8 วิธีที่คุณจะรู้ได้ทันทีว่า metabolism ออกฤทธิ์ดีแล้ว

บึ๊ดจั้มบึ๊ดจั้มบึ๊ดจั้มบึ๊ด…เอ้า!! ออกแรงกันหน่อย ไหนๆ ก็มาสายเฮลธ์ตี้แล้ว หมั่นอัพ
metabolism เข้าไว้นะ หุ่นจะพลิกมาสลิมได้ไวเว่อร์ มาดามตินเองก็เคยบอกวิธีเร่งเจ้านี่
มาบ้างในบทความก่อนหน้านี้ ฟีดแบคก็ออกมาดีแหละ สาวๆ งี้เห็นอะไรดีๆ
เกิดขึ้นกับร่างกายและจิตใจเยอะเลย
.
ไม่วายมีคนแอบมากระซิบว่า “ชั้นโฟลโล่ทุกอย่างมาหมดแล้ว กูรูมาเสิร์ฟเองเลย
แต่ทำไม๊…ทำไมน้ำหนักเดี๊ยนถึงไม่ยอมลงสักที” ก็ไม่รู้ว่าผิดพลาดอะไรตรงไหน ถ้าให้เดา
น่าจะมโนไปเองว่า ระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายสูงแล้ว น้ำหนักจะลดลงแหงเลย
.
เรื่องสลิมเนี่ยจะเอาน้ำหนักมาวัดแบบเป๊ะๆ ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะตัวเลขมันแกว่งไปแกว่งมา
ได้ตลอด ที่สำคัญ metabolism สูงขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าน้ำหนักจะต้องลดลงอย่าง
ฮวบฮาบเลยนี่นา ของแบบนี้ต้องใช้เวลานิดนึง และขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละคนด้วย
.
อย่าเพิ่งนอยด์หรือท้อไปซะก่อน ยังมีตัววัดมากมายที่จะบอกให้สาวๆ รู้ว่า ชั้นมาถูกทางแล้วนะ
ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้ว ตามมาดามไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่า
.

1.รอบเอวลดลง

อีกจุดหนึ่งที่เอาลงยากเหมือนกันนะ ถ้าระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายไม่แรงพอ
ไขมันก็ถูกสะสมไปเรื่อยๆ ก็แก้กันตรงๆ ที่เรื่องกินนี่แหละ โฟกัสที่การกินอาหารให้ครบ 5
หมู่ไว้ก่อนค่ะ เน้นของกินสไตล์เฮลธ์ตี้เป็นหลัก เนื้อสัตว์ไร้มัน ผักผลไม้สดๆ
อ้อ!! ต้องกินอาหารให้หลากหลายด้วยนะ ร่างกายจะเบิร์นแคลอรี่ได้ดีขึ้น
.
อย่าเพิ่งกังวลเรื่องน้ำหนัก แต่ให้ลองสังเกตรอบเอวตัวเองดูว่า มันเริ่มลดลงหรือเฟิร์มขึ้น
หรือเปล่า จะใช้สายวัดหรือดูความเปลี่ยนแปลงจากกางเกงที่สวมเป็นประจำอยู่ก็ได้
.
ถ้าทุกอย่างโอเค ก็มาถูกทางแล้วละ ส่วนน้ำหนักนั้น มันจะค่อยๆ ลดไปเองค่ะ แต่ถ้าอยาก
ดัมพ์ลงจริงๆ อาจต้องอัพแอนด์ดาวน์เสริมหนักๆ ไปด้วยก็จะดีไม่น้อย
.

2.มีพลังงานมากขึ้น

สังเกตไม่ยาก คนที่มี energy เยอะ มักไม่ชอบอยู่เฉย เวลาหยิบจับทำอะไรจะคล่องตัวเสมอ
ตัวเบาวิ่งฉิวเลย ลองขาดสารอาหาร จน Metabolism ทำงานช้าลงสิ ต่อให้ผอมหรืออ้วนก็ตาม
สาวๆ จะรู้สึกขี้เกียจ ไม่อยากเคลื่อนไหว ทำอะไรก็เหนื่อยไว อืดอาดเชื่องช้า
.
ถ้ามาสายเฮลธ์ตี้ได้สักพัก แล้วโฟกัส diet plan อย่างดี กินอิ่มครบ 3 มือ เลือกกินคาร์บตัวดี
ไขมันตัวดี โปรตีน (เนื้อไร้มัน) เสริมด้วยการดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ เคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ
จนรู้สึกว่าร่างกายและจิตใจแข็งแรง ก็คอมเฟิร์มได้ค่ะว่า metabolism เริ่มทำงานดีขึ้นแล้ว
หมั่นบูสพลังงานให้ได้ทุกวัน น้ำหนักจะลงได้ไม่ยาก
.

