11 กระทู้ลดน้ำหนักบนพันทิปที่จะทำให้คุณไฟลุก

การลดน้ำหนักเป็นปณิธานปีใหม่อันดับหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการบรรลุมากที่สุด ซึ่งโดยพื้นฐานถ้าต้องการลดน้ำหนักให้สำเร็จคงหนีไม่พ้นการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย แต่ความยากของการลดน้ำหนักกลับไม่ใช่หลักการแต่อยู่ที่ความสม่ำเสมอ หมายความว่าคุณจะมีหลักคิดอย่างไรในการ “บังคับและกระตุ้น” ตัวเองอย่างต่อเนื่องโดยไม่ยอมแพ้ไปซะก่อน

สมมุติว่าคุณเดินผ่านตู้ชีสเค้กร้านดังซึ่งจิตใต้สำนึกคุณก็รู้ดีแหละว่าไม่ควรโฉบเข้าไป คำถามคืออะไรที่จะกระชากให้คุณออกมาจากสถานการณ์ล่อแหลมตรงนั้นได้ ?

คำตอบคือแรงบันดาลใจครับ
เพราะแรงบันดาลใจจะทำให้คุณกลับมามีสติว่า ทำไมฉันถึงต้องลดน้ำหนักหลังจากลงมือทำไปซักระยะ

ซึ่งแรงบันดาลใจชั้นดีผมจะชอบเข้าไปอ่านที่เว็บบอร์ดพันทิป โดยจะมองหากระทู้ที่เล่าประสบการณ์ลดน้ำหนักของแต่ละคนกับข้อสงสัยที่ว่าทำไมอยู่ดีๆ จึงตัดสินใจลดน้ำหนัก ? ซึ่งทุกคนควรตอบคำถามข้อนี้กับตัวเองให้จบก่อน เพราะเมื่อเวลาผ่านสักพักและคุณเริ่ม “งอแง” เจ้าเหตุผลนี้แหละที่จะช่วยดึงให้คุณกลับมาอยู่ในแทร็ค

ผมเลยถือโอกาสรวบรวมโพสท์ประสบการณ์ลดน้ำหนักจากพันทิปที่ผมชอบเอาไว้ ซึ่งระหว่างเขียนบล็อกนี้บอกเลยว่าสนุกมากเพราะได้อ่านเมื่อไหร่ก็ไฟลุกท่วมเมื่อนั้น แนะนำให้บุ๊คมาร์คหน้านี้ไว้อ่านเวลาอิดโรยหรือก่อนหยิบช็อกโกแล็ตเข้าปากนะครับผมว่าช่วยได้เยอะ

รีวิว Before & After จาก 130 สู่ 83 KG เปลี่ยน Big pack เป็น Six Pack ใน 1 ปี!

1408090773-1051672079-o

ผมชอบคำพูดของคุณปูในกระทู้นี้มาก, “ผมใช้ชีวิตเน่าๆ แบบนั้นมาสิบกว่าปี แต่หนึ่งปีหลังจากนั้นมันก็เปลี่ยนไปครับ” สถิติน้ำหนักสูงสุดที่ 130 KG ณ วันที่ 18เดือนสิงหาคม 2556 คุณปูใช้เวลาหนึ่งปี “แปลงร่าง” ตัวเองจากคนธรรมดากลายเป็นเทพ

แชร์ประสบการณ์ลดความอ้วน 120+ เหลือ 66 ทุกคนทำได้ถ้าเริ่มวันนี้

12232333

เห็นภาพ Before กับ After ในโพสท์นี้ต้องบอกว่าบ้าไปแล้ว คือคุณหมีเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เปลี่ยนตัวเองไปได้เยอะมาก จากน้ำหนัก 120+ จนลงมาเหลือ 66 ซึ่งสาเหตุที่ลดน้ำหนักเพราะตอนนั้นความดันขึ้นเลยกลัวจะตายก่อนแก่ เห็นไม๊ครับว่า…”ถ้าตัวอยากหล่อ ใจต้องหล่อมาก่อน”

3 เดือนกับ 22 วัน กับการลดน้ำหนัก 32 กิโล (120 กก. ถึง 88 กก.)

