10 เดือนกับการลดน้ำหนักมาเกือบทุกวิธี บทสรุปคือ…?

ผมได้อ่านกระทู้นี้ในพันทิป…
เป็นการแชร์ประสบการณ์ลดน้ำหนักแบบ DIY
ซึ่งจขกท. ได้ลองมาเกือบทุกวิธี
จนมาได้ “ข้อสรุป” ในตอนท้าย
ที่ทำให้เธอลดน้ำหนักได้แบบน่าใจหาย
ในเวลาไม่ถึงปี

ผมเห็นว่ามีหลายประเด็น
ที่จะเป็นประโยชน์
เลยนำมาให้อ่านกันครับ

(ขออนุญาติตัดเนื้อหาบางส่วน และนำมาเรียบเรียงใหม่
โดยจะแทรกความเห็นของผมด้วยเป็นระยะ
ใครที่อยากอ่านเวอร์ชั่นเต็ม
ให้คลิ๊กที่นี่ครับ)

ตอนที่เราหนักเกือบร้อยกิโล เวลานอนจะหายใจไม่สะดวก
จนมาถึงวันที่ตัดสินใจลดน้ำหนัก
เลยทำให้ได้ประสบการณ์ว่า…
สิบเดือนที่ผ่านมาต้อง “ทรหด” ขนาดไหน
จนตอนนี้น้ำหนักลดจาก 98.8 —> เหลือ 70.9 kg.
(ตั้งเป้าที่ 50 kg.)
เอวจาก 46 —> เหลือ 37
ไซส์เสื้อ 2XL —> เหลือ XL

กินยาลดน้ำหนัก

เป็นสมุนไพรค่ะ กล่องละ 10 เม็ด
ให้กินวันละเม็ดเช้า-เย็น
เราไม่มีปัญหาใจสั่นหรือนอนไม่หลับนะคะ คือปกติมาก
เเต่มีถ่ายออกมาเป็นไขมัน
ก็ไม่รู้ว่าเป็นไขมันเราจริงๆ หรือไขมันจากเม็ดยา
ตอนนั้นเรากินปกตินะคะ คือคิดว่ากินยาเเล้วจะไปช่วยกำจัดเองเเหละ
ที่ไหนได้ น้ำหนักขึ้นจาก 95.5 มาเป็น 98.8
ตอนนั้นยาหมดพอดี เลยไม่กินต่อ
พิษสงเยอะจริงๆค่ะ ไม่เเนะนำอย่างเเรง
อยากผอมไม่มีทางลัดหรอกค่ะ เชื่อเรา

(ความคิดเห็นคุณนก)
การที่ถ่ายออกมาเป็นไขมัน
เป็น “ลูกเล่น” มูลค่าพันล้าน
ที่ช่วยให้ยาลดน้ำหนักขายดิบขายดี
แต่ความจริงที่เค้าไม่บอกคุณก็คือ
ไขมันที่ไหลออกมา
มีไม่ถึง 1 ใน 3
หมายความว่า เมื่อเทียบกับไขมันที่กินเข้าไป
ยังมีส่วนเกินอีก 70% ที่เล็ดลอดเข้าสู่ร่างกาย

ดังนั้นใครที่คิดจะกินยา แล้วไม่คุมอาหาร
หรือกินอาหารมื้อหนักได้เพิ่มขึ้น เพราะกินยาบล็อกไว้แล้ว
จึงเป็นความเข้าใจผิดมากๆ
(ผมเคยอ่านรีวิว บอกว่าพอกินยาบล็อกแล้ว
เลยไปกินหมูกระทะได้บ่อยขึ้น
ซึ่งผมเชื่อว่า ยังมีคนกลุ่มใหญ่ที่คิดแบบนี้)

ที่ถูกต้องคือ ให้กินอาหารที่ไม่มีไขมัน
คุณก็จะบล็อกได้ทั้ง 100%
โดยไม่ต้องกินยาใดๆ ครับ

ไม่กินเดี๋ยวก็ผอมเอง

ผลที่ตามมาจากการอดอาหารคือ
หน้ามืด ไม่มีเเรง และอารมณ์เสียง่ายด้วยค่ะ

(ความคิดเห็นคุณนก)
นอกจากผลเสียข้างต้นแล้ว
ต่อให้ลดน้ำหนักลงได้
พอเลิกลด น้ำหนักจะโยโย่กลับขึ้นมาด้วยครับ

