฟิตเนส ต้องใช้ความตั้งใจสูงมาก

ซึ่งเคล็ดลับที่ผมแนะนำกับสมาชิกคือ ให้โฟกัสสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน เอาไว้ทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอย ประกอบกับเห็นผลลัพธ์ที่ลดลงในเฟสแรก ค่อยเพิ่มการออกกำลังกายในเฟสที่สองจะมีโอกาสสำเร็จสูงกว่า

หลักปฏิบัติโลว์คาร์บ

โลว์คาร์บใช้ได้ผลดีกับสมาชิกในทุกช่วงอายุ (13-65 ปี) ซึ่งข้อดีที่เหนือกว่าวิธีอื่นคือ จะไม่หิวระหว่างเข้าคอร์ส

เพราะอานิสงส์ของการได้ทานอิ่มคือ หนึ่ง คุณไม่รู้สึกเหมือนกำลังลดน้ำหนักจึงมีโอกาสสำเร็จสูงมาก สอง เมื่อทานอิ่มจึงไม่มีโยโย่หลังจบคอร์ส ดังนั้นสิ่งที่คุณสู้อุตส่าห์ลงแรงมาเป็นเดือนจึงไม่สูญเปล่าและจะอยู่กับคุณไปตลอด

หลักปฏิบัติมีทั้งหมด 4 ข้อดังนี้ครับ

ข้อที่หนึ่ง งดคาร์โบไฮเดรตทุกชนิด ได้แก่ ข้าว แป้งและน้ำตาล ทั้งฟอกสีและไม่ฟอกสี

คีย์เวิร์ดคือคำนี้ครับ ทั้งฟอกสีและไม่ฟอกสี

บางคนอาจเคยได้ยินคำว่า Good Carb คือคาร์บไม่ฟอกสีอาทิ ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท กับ Bad Carb คือคาร์บฟอกสีอันได้แก่ ข้าวขาว ก๋วยเตี๋ยว ซึ่งวิธีลดน้ำหนักทั่วไปจะให้หลีกเลี่ยง Bad Carb และให้ทานแต่ Good Carb

แต่วิธีนี้ตีความว่าคาร์บก็คือคาร์บ เพราะสุดท้ายแล้วคาร์บจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลแล้วสะสมเป็นไขมันอยู่ดีถ้าใช้ไม่หมด เพียงแต่ถ้าเป็น Good Carb จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลช้ากว่า Bad Carb ดังนั้นถ้าจะให้เซฟสุด ก็ให้งดทั้งสองแบบไม่ว่าจะเป็น Good หรือ Bad

เพราะอินซูลิน คือฮอร์โมนที่ทำหน้าที่เผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและกักเก็บไขมันเข้าสู่ร่างกาย เมื่อน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด อินซูลินจะส่งสัญญาณให้รีบกำจัดออก (น้ำตาลในกระแสเลือดเป็นอันตรายต่อร่างกาย) อีกส่วนหนึ่งอินซูลินจะสั่งการให้กักเก็บไขมันไว้ไม่ให้ออกมาปะปน เพราะกำลังเร่งกำจัดน้ำตาลออก

เมื่อคุณบริโภคแป้งมากเกินไป ระดับน้ำตาลในเลือดจะขึ้นสูง (แป้งเปลี่ยนเป็นน้ำตาล) ร่างกายจึงเกิดสภาวะตื่นตระหนกปล่อยอินซูลินจนเกินพอดีเพื่อรีบขับน้ำตาลอก ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป กลายเป็นอาการอยากของหวานและต้องกินแป้งเพิ่ม

หลักการโลว์คาร์บจึงเป็นวิธีทานอาหารที่ไม่ให้อินซูลินขึ้นสูง ร่างกายจึงไม่ต้องรีบขับน้ำตาล ไขมันที่เคยเก็บไว้จะถูกเบิร์นมาออกมาใช้แทน

ข้อที่สอง ทานอาหารเน้นโปรตีนกับผัก

เพราะรอบตัวคุณมีอาหารให้เลือกนับหมื่นเมนู แต่มีไม่ถึง 10% ที่จะไม่ทำให้อ้วน (หรือกรณีนี้คือยิ่งกินยิ่งผอม) ลองนำรายการด้านล่างนี้ไปประยุกต์ใช้ครับ

โปรตีน–> ไข่, อกไก่หรือต้นขา, เนื้อ, ปลา, หมู
ธัญพืช–> ถั่วดำ, ถั่วแดง, ถั่วเหลือง
ผัก–> ผักขม, บร็อคโคลี่, กระหล่ำดอก, แอสพารากัส, ถั่วเขียว, กิมจิ