3.ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น

หนุ่มสาววัยทำงานมีปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหารกันเยอะ วันๆ เคลื่อนไหวร่างกายก็น้อย
แถมยังกินอาหารตามใจปากอีก ท้องไส้ก็ทำงานรวนเลย ทั้งท้องผูก ท้องอืด กรดไหลย้อน
นี่ละสัญญาณบอกว่า ระบบเผาผลาญพลังงานเริ่มแย่แล้ว
.
ใครมีปัญหาเรื่องนี้อยู่แล้ว ลองงดชา กาแฟ น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ อาหารที่ผ่านการแปรรูปแล้วดูนะ
แล้วโฟกัสอาหารที่มีไฟเบอร์สูงๆ อย่างผักผลไม้สดๆ ขนมปังโฮลวีต เมล็ดธัญพืช กรีกโยเกิร์ต
.
ดื่มน้ำระหว่างวันให้ได้เยอะๆ ประมาณ 1.5 ลิตร จะได้ช่วยขับของเสียที่คั่งค้างได้อีกแรงนึง
ลดอาการท้องอืดบวม แถมยังเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานอีกด้วย
.

4.ความเครียดลดลง

“Emotional eating” เครียดมาเมื่อไหร่ จับอาหารมาดับอารมณ์ได้ไม่ยั้ง เรื่องภายนอกก็มีส่วน
ทำให้เครียดได้ แต่อยากจะบอกว่า อาหารที่กินอยู่ก็มีผลไม่แพ้กัน กินน้อยเกินอารมณ์ก็บ่จอย
กินมากแต่สารอาหารไม่ครบ ก็เอาเรื่องเหมือนกันนะ แบบเราจะรู้สึกโหยทั้งวัน
.
กินอาหารถูกหลัก แต่ถ้าไม่ enjoy eating กับมันด้วย มันก็แฮปปี้กับชีวิตยากนะ มาดามว่า
เราพลาดตรงที่ชอบแบ่งว่าอาหารอะไรดีไม่ดี เราเลยไม่กล้าแตะของโปรด
อาหารใจไม่ได้ metabolism ก็ติดลบไปด้วย
.
ใครอยากเร่งหุ่นให้ฟิตไวๆ อย่าเลือกมองแค่ตัวอาหารอย่างเดียว แต่ควรมองให้ลึกถึงวัตถุดิบที่
นำมาใช้ทำด้วย ถ้าเกรดพรีเมี่ยม แล้วกินให้น้อยเข้าไว้ ยังไงก็เวิร์คกว่างดกินของโปรดไปเลย
.
ถ้าเดี๋ยวนี้ ใครเริ่มชิวล์ๆ กับของกิน เริ่มคุมความอยากอาหารได้บ้าง อาการโหยระหว่างวันลดลง
ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีว่า ภารกิจไดเอทเริ่มได้ผลแล้วละ
.

5.เลือดไหลเวียนดีขึ้น

ของทอดของมัน ช่างยั่วตบะให้แตกซะจริงๆ แต่ถ้าใครพอคุมได้อยู่ แถมอัพแอนด์ดาวน์บ้าง
ก็วางใจได้เปลาะนึงละว่า ความอ้วนจะมาผูกมิตรได้ยาก แต่ยังไงก็ลองสังเกตตัวเองก่อนนะคะว่า
ผิวพรรณดูมีเลือดฝาดหรือเปล่า มือไม้เย็น มีอาการหนาวสั่นข้างใน ไข้อ่อนๆ เกิดอาการเหน็บชา
ตะคริวกินบ้างมั้ย
.
ถ้าผลเป็นลบละก็ มันคือ สัญญาณบอกว่า ระบบไหลเวียนเลือดกำลังมีปัญหาแล้วละ กระทบกับ
ระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายอย่างจังเลย ไม่ถึงกับเจ๊งนะ แค่รวนๆ เท่านั้น
.
ต้องเลือกกินอาหารที่ช่วยเรื่องระบบไหลเวียนตรงๆ อย่างผักผลไม้ที่มีสารแอนตี้ออกซิเด้นท์สูงๆ
หรืออาหารที่มีสีสันหลากหลาย อย่างผักผลไม้ 7 สี เช่น ส้ม แตงโมเหลือง มะเขือเทศ ผักบุ้ง
บลูเบอร์รี่ ฟักทอง ส่วนโปรตีนก็เน้นเนื้อสัตว์ไร้มันเข้าไว้ เพราะมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย
อาหารพวกนี้ช่วยได้เยอะนะ
.

