5 ข้อแก้ตัวสุดฮิตของการไม่ลดน้ำหนัก พร้อมวิธีแก้ไข

พวกเรามีเหตุผลร้อยแปด
ในการบอกตัวเองว่า
“ทำไมฉันถึงยังลดน้ำหนักไม่ได้”

วันนี้ผมจะพาคุณไปตรวจสอบปัญหาเหล่านั้น
ว่าหนักหนาสาหัสมากน้อยแค่ไหน

ข้อแก้ตัวที่ 1: ไม่มีเวลา / งานยุ่ง

หยิบปากกากับกระดาษออกมาตอนนี้
แล้วนึกคำตอบว่า
ในแต่ละวันคุณต้องทำอะไรบ้าง
ตื่นนอนกี่โมง, อาบน้ำเฉลี่ยกี่นาที, เดินทางกี่นาที
เริ่มทำงานกี่โมง
ระหว่างเวลางาน มีเวลาว่างบ้างไม๊
หลังเลิกงานแล้ว ถึงบ้านชอบทำอะไร
ดูทีวี เล่นมือถือ เข้านอนกี่โมง เป็นต้น

หลังจากนั้น นั่งดูรายการตรงหน้าว่า
มีช่วงเวลาไหนที่สามารถ
แทรกการออกกำลังกายลงไปได้บ้าง

เพราะการเขียนเวลาออกมา
จะทำให้คุณเห็นชัดเจนว่า
ในความเป็นจริง คุณก็ไม่ได้ยุ่งอะไรขนาดนั้น
ซึ่งผมเชื่อว่า คงไม่มีใคร
ที่ไม่สามารถหาเวลา 20 นาทีเพื่อออกกำลังกายได้

อีกหนึ่งเคล็ดลับคือ
ให้ออกกำลังกายทันทีที่ตื่นนอน
ผมเคยดูสัมภาษณ์ Anna Wintour และ Victoria Beckham
ถึงแม้จะประสบความสำเร็จอย่างสูง
แต่ทั้งสองคน ยังต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อมาออกกำลังกาย
( แอนนา ตีห้า…วิคตอเรีย หกโมง)

สำหรับอาหาร ผมแนะนำไว้ในบทความที่แล้วว่า
ให้ซื้อตุนไว้เป็นสัปดาห์
เพราะเมื่อถึงเวลา จะได้หยิบทานได้ทันที
ประหยัดเวลา แล้วก็รับประกันได้ด้วยว่า
คุณจะไม่ไปหยิบ “ของต้องห้าม”
เวลาที่ความหิวเข้าครอบงำ

อีกวิธีคือสั่งอาหารกับสลิมเดลิเวอรี่
คุณก็จะมีอาหารครบสามมื้อ
เตรียมไว้ล่วงหน้าเช่นเดียวกัน

ข้อแก้ตัวที่ 2: อาหารคลีนแพงเกินไป

ให้ลองลิสต์ออกมาว่า
อาหารคลีนที่ว่าแพง
เมื่อเทียบกับอาหารที่คุณทานปกติ
ราคาต่างกันมากน้อยแค่ไหน

ตัวอย่างเช่น ดีลักซ์ชีสเบอร์เกอร์ ราคา 148 บาท
ชุดไก่ทอดพร้อมน้ำและนักเก็ท ราคา 109 บาท
Shibuya honey toast ร้าน After You ราคา 165 บาท
ชามุกแก้วละ 50 บาท

จะเห็นว่าพอเขียนออกมา
ค่าอาหาร “ตามใจปาก” ที่เราทานก็ไม่ได้ถูก
นี่ยังไม่นับรวมถึงสิ่งที่ติดตามมา
ทั้งโรคความดัน, หัวใจ, เบาหวาน
กับค่ารักษาพยาบาล แบบรถหมดกันเป็นคันๆ

เพราะการดูแลสุขภาพ
คือการเลิกปล่อยเนื้อปล่อยตัว
แล้วหันมาดูแลตัวอย่างจริงจัง
ถ้ายังรู้สึกว่ามากเกินไป
ก็ให้เริ่มที่อาหารมื้อเดียว
หรือออกกำลังกายแค่ห้านาที
เดี๋ยวพอคุณเริ่มชิน ค่อยขยายมื้ออาหารออก
ไม่มีเคล็ดลับอะไรมากกว่านี้