หลายคนบ่นว่าทานอาหารโลว์คาร์บแล้วไม่อิ่ม สาเหตุคือคุณยังทานไม่พอครับ เพราะข้าวหนึ่งจานคือ 300 แคลอรี่ แต่ผักหนึ่งจานคือ 15 แคลอรี่ คุณจึงไม่สามารถทานผักหนึ่งจานแล้วอิ่มได้

เวลาในการทาน ผมเน้นเฉพาะมื้อเช้า คือให้ทานมื้อแรกภายในครึ่งชั่วโมงหลังตื่นนอน ซึ่งข้อนี้จะทำยากหน่อยถ้าไม่เตรียมตัว เพราะตลอดทั้งคืนร่างกายใช้โปรตีนเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อาหารเช้าที่อุดมด้วยโปรตีนจะช่วยเติมเต็มในส่วนที่พร่องไป ร่างกายจึงสามารถสร้างกล้ามเนื้อไปทดแทนไขมันได้อย่างต่อเนื่อง

ข้อที่สาม ห้ามทานผลไม้และนมทุกชนิด

เรากำลังลดน้ำหนักโดยเลี่ยงแป้งและน้ำตาล แต่เนื่องจากผลไม้ก็มีความหวาน เราจึงตีความผลไม้เปลี่ยนไป

โดยส่วนตัวผมดื่มกาแฟวันละ 3 แก้วโดยใส่ครีมเทียม 2 ช้อน ทุกวันนี้ผมต้องเปลี่ยนมาดื่มกาแฟดำซึ่งช่วงแรกไม่คุ้นเลย สำหรับน้ำตาลเมื่อก่อนผมใส่สองช้อน แล้วลดลงจนเหลือหนึ่งในสี่ ซึ่งข้อดีคือ เราจะได้นิสัยไม่ติดหวานไปพร้อมกันเลย

ข้อที่สี่ หยุดพักอาทิตย์ละวันผมเลือกวันอาทิตย์

เคล็ดลับข้อนี้คือที่ผมจั่วหัวว่า 99% ไม่ทราบกัน นั่นคือให้หยุดพักแล้วกลับมาทานตามใจอยากอาทิตย์ละครั้ง ทั้งไอศกรีม, ชีสเค้ก, พิซซ่า, หมูกระทะ ฯลฯ ได้หมดเลย ทานได้เต็มที่แบบไม่สนใจแคลอรี่

แล้วน้ำหนักไม่ขึ้น ?…ขึ้นครับแต่มันเป็นน้ำ อีก 48 ชั่วโมงจะหายไป

ถ้าอย่างนั้นไม่เอาดีกว่า ฉันอดทนได้ไม่ต้องมีวันพัก
คำตอบคือ ไม่ได้ครับ

คือที่ให้หยุดพักและกลับมาทานตามใจด้วยเหตุผลดังนี้

1 ) เป็นการหลอกร่างกาย

เหมือนเป็นการหลอกว่าเรายังใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้กำลังลดน้ำหนัก ซึ่งการกระตุ้นระดับน้ำตาลสัปดาห์ละครั้งจะทำให้กระบวนการเผาผลาญเบิร์นไขมันได้เป็นปกติ

คุณคงเคยได้ยินว่าพออดอาหารไปสักพัก น้ำหนักจะเริ่มคงที่เพราะร่างกายลดระดับการเผาผลาญให้สมดุลย์กับที่กินน้อยลง ซึ่งการกินตามใจสัปดาห์ละครั้งนี้จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

2 ) ไม่กดดันเกินไป

จะลดน้ำหนักแล้วตัดอาหารโปรดออกจากชีวิตทั้งหมดคงทรมานใจไม่น้อย วิธีโลว์คาร์บจึงเป็นวิธีเดียวที่ปล่อยให้คุณ “กินได้ทุกอย่าง” เหมือนให้รางวัลตัวเองที่ตั้งใจมาทั้งสัปดาห์ ดังนั้นถ้ารู้สึกอยากขนมหวานก็ให้ท่องไว้ว่า, “เดี๋ยวถึงวันอาทิตย์แล้ว”

จบแล้วครับ และทั้งหมดนี้คือหลักการลดน้ำหนักแบบยิ่งกินยิ่งผอม ที่ผมใช้กับตัวเองจนลดน้ำหนักได้ 8.2 กิโลกรัมในเวลาเดือนครึ่ง แล้วพัฒนามาเป็น คอร์สอาหาร จนเห็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน

อย่าลืมนะครับว่า…
ความต่อเนื่อง
คือกุญแจสู่ความสำเร็จ

แล้วพบกันครับ
คุณนก