5 เทคนิคยืดหยุ่นกล้ามเนื้อให้พร้อมก่อนออกกำลังกาย

แรงฮึดมาแล้ววว เอาเลย ลุย!! ออกตัวแรงๆ อัพแอนด์ดาวน์ใส่แบบไม่ยั้ง
หุ่นเพรียวลมจะไปไหนซะ ว่าแล้วก็จัดหนักกันต่อไป แต่ทำไปทำมา
เอ…ร่างกายชักจะตึงๆ ขยับเขยื้อนทีก็ไม่แคล่วคล่องว่องไวเหมือนชาวบ้านเค้า
.
นี่ก็เริ่มจะเจ็บกล้ามเนื้อขึ้นมาอีกละ ไขมันเบิร์นไม่ถึง 10 นาทีก็หอบแฮ่กๆ
เลยต้องจบภารกิจฟิตแอนด์เฟิร์มเอาดื้อๆ
.
อยากสลิมเว่อร์ คิดแต่จะโหมออกกำลังโดยไม่เสิร์ฟความพร้อมให้ร่างกายก่อนน่ะ
มีแต่จะทำให้ไดเอทล้มเหลวค่ะ จุดนี้พลาดกันมาเยอะแล้ว ไม่เอาละ!!
มาดามตินอยากให้สาวๆ enjoy กับการฟิตแอนด์เฟิร์มมากขึ้น
.
เลยมาส่งต่อทิปส์สุดเจ๋งที่จะช่วยให้คุณผู้อ่านยืดหยุ่นกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังอย่างจริงจัง
ว่าแล้วมาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง
.

1.มาคึกคัก…วอร์มอัพกันหน่อย

ซีเรียสกับงานมาหลายวัน กล้ามเนื้อยังไม่พร้อมออกกำลังกายหรอกค่ะ
มาในสภาพตึงๆ แบบนี้ เสี่ยงบาดเจ็บได้ง่ายนะ เอาเป็นว่าก่อนออกกำลังสัก 15 นาที
มายืดเส้นยืดสายอุ่นเครื่องให้พร้อมดีกว่ามั้ยคะ ถ้าจะเอาแบบซอฟท์ๆ หน่อย
.
มาดามตินแนะนำท่าแกว่งแขนหรือจะท่าหมุนวงแขนแบบธรรมดานี่แหละค่ะ
ส่วนใครกล้ามเนื้อต้นขาตึงๆ อาจเน้นวอร์มอัพด้วยท่า squats ก็ได้
จะใช้อุปกรณ์ช่วยอย่างเวทหรือดัมเบลล์ก็จะเวิร์คมากค่ะ ท่าไม่ยากเลย
.
เหมือนการยกเวททั่วไปค่ะ นั่นคือ ยืนตัวตรง กางขาออกเล็กน้อย
นำเวทหรือดัมเบลล์พาดบนบ่า แล้วย่อตัวลงให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเวลานั่งเก้าอี้
ค้างไว้สัก 5 วินาทีแล้วยืดลำตัวขึ้นกลับสู่ท่าเดิม
.
ทำต่อเนื่องสัก 5-10 นาทีนะคะ จะช่วยสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ดีขึ้น
กล้ามเนื้อก็ทำงานดีตามไปด้วย สาวๆ จะออกกำลังได้นานขึ้นค่ะ
.

2.โฟกัสที่การเคลื่อนไหวแบบเต็มแนว

วอร์มอัพด้วยท่า squats มาแบบซอฟท์ๆ ก็จริง แต่นั่นโฟกัสเรื่องความแข็งแรง
ของกล้ามเนื้อมากกว่าค่ะ ถ้าอยากให้ช่วยเรื่องความยืดหยุ่นกันตรงๆ เลยละก็
มาดามแนะนำท่าแบบ full squat ค่ะ หรือเรียกอีกอย่างว่า
.
เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายแบบเต็มแนว ท่าก็คล้ายๆ squat ทั่วไปนั่นแหละค่ะ
ใช้เวทหรือดัมเบลล์เป็นตัวช่วย เพียงแต่เวลาย่อตัวต้องย่อให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้
ค้างไว้ราว 5 วินาที แล้วค่อยๆ ยกลำตัวขึ้นช้าๆ
.
ท่านี้มีข้อดีอยู่ที่สะโพกจะยืดหยุ่นมากขึ้นค่ะใครที่นั่งทำงานนานๆ ลองดูหน่อยจะเวิร์คมากเลย
แต่มาดามขอเตือนเรื่องอุปกรณ์สักหน่อยนะคะ ถ้าใครมือใหม่ ขอให้หาที่มีน้ำหนักเบาๆ
ไปก่อน เมื่ออยู่ตัวแล้วจึงค่อยเพิ่มน้ำหนัก
.