กินแบบนับแคลอรี่

วิธีนี้ทำให้เรากลัวที่จะกินค่ะ
การคำนวนเเคลอรี่ ทำให้เราเป็นคนมีระเบียบ
ก่อนจะซื้ออะไรนี่ต้องดู
ยี้ห้อไหนไม่มีตารางบอกเเคลอรี่ เราไม่กล้าหยิบเลย
ปัจจุบันก็ยังใช้วิธีนี้อยู่ ช่วยได้ดีจริงๆค่ะ

(ความคิดเห็นคุณนก)
การนับแคลอรี่ คือพื้นฐานที่จะช่วยให้คุณเริ่มหันมาระวังเรื่องอาหาร
แต่สิ่งที่เรามักจะพลาดกันคือ
หนึ่ง จำกัดปริมาณแคลอรี่ต่อวันไว้น้อยเกินไป
ด้วยความเข้าใจที่ว่าจะช่วยให้ลดน้ำหนักเร็ว
จนกลายเป็นการอดอาหาร

สอง สิ่งที่สำคัญมากกว่าแคลอรี่
คือกลุ่มอาหารที่คุณเลือกทาน
เพราะแคลอรี่จากเนื้อสัตว์ ผัก ข้าว หรือไขมัน
ต่อให้มีปริมาณแคลเท่ากัน
แต่จะส่งผลต่อร่างกาย แตกต่างกัน “โดยสิ้นเชิง” ครับ

สูตรโหดที่เขาว่าได้ผล

ไข่ต้มเอย ผักเอย โยเกิร์ตเอย
อดบ้างเอย งดเเป้งเอย
ลดค่ะ แต่มันลดแบบซูบผอมไม่มีออร่า
เหมือนคนขาดสารอาหาร
จนเพื่อนๆต้องทักว่า เฮ้ย…อย่าลดเลย

สูตรโหดของเราคือ
เช้าโยเกิร์ต กลางวันชมพู่ ตอนเย็นไม่ทาน
การงดเเป้งไม่ใช่เรื่องที่ดีนะคะ
ห้ามงดเเป้งเด็ดขาด
ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ค่ะดีที่สุด

(ความคิดเห็นคุณนก)
วิธีที่เขียนด้านบน คือการอดอาหารแบบหนึ่งนั่นเอง
ส่วนที่บอกว่า งดแป้งไม่ใช่เรื่องดี
ก็ถูกต้องนะครับ เพราะแป้งคืออาหารหลักห้าหมู่ของมนุษย์
สูตรอาหารของสลิมเดลิเวอรี่
จึงให้คุณกลับมากินแป้งเป็นระยะ
ถึงจะถูกต้องครับ

กินคลีนสิ เขากำลังนิยมเลย

ผลที่ตามมา “ร้องหิวหนักมาก”
การกินคลีนคืออาหารที่ปราศจากน้ำมัน
จะไปหาไขมันในพวกถั่วเเทน

กินคลีนมีหลายเมนูค่ะ
ถ้าคนที่กินได้จริงๆ ก็เเนะนำมากเลย
เเต่เราไม่ไหวเลยค่ะ หิวบ่อยมาก
เมนูที่เราทานคือ อกไก่กับผักต้ม
คือเราเป็นคนขี้เกียจลุกไปทำทานเวลาหิว
แล้วก็พึ่งได้รู้ว่าวิธีนี้ไม่เหมาะกับเรามากๆ

(ความคิดเห็นคุณนก)
ผมฟันธงเลยว่า
ที่จขกท. กินคลีนแล้วหิว
เพราะกินไม่พอครับ

คือยังติดกับความเข้าใจที่ว่า
ไม่ควรกินมากกว่าหนึ่งจาน เดี๋ยวจะทำให้อ้วน
โดยเฉพาะช่วงลดน้ำหนัก
ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด

หรือใครจะนำไปทดลองก็ได้
ลองกินอกไก่กับผักต้ม แล้วใส่อกไก่เลย 4 ชิ้น
รับรองว่าไม่หิวแน่นอน
แล้วนอกจากไม่หิว จะทำให้คุณผอมด้วยครับ
ผมรับประกัน