ข้อแก้ตัวที่ 3: ไม่อยากเข้าฟิตเนส

ในความเป็นจริง ถ้าคุณคุมอาหารอย่างเดียว
ก็สามารถลดน้ำหนักได้
โดยไม่จำเป็นต้องเข้าฟิตเนส

แต่ถ้าใครอยากได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ
คุณก็สามารถออกกำลังกาย “อย่างหนักหน่วง”
ที่บ้านคุณเองได้เช่นกัน

วิธีคือ ให้เข้าไปในยูทูป
แล้วหาคำว่า HIIT Workout
จะมีคลิปขึ้นมาให้เลือก
เจียดเวลามา 15 นาที แล้วเต้นตามคลิป
ผมรับรองเลยว่าพอครบเวลา
แทบคลานกันไปปิดคอมกันเลยทีเดียว

ข้อแก้ตัวที่ 4: ฉันติดของหวาน/ฉันชอบกิน

เพราะของหวาน คือศัตรูอันดับหนึ่งต่อน้ำหนักตัว
ซึ่งที่ผ่านมา คุณหาทางเลิกมาหลายครั้ง
แต่ทำได้ไม่กี่วัน ก็ทนไม่ไหว

ผมแนะนำกับสมาชิกแบบนี้ครับ
ให้คุณควบคุมอาหารตามสูตรแค่หกวัน
โดยในวันที่เจ็ด
ให้กลับมากินได้ตามใจ
ดังนั้นในระหว่างสัปดาห์ ถ้าอยากกินอะไร
ให้คุณถ่ายรูปเก็บไว้
แล้วเอามาสะสางวันอาทิตย์ทีเดียว

เท่านี้คุณก็สามารถกินได้อย่างสบายใจ
ทั้งยังดีกับการลดน้ำหนักในระยะยาวอีกด้วย
วิธีนี้จึงดีกว่ามาก
เมื่อเทียบกับการ ต้องอดของหวานไปตลอดชีวิต

ข้อแก้ตัวที่ 5: อดอาหารไม่เก่ง

ผมเขียนหลายครั้งในแฟนเพจว่า
น้ำหนักที่ลดลงได้จากการอดอาหาร จะเป็นแค่ระยะสั้น
ซึ่งพอกระบวนการเผาผลาญปรับตัวได้
ไม่ว่าอดอย่างไร
น้ำหนักจะไม่ลดลงต่อ
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ เมื่อคุณกลับมากินเท่าเดิม
น้ำหนักจะโยโย่กลับขึ้นมาอีก

ดังนั้น หลักการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง
ที่ผมเน้นกับสมาชิกในคอร์สคือ ห้ามหิว
อย่างน้อย ให้คุณกินให้ครบสามมื้อ
แล้วถ้ายังหิว
(เพราะบางคน น้ำหนักตัวเลขสามหลัก)
ก็ให้ทานเพิ่มมื้อที่สี่ หรือห้า
โดยเน้นเฉพาะเนื้อสัตว์กับผัก

แต่ทั้งนี้ คุณต้องแยกให้ออกด้วยว่า
กำลังหิว หรือว่าอยากกันแน่
ถ้าแค่อยากคงต้องให้ทำใจ
แต่ถ้าหิว ให้คุณกินได้เลยตามที่ผมแนะนำ
เพราะความหิว คือการที่ร่างกายส่งสัญญาณว่า
ได้รับพลังงานไม่เพียงพอครับ

เพราะการที่ผมได้มีโอกาส
มาทำคอร์สอาหาร
ทำให้ให้ผมได้ใกล้ชิดกับผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ
แบบเข้าขั้นวิกฤตหลายท่าน

แม้แต่เพื่อนผมเอง
ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงในสายงานธนาคาร
เนื่องจากเป็นคนทำงานหนัก
และไม่มีเวลาดูแลสุขภาพเลย
ปัจจุบันเลยมีปัญหาทั้งโรคเกาต์ และไขมันขึ้นสูง
ทั้งที่เพิ่งอายุ 40

ส่วนอีกคน เป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรม
ก็มีปัญหาคล้ายกันกับเพื่อนผมคนแรก
จนมาช่วงหลัง ที่ได้คุมอาหารและออกกำลังกายอย่างจริงจัง
จนไปเห็นรูปในเฟสบุ๊กล่าสุด
ที่กลับมาดูดีเหมือนเดิมแล้ว

อย่าลืมนะครับว่า…
ความต่อเนื่อง
คือกุญแจดอกสำคัญสู่ความสำเร็จ

แล้วพบกันครับ
คุณนก