คุณแอ๊กชอบดื่มเหล้า, กินบุฟเฟต์และดื่มโค้กวันละ 2 ลิตร จนวันหนึ่งถูกเพื่อนรุมด่า, “เฮ้ยไอ้แอ๊กลดน้ำหนักได้แล้วนะเว้ย” “อ้วนจนหายใจดังวี้ดวี้ดแล้ว” “อ้วนจนตัวเหมือนระเบิดเวลาเข้าไปทุกวัน” “เลือกเอาละกันว่าจะตายแบบไหน” นั่นแหละครับเลยเริ่มคิดได้

วิธีคือเน้นคุมอาหารโดยลดน้ำตาลและกินข้าวน้อยลง ซึ่งช่วงแรกมีอาการหน้ามืดเพราะร่างกายเสพติดน้ำตาลขั้นรุนแรงจนต้องเข้าห้องน้ำวันนึงเป็น 20 ครั้ง หลังจากนั้นสองอาทิตย์ทุกอย่างจึงเริ่มเข้าที่และน้ำหนักที่ลดลงไป 10 กิโลกรัมแบบไม่น่าเชื่อ

17 กิโลกรัม !! ที่หายไปอะไรหลายๆ อย่างก็เปลี่ยนแปลง

มิสะลดน้ำหนักลงมาได้ 17 กิโลจาก 64 ลงมาเหลือเหลือ 47 เมื่อก่อนชอบกินบุฟเฟ่ต์และขนมหวาน เวลากินข้าวต้องสั่งพิเศษใส่ไข่มีต้มยำเป็นน้ำซุปตบท้ายด้วยชานม วันที่ปรี๊ดสุดคือเพื่อนของแฟนมาบอกว่าเราไม่เหมาะกับแฟนเลย คือแฟนหุ่นผอมแห้งแต่เธอนี่อ้วนกลมมาก คือเธอโกรธมากจนแอบไปร้องไห้เลยสัญญาตัวเองว่าจะต้องผอมให้ได้ !!

รีวิวออกกำลังกาย+คุมอาหารจริงจัง ลดน้ำหนัก 22 กิโลกรัม ภายในเวลา 2 เดือนครึ่ง

1413606545-888s-o

น้องตองได้เพื่อนที่่เข้าใจเรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายในช่วงลดน้ำหนัก ซึ่งวิธีที่น้องตองเล่าไว้คือควบคุมอาหาร 80% ออกกำลังกาย 20%
สำหรับการออกกำลังกายจะสลับกันระหว่างคาร์ดิโอและเล่นเวท มีหลายคนไม่กล้าเล่นเวทเพราะกลัวแขนจะใหญ่ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง กล้ามเนื้อที่สร้างได้จะเบิร์นแคลอรี่ให้โดยอัตโนมัติและทำให้มีรูปร่างลีนสวยนอกเหนือไปจากการคุมอาหาร

จากน้ำหนัก 139 กิโล เหลือ 79 กิโล ใน 8 เดือน ผมทำได้คุณก็ทำได้

ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะลดน้ำหนักด้วยนิสัยชอบกินขนมทุกชนิดและกินข้าววันละสี่มื้อแต่ละมื้ออย่างต่ำห้าถึงหกทัพพี บุฟเฟ่ต์เฉลี่ยอาทิตย์ละครั้ง ขนาดเพื่อนด่าว่า “ปล่อยมันกินไปเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้มันก็ตาย” เป็นร้อยรอบก็ไม่สะเทือนและไม่ได้มีผลทำให้อยากลดน้ำหนัก

แต่จุดเปลี่ยนจริงๆ คืออยากใส่ครุยแล้วดูดีตอนรับปริญญา (การรับปริญญามีครั้งเดียวในชีวิต) ส่วนเหตุผลอื่นก็เช่นเวลาเห็นคนหนักสองร้อยกว่าโลแล้วเดินไม่ได้ หรือ ต้องพังประตูบ้านไปหาหมอเลยสะทัอนใจไม่อยากเป็นแบบนั้น

ชีวิตที่เปลี่ยนไป…หลังลดน้ำหนักลงไปได้ 62 Kg.