3.ดื่มน้ำให้มากเข้าไว้

น้ำน่ะสำคัญกับการไดเอทมากนะคะ ถ้าดื่มน้อยเกินไป ระบบเผาผลาญในร่างกาย
จะทำงานด้อยลง ส่วนกล้ามเนื้อก็จะอ่อนล้าได้ง่าย เวลาอัพแอนด์ดาวน์เนี่ยจะเหนื่อยไวมาก
มาดามว่าสาวๆ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตรนะ จิบไปเรื่อยๆ ระหว่างวันค่ะ
.
แต่ถ้าวันไหนอยากเรียกเหงื่อสักหน่อย ก่อนออกกำลังสักครึ่งชั่วโมงอาจดื่มน้ำสักแก้ว
เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ทำงานได้ดีขึ้น ช่วงหยุดพักอาจดื่มสักแก้วเพื่อชดเชยน้ำที่เสียไปก็ได้ค่ะ
แบบนี้จะช่วยให้ออกกำลังได้นานขึ้น
.

4.หยุดพักบ้างก็ดีนะ

วอล์มอัพก็แล้ว ดื่มน้ำไปหลายแก้วก็แล้ว แต่รู้สึกว่ากล้ามเนื้อยังตึงๆ อยู่เลย
ถ้ามาแบบนี้อย่าฝืนออกกำลังต่อนะคะ ไม่ยังงั้นกล้ามเนื้ออาจบาดเจ็บได้ง่าย
มาดามว่าที่มันยังไม่ยืดหยุ่น เป็นเพราะความเครียดมากกว่าค่ะ
.
สภาพจิตใจไม่พร้อมแบบนี้ ขอให้สาวๆ หยุดพักและเปลี่ยนแนวมาเป็นอะไรที่ซอฟท์ๆ
ดีกว่ามั้ยคะ อย่างโยคะเนี่ยก็เข้าท่าเหมือนกันนะ โฟกัสที่ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ
โดยตรงเลยละ ที่สำคัญยังช่วยรีแล็กซ์ได้ดีอีกด้วย
.
แต่ถ้าใครไม่ฟินกับท่าโยคะ อาจจะลองเดินชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ หรือหากิจกรรมที่ชอบ
ทำเล่นๆ ไปก่อนเพื่อผ่อนคลายความเครียด แค่เนี่ยก็ช่วยให้ไปต่อได้แบบสวยๆ แล้วละ
.

5.ฟังสัญญาณเตือนจากร่ายกายให้ดี

วอล์มอัพน่ะขาดไม่ได้ก็จริงอยู่ แต่ถ้าจะมากำหนดเวลาว่าต้องทำเท่านั้นเท่านี้
ขาดเกินละเป็นเรื่องใหญ่ ยังงี้เรียกว่ากดดันตัวเองมากไปนะคะ เดี๋ยวจะกลายเป็นเครียด
จนคลายกล้ามเนื้อได้ยากนะ
.
แทนที่จะโฟกัสเรื่องเวลา มาดามว่าลองมาดูลมหายใจเข้าออกระหว่างวอล์มอัพ
ไปด้วยดีกว่าค่ะ ทำไปเรื่อยๆ และจับสัญญาณที่ร่างกายส่งมาว่าพร้อมที่จะออกกำลังกาย
แล้วหรือยัง ถ้าพร้อมแล้วก็ไปโลดเลยค่ะ
.

การออกกำลังให้ได้ผลเลิศ ไม่เบื่อจนท้อไปเสียก่อน จุดสำคัญอยู่ที่การยืดเส้นยืดสาย
ให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นก่อนค่ะ หวังว่าเทคนิคที่มาดามเสิร์ฟมาให้นี้จะช่วยให้สาวๆ enjoy
กับการอัพแอนด์ดาวน์มากขึ้นนะคะ
.
.


.
[โหลดฟรี] คู่มือลดน้ำหนักด้วยอาหาร
แบบไม่นับแคลอรี่ และไม่เน้นออกกำลังกาย
ลดน้ำหนัก 1.5-2.5 kg.ได้ตั้งแต่หกวันแรก
.
อ่านจบตอนนี้ “วางแผน” ทานอาหารได้ทันที
.
ง่ายๆ เพียงแอดไลน์ id: @slimdelivery (มีเครื่องหมาย @)
หรือ คลิ๊กแอดไลน์
เพื่อรับไฟล์คู่มือ!