ออกกำลังกาย ผอมแบบยั่งยืน

เราก็ไม่ค่อยอยากออกกำลังกายค่ะ
ยอมรับว่าเหนื่อย
เป็นวิธีท้ายๆ ที่เราจะคิดถึง
เพราะคิดมาตลอดว่า
เดินไปเรียนก็ใช้พลังงานเยอะอยู่เเล้ว
จะเผาผลาญอะไรอีก

แต่ที่เริ่มออกกำลังกายเพราะมันย้วยค่ะ
ถ้าไม่ออกกำลังกาย แขนขาพุงที่คุณลดไป
จะย้วยหย่อนยานเเน่นอนค่ะ

เราชอบฮูลาฮูปค่ะ เล่นวันเเรกๆ อาจเจ็บหน้าท้อง
เเต่วันที่สองสามพอเริ่มชิน
รู้สึกเริ่มมีเอวกับเขาบ้างเเล้ว

(ความคิดเห็นคุณนก)
เท่าที่อ่านดู จขกท. น่าจะคุมอาหารมาสักพัก
แล้วค่อยมาออกกำลังกาย
ซึ่งเป็นวิธีที่ถูกต้องแล้วนะครับ
คืออย่างน้อยเรื่องอาหารต้องควบคุมได้ก่อน
แล้วค่อยเพิ่มการออกกำลังกายเข้าไปครับ

ให้รางวัลกับตัวเอง

หลังจากลดน้ำหนักได้ตามเป้าหมาย
ก็ถึงเวลาให้รางวัลกับตัวเอง
เช่นการกินของหวาน ขนม หรือข้าวที่เราชอบ
แต่ให้มากไปไม่ดีมากๆ เลยค่ะ
เราเคยปล่อยตัวไปกับการกินช่วงนึง
คือกลับมาลดได้ยาก เพราะเราต้องการนู่นต้องการนี่

(ความคิดเห็นคุณนก)
การให้รางวัลตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญมากๆๆๆๆๆ
ลองนึกภาพนะครับ ถ้าคุณจะลดน้ำหนัก
แล้วต้องตัดขนมที่เคยชอบทุกอย่างออกจากชีวิต
ผมว่ามันปวดร้าวมากนะ

สูตรของสลิมเดลิเวอรี่เลยมีวันพักสัปดาห์ละครั้ง
เพื่อให้คุณกลับมากิน “ทุกอย่าง” ตามปกติ
และเป็นการกระตุ้นแป้งไปในตัวด้วย
ในช่วงที่ลดน้ำหนัก
คุณจึงยังได้กินมาการองแบบยกกล่อง
แล้วไม่ต้องรู้สึกผิดด้วยครับ

อยู่บนพื้นฐานของความพอดี

วิธีนี้คือวิธีที่เเนะนำและทำอยู่ในปัจจุบันค่ะ
คือการทานอาหารอย่างถูกต้อง
ไม่งดเเป้ง เน้นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ลดไขมัน
ทานเพื่อเอามาเผาผลาญ
ออกกำลังกายอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง อาทิตย์ล่ะ 4-5 วัน
ไม่ตามใจปาก ทานของที่ชอบได้บางวันเเต่ไม่มากเกินไป
ไม่เครียดกับน้ำหนัก แต่วัดกันที่สัดส่วน
คนอื่นอาจจะพูดว่าวิธีนี้ยังไม่ดีพอ
แต่เราคิดว่าวิธีนี้ ได้ผลกับเราค่ะ

(ความคิดเห็นคุณนก)
ผมชอบประโยคสุดท้ายที่ว่า
“ไม่เครียดกับน้ำหนัก แต่วัดกันที่สัดส่วน”
เพราะนี่คือสิ่งที่แสดงว่า คุณกำลังลดน้ำได้อย่างถูกต้องจริงๆ

เพราะการคุมอาหารและออกกำลังกายที่ถูกต้อง
จะช่วยลดไขมัน และสร้างกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน
ถึงบางช่วงที่น้ำหนักนิ่ง
แต่คุณจะเห็นรูปร่างเริ่มลีนขึ้นแทนครับ

ใครที่ไม่ได้ทานเจ
อาทิตย์หน้าอาจหาอาหารทานยากหน่อย
การเข้าคอร์สกับสลิมเดลิเวอรี่
ก็สะดวกดีด้วยครับ

(เมนูลดน้ำหนักตามภาพ)
ปลาซาบะนึ่งซีอิ๊ว

อย่าลืมนะครับว่า…
ความต่อเนื่อง
คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

แล้วพบกันครับ
คุณนก