เคล็ดลับลดน้ำหนัก 37 ข้อ ที่ผมให้คุณเริ่มทำตั้งแต่วันนี้

การลดน้ำหนักได้อย่างถาวรเป็นผลสืบเนื่องจากการตัดสินใจในเรื่องเล็กๆ ในแต่ละขณะของวัน จากวันแรกที่อาหารมื้อแรกขยายผลเป็นการเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตแบบยกเครื่อง

พวกเรากลุ่มใหญ่ตั้งเป้าหมายลดน้ำหนักและล้มเลิกตั้งแต่สองอาทิตย์แรก จะเนื่องด้วยเห็นผลลัพธ์ไม่ทันใจหรือเริ่มไม่สนุกอีกต่อไปก็ตามแต่ การสร้างความเปลี่ยนแปลงจากจุดเล็กๆ จนชำนาญคือเคล็ดลับประการเดียวที่จะพาคุณข้ามฝั่งจาก Loser จนกลายเป็น Winner

เพราะการเดินทางสู่เป้าหมายไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบแต่เป็นการติดตามความคืบหน้าในแต่ละวันอย่างต่อเนื่อง เพราะการลดน้ำหนักเกี่ยวข้องโดยตรงกับการควบคุมการตัดสินใจในเรื่องที่ดูเหมือนไม่สำคัญ อาทิ…

ฉันจะไม่กินชามุกแก้วนี้
ฉันจะไม่เดินไปหยิบขนมตอนดูทีวี
ฉันจะไม่ไปกินบุฟเฟต์กับเพื่อน
ฉันจะไม่แวะร้านเบเกอรี่
ฉันจะดื่มแต่น้ำเปล่า
ฉันจะกินผักให้มากขึ้น
ฉันจะฝ่ารถติดไปฟิตเนสถึงแม้วันนี้จะเหนื่อยมาก

ในแต่ละวันทุกคนมีโมเมนต์ที่ต้องตัดสินใจมากมาย โดยเฉพาะสองสัปดาห์แรกที่คุณต้องตัดใจจากความเคยชินที่เคยสร้างความรื่นรมย์ให้กับชีวิต ทั้งความหอมหวานของชานมร้านประจำ, การได้เม้าท์มอยกับกลุ่มเพื่อนสุดรู้ใจ หรืออาการเหนื่อยขาดใจที่แทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง ฯลฯ

นึกถึงภาพปีศาจขนมหวานที่ยืนหัวเราะเยาะเพราะคุณพ่ายแพ้ให้กับมันอีกครั้ง จนสามารถข้ามผ่านแต่ละวันได้อย่างแข็งแกร่งและเริ่มเกลียดตัวเองที่แอบชิมเค้กชิ้นจิ๋ว หรืออยากเขกหัวตัวเองเพราะจงใจไม่ไปฟิตเนสหลังเลิกงาน จนกระทั่งคุณหลงรักในไลฟ์สไตล์ใหม่พร้อมความภาคภูมิใจขนาดยักษ์ด้วยรูปร่างใหม่เอี่ยมที่คุณโหยหามาตลอด

และทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่วันนี้ผมรวบรวมมาไว้ให้คุณมากถึง 37 วิธี ที่จะช่วยให้คุณเดินหน้าแบบไม่หลงทิศ
มาเริ่มกันเลยครับ

