8 วิธีกินคลีนให้ไปโลดฉบับมือใหม่หัดสู่มือโปร

“โอ้ย!! ไม่ไหวหรอกมาดามติน ยุ่งยาก ไหนจะต้องเตรียมนั่นนี่ ซื้อหาก็ลำบาก กินก็ยาก
รสชาติไม่น่าจะรอด ก๊วนเพื่อนไม่เล่นด้วยก็จบเลย แค่คิดก็มู้ดหายแล้วว เอาไว้ก่อนเหอะ
กินคลีนน่ะ อาศัยอัพแอนด์ดาวน์แทนไปก่อนละกัน อารมณ์อยากเฮลธ์ตี้เมื่อไหร่ ค่อยว่ากันใหม่เนอะ”
.
อืม…เรื่องกินเรื่องใหญ่นะจ๊ะ อยากให้น้ำหนักลงไว มันต้องเกี่ยวก้อยการออกกำลังไปพร้อมกับ
การกินอาหารดีๆ ด้วย อาหารคลีนน่ะครบสูตร “สลิมแอนด์สตรอง” “ยิ่งกิน ยิ่งผอม”
ใคร enjoy eating อยู่แล้ว เข้าทางเลย ไม่เพิ่มดีกรีความโหยระหว่างวัน
และไม่อัพจุดแตกหักให้กับตบะเราได้ง่ายๆ
.
เข้าใจนะว่า จู่ๆ จะให้พลิกสไตล์การกินเลย โอกาสรอดน่ะยากมาก บางคนสนใจกินคลีนอยู่
แต่ดั๊น…ขาดความรู้และออกตัวไม่ดี แทนที่จะไปโลดกลับอกหักรีเทิร์นมาซบกับอาหารเดิมๆ
สไตล์ ready to eat ซะงั้น
.
นี่เรากำลังทำเรื่องปะติ๋วให้เป็นเรื่องช้างอยู่เหรอเปล่าคะ? ค่อยปรับตัวไปก่อนสิ ไล่ไปตามสเต็ปๆ
แล้วจะบรรลุเลยว่า กินคลีนไม่ยากแถมยังรู้สึกแฮปปี้กับมัน ทำอย่างมือโปรโกอินเตอร์มากขึ้นด้วย
ไม่อยากให้อะไรผิดๆ มาทำให้ชีวิตสายคลีนต้องพัง เอ้า!! รีบมาฟังไวๆ เล้ย
.

1.เริ่มจากทิ้งอาหารขยะหนักๆ สักอย่างสองอย่างไปก่อน

อย่ามาสายแข็ง รีบแคนเซิลทุกอย่างจนหมด มาปุ๊บปั๊บร่างกายจิตใจรวนกันพอดี
ออกสตาร์ทตัวที่มีแคลอรี่หนักๆ สักอย่างสองอย่างก่อนเถอะค่ะ อย่างอาหารมันๆ ทอดๆ
และเครื่องดื่มโซดาหรือแอลกอฮอล์น่ะ แค่เนี้ยก็ออกตัวได้สวย โลดแล่นในสายคลีนได้ยาวๆ แล้วละ
.
อาหารที่มีแคลอรี่ซอล์ฟลงหน่อย ก็ปรับสไตล์การกิน โดยไม่ต้องลดปริมาณลงเลย
แค่เอาของดีมาเสริมแทนเท่านั้น เช่น เรากินขนมปังขัดสีหรือขนมปังขาว วันละ 2 แผ่นทุกเช้า
ก็ลองปรับลดให้เหลือแค่แผ่นเดียว แล้วเอาขนมปังโฮลวีต 1 แผ่นมาแทนของเดิม
เห็นมั้ยไม่ต้องอดเลย แถมยังช่วยปรับมู้ดให้เรากินของใหม่ได้ง่ายขึ้น
.

2.โฟกัสอาหารสไตล์ที่ชอบ

อย่ามโนไปเองว่า อาหารคลีนเน้นผักเน้นปลาอยู่แค่นั้น เผินๆ อาจจะใช่ค่ะ แต่คีย์ของมันน่ะ
คืออาหารที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการแปรรูป ประเภทหมักดอง แพ็คถุงอัดกระป๋อง
เพราะงั้นอย่างอื่นก็ถือว่าไม่ใช่ข้อห้าม ชอบกินเนื้อสัตว์หรือชอบกินผัก
ก็มาสายคลีนได้ทั้งนั้นแหละ
.
โฟกัสให้ถูกหลักเถอะค่ะ เราชอบกินสไตล์ไหน ก็จัดหาซื้อวัตถุดิบจากแหล่งที่ต่างกันไป
ใครชอบกินเนื้อสัตว์เป็นหลัก จะซื้อเนื้อหรือไข่ก็ควรหาจากแหล่งที่ชาวบ้านเค้าเพาะเลี้ยงเองจะดีกว่า
มาดามว่า จะปลอดภัยจากสารสังเคราะห์ประเภทสารเร่งโตเร่งสีนะคะ ส่วนใครมังสวิรัติมาแบบจัดเต็ม
แนะนำซื้อหาวัตถุดิบแบบออร์แกนิกจะเวิร์คกว่า
.