6.กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น

ไดเอทมาสักพัก เริ่มรู้สึกกล้ามเนื้อกระชับ จับดูแล้วแน่นมือบ้างหรือเปล่าคะ ถ้าใช่ก็ไปโลดเลย
ฟิตร่างกายบ่อยๆ ยกเวท ยืดเหยียดกล้ามเนื้อบ้าง เอาให้พอฟิตแอนด์เฟิร์ม ก็ช่วยเร่งสปีดกระชาก
แคลอรี่ได้มากขึ้นแล้วละ
.
ข้อดีตรงนี้อยู่ที่ สาวๆ จะออกกำลังกายได้นานขึ้น แรงดีไม่มีตกเลยละ ไม่ต้องคุมเคร่งเรื่องอาหาร
หนักกว่าชาวบ้านเลย หมั่นสร้างมวลกล้ามเนื้อเอาไว้นะคะ ด้วยการเลือกออกกำลังกายให้หลากหลายเข้าไว้
พยายามออกแรงให้ได้ทุกส่วน แล้วเพิ่มสปีดหรือระยะเวลาในการออกให้นานขึ้น
แล้วผลลัพธ์จะออกมาแบบ oh! My god มาก
.

7.ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่

(น้ำตาลในเลือด) ขึ้นๆ ลงๆ กระชากความโหยได้อย่างดีเลยละ ยิ่งพ่วงอาการเหนื่อย ไม่มีแรงเข้าไปด้วย
หงุดหงิดตามมาเห็นๆ ค่ะ ขืนดับด้วยของหวานอัดแคลอรี่มาเพียบ แรกๆ ร่างกายอาจเฟรชดี
แต่ไม่นานเกินรอหรอก effect หนักกว่าเดิม เร่งอาการโหยได้ทั้งวันเลยละ
.
ลองแพลนอาหารแต่ละมื้อดูดีกว่ามั้ยว่า ระยะเวลาห่างกันประมาณ 4-5 ชั่วโมงหรือเปล่า
แล้วอาหารที่กินเน้นไฟเบอร์สูงๆ น้ำตาลหรือแป้งผ่านการขัดสีด้วยหรือไม่
ถ้าไม่ ต้องปรับเวลาและจัดเมนูอาหารใหม่แล้วละ ตรงนี้ช่วยเรื่องคุมน้ำตาลในเลือดได้เยอะนะ
.

ดูๆ แล้วทุกอย่างมันสัมพันธ์กับเจ้า metabolism ไปซะหมดเลยเนอะ แต่ยังไงเราก็โฟกัสที่
สิ่งนี้อยู่แล้วนี่ เพราะฉะนั้น เลิกนอยด์เรื่องน้ำหนักตัวไปก่อนเลยค่ะ เพราะร่างกายแต่ละคนตอบสนอง
ไม่เหมือนกัน ลองจับสัญญาณตามที่มาดามบอกวมาแทนเถอะ ถ้ามีเกือบหมด ก็มั่นใจได้แล้วว่า
หุ่นจะพลิกสวยในเร็วๆ นี้แน่นอน
.

ที่มา: http://www.dummies.com/how-to/content/ten-sure-signs-youre-boosting-your-metabolism.html
.
.


.
[โหลดฟรี] คู่มือลดน้ำหนักด้วยอาหาร
แบบไม่นับแคลอรี่ และไม่เน้นออกกำลังกาย
ลดน้ำหนัก 1.5-2.5 kg.ได้ตั้งแต่หกวันแรก
.
อ่านจบตอนนี้ “วางแผน” ทานอาหารได้ทันที
.
ง่ายๆ เพียงแอดไลน์ id: @slimdelivery (มีเครื่องหมาย @)
หรือ คลิ๊กแอดไลน์
เพื่อรับไฟล์คู่มือ!