1407454309-5-o

ด้วยนิสัยชอบทานของอร่อยน้ำหนักจึงเพิ่มขึ้นมาเรื่อยจาก 50 จนมาแตะที่ 90+ พอมีรายได้เป็นของตัวเองคราวนี้เลยเต็มที่จนน้ำหนักขึ้นมาถึง 131.1 Kg. พร้อมโรคที่เริ่มมาทั้งความดัน, ปวดหลัง, ปวดขา, เหนื่อยง่าย, ป่วยบ่อย ตอนนั้นต้องใส่เสื้อผ้าไซส์ 4XL กับกางเกงเอว 53 และกำลังจะหาเสื้อผ้าใส่ไม่ได้ จุดเปลี่ยนคือ คืนหนึ่งระหว่างที่นอนอยู่รู้สึกแน่นหน้าอกเหมือนกำลังจะตาย เลยได้แต่ภาวนาว่าถ้ารอดจากคืนนี้ไปได้จะลองลดน้ำหนักสักครั้ง

(รีวิว) เปลี่ยนตัวเอง ลดน้ำหนัก 40 กิโลกรัม ใน 4 เดือนครับ

คุณแม่บังคับให้ชั่งน้ำหนักตอนแรกก็บ่ายเบี่ยง เลยบอกคุณแม่ไปว่า ถ้าน้ำหนักขึ้นเลขเก้าจะลดให้ สรุปวันนั้นชั่งออกมาได้ 105.6 กิโลกรัม!! จากที่เข้าใจว่าตัวเองหนักเก้าสิบกว่าพอถึงหลักร้อยเลยตกใจและจริงจังลดน้ำหนักตั้งแต่ตอนนั้น

เริ่มต้นด้วยเป้าหมายจะกลับสู่เลขสองหลักในหนึ่งเดือน เลยเริ่มหาข้อมูลโภชนการและการออกกำลังกาย วันรุ่งขึ้นจึงบอกที่บ้านเลยว่าผมจะกินเฉพาะไก่ลวก กุ้งลวก บรอกโคลีลวก ทุกมื้อสลับกับเวย์โปรตีนชงทานเวลาหิว ซึ่งช่วงแรกทรมานตัวเองมากแต่ในที่สุดก็สามารถผ่านมาจนได้

[SR]**[Before-After] 1 ปี กับการลดน้ำหนักจาก 80 กิโลกรัม เหลือ 44 กิโลกรัม**

กระทู้นี้ได้แรงบันดาลใจลดน้ำหนักเพราะต้องการให้ตัวเองดูดีที่สุดในวันรับปริญญา โดยเหลือเวลาเจ็ดเดือน เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินจากสองถึงสามจานให้ลงมาเหลือจานเดียว มีออกกำลังกายเพิ่มขึ้นบ้างแต่ไม่ได้จริงจังมาก อย่างเช่นเปลี่ยนมาใช้บันไดแทนการขึ้นลิฟท์ จนน้ำหนักลดลงมาเหลือ 44 kg

[CR]3 เดือน ลดน้ำหนักและสัดส่วน 17 Kg แบบชิลล์ ชิลล์ โดย ตุ๊กตา

ถึงแม้ว่าการจำกัดการทานอาหารเอาไว้ที่ 900 แคลอรี่อาจดูน้อยเกิน แต่ผมชอบหลายเทคนิคที่คุณตุ๊กตานำมาใช้ในช่วงลดน้ำหนักอย่างเช่น ทานอาหารที่เน้นโปรตีนอันได้แก่ ไข่ขาว เนื้อปลานึ่ง อกไก่ กุ้ง น้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาล ซึ่งนอกเหนือจากนี้เธอแทบไม่ได้แตะเลย หรือถ้าหิวกลางคืนก็ให้ดื่มน้ำเปล่าหรือถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็อนุญาตให้แอลมอนด์ 7 เม็ด (แอลมอนด์มีไขมันดีที่เป็นต่อการลดน้ำหนักแต่ไม่ควรทานมากกว่านี้เพราะยังมีแป้งเป็นส่วนประกอบอยู่มาก)