3.หาซื้อวัตถุดิบคลีนจากแหล่งเฉพาะของมัน

เริ่มต้นกันที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเลย มีแววชวดวัตถุดิบดีๆ ที่จะนำมาทำอาหารคลีนได้นะคะ
ที่แบบนั้นของเวิร์คๆ อาจหายากสักหน่อย ถ้าไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน อาจวกกลับไปซื้ออาหาร
ready to eat แทนได้
.
คลีนนี่ฮอตฮิตอยู่นะ จริงๆ หาวัตถุดิบไม่ยากหรอก แต่เราหาไม่ถูกที่ต่างหากละ
ลองเสิร์ชจากอากู๋สิคะ หาแหล่งขายอาหารคลีนหรือร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพใกล้บ้านดู
น่าจะโอเคกว่าที่ห้าง ทั้งเรื่องราคาและคุณภาพ ไม่ก็ลองใช้บริการคอร์สอาหารคลีนดู
ก็จะช่วยให้อะไรง่ายขึ้นได้
.

4.เช็คฉลากอาหารดีๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ

อาหารสไตล์เฮลธ์ตี้ บางทีก็ถูกอัดใส่ถุงใส่กล่องมาเหมือนกัน โอเค ตัววัตถุดิบหลักน่ะ
อาจเป็นคลีนจริงๆ แต่ดั๊น…ปรุงนั่นเติมนี่ ให้ถูกปากมากขึ้น มือใหม่อย่างเราเจอปุ๊บถึงกับ
ไปต่อไม่ถูกกันเลย ครั้นจะให้ไปหาไอ้ที่ real เลย อาจพาลทำหงุดหงิดจนเลิกกินคลีนไปได้
.
มาดามว่า ตึงๆ หย่อนๆ บ้าง ปรับตามสถานการณ์จะดีกว่าค่ะ จะให้เมินอาหารแปรรูปไปเลยก็ใช่ที่
เดี๋ยวจะอยู่ลำบาก เอาเป็นว่าก็เลือกอาหารที่ปรุงแบบเบสิคให้มากที่สุด เช่นสูตรรสชาติดั้งเดิม
และพยายามเลี่ยงน้ำมันพืช สารปรุงแต่งสี เลียนกลิ่น สารกันบูด ไขมัน โซเดียมและน้ำตาล
ที่อัดมาโหลดเกิน แค่นี้ก็รอดแล้วค่ะ
.

5.นึกถึงสารอาหารเป็นหลัก

มีงงกันได้อยู่แล้วละ ถ้าป๊ะอาหารคลีนตัวคล้ายๆ กัน แต่ดันคนละยี่ห้อ เอิ่ม…เลยไม่รู้จะเลือก
ซื้อตัวไหนดี แนะนำให้ฝังชิพไว้ในสมองเลยค่ะว่า อยากสลิมแอนด์สตรองต้องตัดสินกัน
ที่ฉลากอาหารก่อน ดูว่ามีสารอาหารที่มีประโยชน์หรือไม่ ปริมาณเท่าไหร่
และถ้าเทียบกับสารอาหารที่ไม่เป็นมิตรกับพุงและสารสังเคราะห์ตัวอื่นๆ แล้ว คุ้มค่ามั้ยที่จะเสียเงินซื้อ
.

มาดามไม่เห็นด้วยเลย ถ้าสาวๆ จะโฟกัสที่ราคาก่อน เพราะบางทีตัวราคาก็ตัดสินใจไม่ได้หรอกว่า
อาหารที่ซื้อนั้นมีคุณค่าสารอาหารสมกับราคาที่ตั้งไว้หรือไม่ แพงอาจไม่ได้ดีจริง
ถูกกว่าอาจไม่ได้มีคุณค่าน้อยเสมอไป เลือกซื้ออาหารให้เป็น เจ๋งสุดแล้วค่ะ
.