สร้างแรงบันดาลใจ

1. เริ่มต้นจากเป้าหมายเล็กๆ เขียนเสร็จให้นำไปแปะหน้าตู้เย็นหรือกระจกห้องน้ำ
2. เปลี่ยนเครื่องชั่งน้ำหนักจากอุปกรณ์ที่เคยเกลียดให้เป็นตัววัดผลความคืบหน้า
3. ถ่ายภาพ Before และ After ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่านี่คือตัวกระตุ้นชั้นดี
4. ถอยชุดสวยป้ายแดงที่คุณเคยอยากได้แต่ฟิตเกินแล้วนำมาแขวนหน้าตู้เสื้อผ้า หรือให้รางวัลตัวเองหลังผ่านสัปดาห์แรกด้วย Wearable Gadget
5. ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายที่ 5 หรือ 20 กิโลกรัม ให้คุณมุ่งความสนใจเฉพาะที่ 1 kg.ถัดไป ป้องกันความสับสนจนทำอะไรไม่ถูกเพราะสิ่งที่ต้องทำเยอะเหลือ โฟกัสทีละหนึ่งกิโลกรัม
6. ไปรื้อตู้หายีนส์ตัวเก่งสมัยสาวๆ มาลองใส่สัปดาห์ละครั้ง
7. สร้างสิ่งรอบตัวให้รายล้อมไปด้วยแรงบันดาลใจ อาทิ กดไลค์แฟนเพจสลิมเดลิเวอรี่, สมัครเข้ากรุ๊ปลดน้ำหนัก, เปลี่ยนภาพ Wallpaper โทรศัพท์ หรือหาแอปฟิตเนสมาใช้
8. เก็บรายการ to do list ที่ผ่านมาแล้วไว้ในโทรศัพท์ อันไหนทำสำเร็จให้มาร์คไว้ว่า Success เป็นการให้กำลังใจถึงสิ่งที่เราเคยทำสำเร็จมาก่อนหน้านี้
9. นึกภาพความสำเร็จเมื่อตัวคุณบรรลุเป้าสุดท้าย อย่างเช่น เพื่อนที่ทำงานเข้ามารุมถามเคล็ดลับของคุณ
10. มีสติทุกครั้งที่คิดลบ (ไม่เห็นจะได้ผล, นี่ฉันหาเรื่องใส่ตัวหรือเปล่า, เราคงลดน้ำหนักไม่ได้, เป็นคนอ้วนง่ายลดยาก ฯลฯ ) แล้วให้แทนที่ด้วยความคิดบวก (ฉันเข้าใจดีว่าต้องใช้เวลา, ถ้ามันง่ายฉันคงไม่ภูมิใจตอนที่สำเร็จ, ทุกคนต้องฝ่าฟันเช่นเดียวกัน ฯลฯ ) เมื่อคุณชำนาญขึ้นต่อมความคิดบวกของคุณจะแข็งแรงและลืมความคิดลบที่ไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด
11. หาบัดดี้ลดน้ำหนัก จากเพื่อนที่ทำงานหรือลงประกาศใน Facebook Groups แล้วระบุสถานที่ที่คุณอยู่
12. เฉลิมฉลองทุกชัยชนะด้วยการประกาศลงสื่อโซเชียล
13. เลิกบ่นกับตัวเองเวลาหลุดแผน เพราะนี่คือธรรมชาติของ Human เพียงตระหนักว่าฉันจะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นในครั้งถัดไป Perfectionist ก็ยังผิดพลาดได้

การออกกำลังกาย

14. เปลี่ยนรูปแบบการออกกำลังกายหรือสถานที่ในแต่ละวันถ้าคุณรู้สึกจำเจหรือความกระตือรือล้นเริ่มหมด
15. เพิ่มการฝึกกล้ามเนื้อสลับกับคาร์ดิโอ เพื่อบังคับร่างกายให้ใช้พลังงานมากขึ้นถึงแม้ไม่ได้ออกกำลังกาย
16. บันทึกการออกกำลังกายด้วยแอป MyFitnessPal, RunKeeper หรือเขียนลงปฏิทินก็ได้ตามถนัด การบันทึกเป็นตัวเลขจะทำให้คุณเห็นเส้นทางเดินสู่ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน
17. การวอร์มอัพจะช่วยให้คุณออกกำลังได้นานขึ้นแบบไม่เจ็บตัว
18. เตรียม DVD หรือคลิปออกกำลังกายไว้ยามฉุกเฉินที่ไม่สามารถไปฟิตเนสได้
19. โหลดแอปสุขภาพตัวใหม่ล่าสุดมาทดลองเล่น
20. ตั้งเป้าการออกกำลังกายเบื้องต้นที่ 3 ครั้ง/สัปดาห์
21. อย่าหักโหมโดยเฉพาะช่วงแรก ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันเหมือนการอาบน้ำ กินข้าว ไม่ต้องตื่นเต้นมาก ออกกำลังกายเสร็จแค่ไปทำกิจกรรมอื่นต่ออย่าเพิ่งคาดหวังผลลัพธ์แค่โฟกัสที่การทำอย่างต่อเนื่อง
22. จัดเวลาออกกำลังกายเหมือนนัดลูกค้าคนสำคัญ ห้าม Late และห้ามเลื่อน
23. เพิ่มความเข้มข้นการออกกำลังกายขึ้นทุกสัปดาห์ ทั้งความเร็ว, ความชันลู่วิ่งหรือน้ำหนัก Dumbbell ซึ่งทั้งหมดจะทำได้ต้องบันทึกสถิติที่ผ่านมาควบคู่ไป (จากข้อ 16)
24. ใช้แอปออกกำลังกายนับก้าวเดินในแต่ละวันเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายแอคทีฟตลอดเวลา

โภชนาการ

25. หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลอันได้แก่ ข้าว, ขนมปังและก๋วยเตี๋ยว สัปดาห์ละหกวัน
26. เน้นอาหารในกลุ่มโปรตีนและผักใบเขียว โดยคุณสามารถทานได้จนอิ่มแบบไม่ต้องกะปริมาณ
27. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตรเพื่อกระตุ้นระบบการเผาผลาญจากโปรตีนที่ทานเพิ่มในแต่ละวัน
28. กำหนดวัน Cheat Day สัปดาห์ละหนึ่งวัน (ผมเลือกวันอาทิตย์) โดยที่คุณสามารถทานทุกอย่างได้ตามใจรวมทั้งแป้งและขนมหวานที่ถูกห้ามมาตลอดสัปดาห์ เพื่อกระตุ้นเมตาบอลิซึมและป้องกันน้ำหนักคงที่
29. งดผลไม้ทุกชนิดแต่ให้เปลี่ยนมารับวิตามินจากผักใบเขียวแทน
30. ทานมื้อเช้าภายในครึ่งชั่วโมงหลังตื่นนอนเพื่อเติมโปรตีนที่ถูกใช้หมดไประหว่างนอนหลับ เป็นการกระตุ้นกระบวนการดึงไขมันให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
31. ซื้อวัตถุดิบทำอาหารมาตุนล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์ จะได้ไม่ต้องคอยคิดเมนูใหม่ทุกวัน หรือใครไม่สะดวกจะสั่งเป็นคอร์สกับสลิมเดลิเวอรี่ได้เช่นกัน
32. กำจัดขนมหวานที่มีอยู่ออกให้หมด เก็บไว้จะทำให้คุณรู้สึกผิดไปซะเปล่า คุณมีวัน Cheat Day หนึ่งวันอยู่แล้วทานทุกอย่างที่อยากทานนอกบ้าน ไม่ต้องซื้อกลับมาตุนไว้

ไลฟ์สไตล์

33. สะสมลิสต์เพลงโปรดไว้เปิดฟังตอนออกกำลัง แล้วคุณจะหลงรักการออกกำลังกายได้ง่ายขึ้นเยอะ
34. นอนหลับอย่างน้อยแปดชั่วโมงให้ร่างกายฟื้นฟูและซ่อมแซมกล้ามเนื้อได้เต็มที่
35. เตรียมหนังเรื่องโปรดหรือบุ๊คมาร์คละครย้อนหลังใส่ไอแพดไว้ดูตอนออกกำลังกาย
36. เริ่มต้นจากการเปลี่ยนมื้ออาหารและจนไปถึงการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เพราะไดเอ็ทเป็นเรื่องชั่วคราวต้องมีเริ่มและมีเลิก แต่รูปแบบการใช้ชีวิตติดตัวเราตลอดไป
37. ตรวจระดับไขมันปีละครั้ง เพราะตัวเลขไขมันที่ลดต่ำจะช่วยให้คุณมีกำลังใจเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

อ่านครบ 37 ข้อแล้วผมเชื่อว่าต้องมีหลักปฏิบัติมากกว่าครึ่งที่คุณสามารถลงมือทำได้ตั้งแต่วันนี้ ทำเลยครับอย่ารีรอเหมือนทุกครั้ง ฝากไว้ว่าคุณไม่อาจคาดหวังให้เกิดสิ่งใหม่ขึ้นในชีวิตตราบใดที่คุณยังปฏิบัติแบบเดิม

อย่าลืมนะครับว่า…
ความต่อเนื่อง
คือกุญแจสู่ความสำเร็จ

แล้วพบกันครับ
คุณนก