[SR][SR] การเดินทางยาวนาน ลดน้ำหนักจาก 125 กิโล เหลือ 81.5 กิโล อายุ 35 ปี

สิ่งที่ผมสัมผัสได้ในระหว่างที่อ่านกระทู้นี้คือ การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและการเอาจริงเอาจัง ซึ่งชนวนเหตุเกิดขึ้นจากคำพูดกึ่งแซวกึ่งดูถูกของเพื่อนแก็งค์จนเจ้าตัวรู้สึกทนไม่ได้ รวมกับให้กำลังใจเหมือนเป็นแรงส่งว่าถ้าลดน้ำหนักไม่ได้เราจะมีความตั้งใจให้เรียนจบปริญญาเอกได้อย่างไร

คำแนะนำในการตั้งเป้าหมายลดน้ำหนัก:
ไม่ดี: “ฉันจะลดน้ำหนักรับปีใหม่ 10 kg.”
ดีกว่า: ผมอยากจะให้คุณเขียนเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงและเน้นถึงกระบวนการมากกว่าตัวเป้าหมายจริงๆ

อาทิ “ฉันจะทานอาหารโลว์คาร์บ 3 มื้อ/w และเข้าฟิตเนส 15 นาที อาทิตย์ละสองครั้ง”
สังเกตว่า ผมจะให้คุณเริ่มต้นที่จำนวนน้อยที่สุด เพื่อการันตีว่าคุณจะะสามารถทำได้แน่
จากนั้นเปิดปฏิทินในโทรศัพท์ของคุณแล้วกากบาทลงไปเลยว่า ทุกๆ วันอาทิตย์ฉันจะออกไปโลตัสซื้อของมาตุนในตู้เย็น
จากนั้นลองดูว่าวันไหนที่คุณจะสะดวกเข้าฟิตเนสมากที่สุด, เลือกมาสองวันจากนั้นมาร์คลงไปตอนนี้เลย

คีย์ของเรื่องคือ คุณต้องเปิดโทรศัพท์, คิดตอนนี้แล้วมาร์คลงไปในตารางของคุณตอนนี้แล้วตั้งปลุกเตือนไว้ถึงเวลาจะได้ไม่พลาด

ก่อนจบผมอยากฝากเป็นข้อคิดว่า การที่เรายังมีน้ำหนักเท่านี้กับรูปร่างแบบนี้…ก็เป็นเพราะเรายังมีวิธีคิดแบบเดิม พฤติกรรมแบบเดิมๆ ที่ติดนิสัยมาจากเมื่อก่อน
ซึ่งถ้าคุณต้องการมีรูปร่างแบบใหม่ น้ำหนักตัวแบบใหม่ คุณก็จำเป็นต้องมีวิธีคิดแบบใหม่เพื่อให้สอดคล้องกัน จะมาบ่ายเบี่ยงว่าเอาไว้ก่อนพรุ่งนี้ค่อยเริ่มเหมือนกับปีที่แล้ว ผลลัพธ์ที่จะได้ในปีใหม่นี้ก็คงไม่ได้ต่างกัน…จริงไม๊ครับ! อ่านต่อ: ปีใหม่ 2015 กับ 15 นิสัยเสียที่ผมสาบานว่าจะเลิก…

อย่าลืมนะครับว่า…
ความต่อเนื่อง
คือกุญแจสู่ความสำเร็จ

แล้วพบกันครับ
คุณนก