6.ทำอาหารคลีนให้กินได้ทั้งวัน

ทำอาหารคลีนกินเอง ไม่ยากหรอกค่ะ หาวัตถุดิบง่ายๆ ที่มีอยู่ในตูเย็นนั่นแหละ
จับมามิ๊กซ์แอนด์แมทซ์ ทำใส่หม้อหรือกระทะใบใหญ่ๆ เลย แบ่งกินทีละส่วน
ที่เหลือเก็บไว้กินต่อในมื้ออื่นๆ แค่นี้ก็ประหยัดตังค์แถมได้ไอเดียในการทำอาหารครั้งต่อไปด้วย
ที่สำคัญเลย ทำเอง สามารถคุมวัตถุดิบได้
.
ลงมือเข้าครัวเองเนี่ย ช่วยให้เรา enjoy กับอาหารคลีนมากขึ้นเลยนะคะ อย่าลืมเสริมความฟิน
ด้วยการอัพรูปขึ้นเฟสแชร์เมนูสุดครีเอทให้เพื่อนๆ ดู หรือจะเอาแบบคูลๆ ก็อัดคลิปตอนทำลงยูทูปเลยก็ได้
แม้ทั้งบ้านจะมีเราสายคลีนคนอยู่เดียว แต่เราก็แฮปปี้ได้ไม่ยาก
.

7.ปรับโหมดต่อมรับรสให้ดีขึ้น

บางทีความเคยชินมันก็เป็นกับดักที่เราไม่อาจเอาดีทางสายคลีนได้ อยากผอมอยากสวยอยู่
แต่พาวเวอร์ไม่พอที่จะลุกมาเปลี่ยนสไตล์การกิน ก็นะ ใช้วิธีหักดิบของโปรดซะขนาดนั้น
ต่อมรับรสที่เคยสัมผัสกับความฟินเว่อร์ ก็ต้องดร็อปดาวน์เป็นธรรมดา
อะไรที่เคย enjoy ก็มา ending ซะเฉย
.
ใช้วิธีค่อยๆ ปรับการทำงานของต่อมรับรสจะกว่าค่ะ เช่น ตั้งใจจะกินคลีนวันแรก
อย่าหุงเฉพาะข้าวกล้อง แต่ให้ผสมข้าวขาวลงไปในอัตราที่มากหน่อย เมื่อเริ่มชินแล้ว
ก็ค่อยลดข้าวขาวลงเรื่อยๆ จนกว่าเราจะชินกับการกินข้าวกล้อง อาจใช้เวลาเป็นเดือน
ในการปรับสไตล์การกิน แต่ถ้าสาวๆ ทำจริงจัง กินคลีนไปโลดแน่ค่ะ
.

<4>8.ทำตามกฎ 80-20 ชีวิตดีแน่นอน

กินคลีนไม่ต้องเคร่งขนาดนั้นหรอก ไม่งั้นดิ่งลงเหวหรือกู่ไม่กลับได้นะ เอาเป็นว่า 80%
โฟกัสที่อาหารคลีน ส่วนที่เหลือก็ใช้ชีวิตไปตามปกตินั่นแหละ จะได้ไม่ดูแปลกแยกกับ
แก๊งเพื่อนจนเกินไป
.

ไม่เริ่มจากก้าวแรก แล้วจะมีก้าวต่อไปได้ยังไงกันคะ เผินๆ กินคลีนอาจดูยาก แต่มาดามว่า
สิ่งที่มโนไปเองต่างหากละ ที่ทำให้ภารกิจพิชิตหุ่นไม่ไปถึงไหนสักที ถ้าก้าวพลาด ยังนับใหม่กันได้
แต่ถ้าจุดออกตัวมันไม่ใช่เนี่ยสิ สายคลีนไปลำบากได้นะ
.
อย่ารอวันสลิมแอนด์สตรองอยู่เลย เริ่มแต่ทำแต่วันนี้เถอะ กับทริคมือใหม่หัดกินคลีนที่จะทำให้ไปโลด
โกอินเตอร์กันเลยทีเดียว

.
ที่มา: http://www.prevention.com/weight-loss/weight-loss-tips/easy-diet-changes-eat-clean?cid=OB-_-PVN-_-ARR
.
.


.
[โหลดฟรี] คู่มือลดน้ำหนักด้วยอาหาร
แบบไม่นับแคลอรี่ และไม่เน้นออกกำลังกาย
ลดน้ำหนัก 1.5-2.5 kg.ได้ตั้งแต่หกวันแรก
.
อ่านจบตอนนี้ “วางแผน” ทานอาหารได้ทันที
.
ง่ายๆ เพียงแอดไลน์ id: @slimdelivery (มีเครื่องหมาย @)
หรือ คลิ๊กแอดไลน์
เพื่อรับไฟล์คู่มือ!