3 วิธีปรับพฤติกรรมการกินให้กลับมาเป็นปกติ

เอาจริงๆ นะ มาดามตินว่า การไดเอทไม่ใช่เรื่องยากหรอก ยากของจริงอยู่ที่
การทำให้น้ำหนักตัวคงที่ถาวรต่างหากละ เท่าที่เห็นน่ะ ออกแนวยุบหนอให้ดีใจ
เล่นได้แปบๆ เผลอไม่เท่าไหร่เป็นพองหนอต่อทันที
.
เฮ้อ!! ไปต่อแบบสวยๆ ไม่ได้สักที ต้องสะดุดหยุดกึก วนเข้าวนออกอยู่กับการ
ไดเอทอย่างนั้นแหละ บางคนก็อ้างไปนู่น!! ว่าสูตรไดเอทไม่เจ๋งจริง บางคนก็
fix กับกฎซะเหลือเกิน ของต้องห้ามเนี่ย เรียกว่าหักดิบกันเลย
.
มาดามว่า ร่างกายคนเราต่างกันนะคะ ทั้งรูปร่าง ความต้องการเรื่องอาหารและ
สัญญาณความความหิว ถ้าคิดจะยึดแต่หลักการหรือกฏไดเอทเพียวๆ
โดยมองข้ามสัญญาณจากภายในตัวเองว่า
.
จริงๆ แล้วร่างกายต้องการ (อาหาร) อะไรบ้าง มากน้อยแค่ไหน อาการที่เรียกว่า
“หิวจริง หิวหลอก” เป็นยังไง ความหิวเกิดขึ้นตอนไหน และอิ่มเมื่อไหร่ บางทีนั่น
อาจเป็นรูรั่วที่ทำให้สาวๆ ต้องวนเวียนอยู่กับการมีน้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ โดยไม่รู้ตัวก็ได้นะ
.
ก็แหงละ!! ฝืนธรรมชาติของตัวเราเองแบบนี้ หุ่นสลิมถึงอยู่กับเราได้แปบๆ มาเถอค่ะ
มาปรับพฤติกรรมการกินซะใหม่ ด้วยการพาตัวเองออกนอกกรอบกฎไดเอทบ้าง
แล้วหันไปฟังสัญญาณจากภายในร่างกายกันดีกว่า ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ค่ะ
.

1.ลองให้เวลาสัก 2 วัน ดูว่าเวลาไหนที่ “หิว” จริงๆ

กินอาหารตรงเวลา ก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ถ้า fix เรื่องเวลาเกิน แบบว่า เที่ยงตรงปุ๊บ
หรือ 6 โมงเย็นปั๊บ ต้องหยุดทุกสิ่ง แล้วหาอะไรกินเป็นเรื่องเป็นราว
มาดามตินบอกเลยว่า ความเคยชินตรงนี้แหละ ที่ทำให้สาวๆ
.
มีสิทธิ์อัดพลังงานเกินความต้องการของร่างกายได้ แถมยังแยกไม่ออกอีกด้วยว่า
อันไหน หิวจริง หรือ แค่มโนไปเองกันแน่ บางคนอาจเถียงว่า “ท้องชั้นร้องจ๊อกๆ
ดังออกขนาดนี้ ยังไงก็หิวชัวร์แหละ เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้หรอก”
.
เอ่อ…รู้สึกจะพลาดไปนิดนะคะ ไอ้ที่ร้องจ๊อกๆ น่ะ บางทีอาจไม่ใช่อาการหิวจริงๆ ก็ได้
แต่อาจเป็นอาการ “หิวตามเวลา” ตามความเคยชินที่ร่างกายได้รับมาตลอด
เอาละ อยากจะปรับพฤติกรรมการกินให้เข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น
.
ทุกครั้งที่รู้สึกหิว ลองถามตัวเองดูนะคะว่า “นี่ชั้นหิวจริงๆ หรือเปล่า” ถ้าไม่แน่ใจ
ให้เข้าแผนสองค่ะ คือ พยายามจับสัญญาณทางกายและจิตใจเอาไว้ เช่น อาการปวด
แสบ แน่นท้องเวลาหิวข้าว ท้องร้องโครกคราก รู้สึกท้องกลวง อึดอัดไม่สบายเนื้อสบายตัว
.
เหนื่อยเพลีย ไม่ค่อยมีแรง เริ่มไม่มีสมาธิ หงุดหงิด ปวดหัวนิดๆ มือไม้สั่นหน่อยๆ
ถ้ามีอาการอย่างที่บอกมาละก็ แสดงว่า ร่างกายส่งสัญญาณออกมาแล้วค่ะว่า
ถึงเวลาที่เราต้องกินเพื่ออยู่แล้ว จัดไปตามนั้นได้เลย
.

2.ลองกินอาหารที่ถูกห้ามกินดูก็ได้นะ

ใจน่ะอยากกินของหวานบ้างอะไรบ้าง ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่คะ ไม่กระทบกันหุ่น
สวยๆ หรอก อย่านอยด์ให้มากเลยค่ะ ถ้าร่างกายมันเรียกร้องจริงๆ ก็ฟินไปเถอะ
เพียงแต่ต้องปรับปริมาณให้ลดลง และเพิ่มคุณภาพให้เข้าไปแทนที่มากๆ เช่น
.
ช็อคโกแลต แทนที่จะซื้อแบบไก่กาอาลาเล่มากิน ก็เลือกที่ยี่ห้อดีๆ หน่อย
ส่วนผสมเกรดเอนิดนึง กินทุกวันก็ได้นะ แต่ต้องหั่นตัวช็อคโกแลตออกเป็นชิ้นเล็กๆ
กินแค่วันละชิ้นพอ
.
อย่าซื้อแบบขนมปังสอดไส้หรือเคลือบช็อคโกแลตมากินละ
ถ้าทำแบบนี้ได้ไม่กระทบหุ่นแน่นอน
.

3.ลองศึกษาร่างกายตัวเองบ้างก็ดี

ร่างกายคนเราไม่เหมือนกันค่ะ อย่างมาดามเนี่ยกินนมไม่ได้เลยนะ ท้องจู๊ดๆ ตลอด
ผักที่ใครบอกว่ากินแล้วอิ่มไวอยู่ท้อง มาใช้กับตัวเองไม่ค่อยได้ บางอย่างที่คนอื่นกินดี
พอลองกินบ้างก็ไม่เห็นจะเวิร์ค นี่แหละหนาไม่ได้ฟังเสียงภายในร่างกายเลยก็เป็นอย่างนี้ละ
.
คราวนี้เอาใหม่ค่ะ ลองสังเกตดูว่า อาหารที่เรากินเข้าไป ร่างกายตอบสนองยังไงบ้าง
เช่น อึดอัด แน่นท้อง ท้องผูก ท้องเสียหรือเปล่า กินแล้วอิ่ม อยู่ท้อง ให้พลังงานมาก
น้อยแค่ไหน ยิ่งกินยิ่งหิวมั้ย มีอาหารอะไรที่กินแล้วอิ่มไวบ้าง อะไรที่กินแล้วแฮปปี้มากกว่า
.
อย่างเมนูสลัดเนี่ย ถ้าสูตรไดเอทกำหนดมาให้เป็นมื้อกลางวัน ก็ลองดูว่า เรากินเมนูนี่
อย่างเดียวแล้วอิ่มหรือเปล่า ถ้าไม่เลยก็อย่าฝืนตัวเองค่ะ ลองหาแซนด์วิชทูน่าสักชิ้น
ตบท้ายดู หรือถ้าใครไม่อยากกินเมนูสลัด อาจเปลี่ยนเป็นสเต็กปลากับมันฝรั่งบดสักหน่อย ก็หรูแล้ว
.

ความหิวคือ อาการทางกายที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจและอารมณ์ของเราค่ะ ส่วนความ
อยาก(อาหาร) มีปัจจัยมาจากอารมณ์ การจะมีหุ่นสลิมถาวรได้ ก็อยู่ที่พฤติกรรม
การกินล้วนๆ เลยค่ะ
.
ถ้าอยากพลิกหุ่นให้แซ่บแบบถาวร ลองใช้วิธีที่มาดามแนะนำนี่สิคะ
แล้วสาวๆ จะร้องว่า “ชีวิตดี๊ดี” สุดแสนแฮปปี้กันเลยละ
.

ที่มา: http://www.womenshealthmag.com
.
.


.
[โหลดฟรี] คู่มือลดน้ำหนักแบบทานอิ่ม 3 มื้อ
แบบไม่ต้องนับแคลอรี่ และไม่เน้นออกกำลังกาย
ลดน้ำหนัก 1.5-2.5 kg.ตั้งแต่หกวันแรก
.
อ่านจบตอนนี้เริ่ม “วางแผน” ทำตามเองได้ทันที
.
ง่ายๆเพียงแอดไลน์ id: @slimdelivery (มีเครื่องหมาย @)
หรือ คลิ๊กเพื่อแอดไลน์
เพื่อรับไฟล์คู่มือได้ฟรีทันที!